หน้า: 1 2 3 4 5

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: จิตสุดท้ายก่อนตาย ตามความเข้าใจของข้าพเจ้า  (อ่าน 3449 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« ตอบ #45 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 07:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

สวัสดีทุกคนครับ
กระทู้นี้ก็เกี่ยวกับจิตของคนเรา ขออนุญาติเล่าเรื่องผีนิดหนึ่งนะครับ ผมเคยไปนอนที่โรงแรมแห่งหนึ่ง มันมีสองเตียงอะ ผมนอนเตียงหนึ่ง อีกเตียงหนึ่งว่างครับ พอดึกๆประมานตีสาม มันเหมือนความฝันครับ ครึ่งหลับครึ่งตื่น ผมมองเห็นใครบางคนนอนอยู่อีกเตียง ตัวเขียวๆ สักพักก็ค่อยๆคลานลงมาหาผม แล้วก็ขึ้นมาที่เตียงผมครับ มาบีบคอผมอะ สู้แรงไม่ไหวครับตัวใหญ่กว่าผมเยอะ บางครั้งดิ้นหลุดผมก็วิ่งหนีไปนอกห้องก็ไม่รอด ก็ลากผมกลับมาเตียงเหมือนเดิม สุดท้ายเหมือนจะตายผมก็ดิ้นสุดแรงก็เลยตื่นครับ แอร์ก็เย็น แต่เหงื่อแตกครับ สรุปตั้งแต่ตีสามจนเช้าก็นั่งอยู่แบบนั้นแหละครับ แล้วพอเช้าก็เผ่นทันที ยอมเสียตังที่จ่ายล่วงหน้าไว้อีกคืน ที่เล่าให้ฟังก็อยากจะถามผู้ที่รู้เกี่ยวกับผีหน่อยครับ ว่าเป็นยังไง แบบที่ผมเจอนี่เป็นแบบไหน ใช่ผีหรือเปล่าหรือเป็นจิตของเราเอง เพราะแต่ก่อนผมก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้ถ้าไปนอนต่างที่ต้องไหว้ไปทั่วทิศเลยแหละครับ ขอบคุณครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปากเสีย
เรทกระทู้
« ตอบ #46 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 08:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเคยเจอมาเหมียนกัลลล..แต่เป็นกับเพื่อน..จะเล่าให้อ่าน..
เมื่อตอนเป็นรุ่นๆ..เดือนเมษา..กลางวัน..อากาศร้อนมากๆ..เพราะกลางคืนพวกผมเมากัน..กลางวันหาที่นอน..สุมทุมงพุ่มไม้..หาไม่ได้เลย..ใบไม้ร่วงหมด..
ผมกับเพื่อนสองคน..เลยไปนอนที่ศาลาสุธรรมา..เป็นศาลาสวดศพ..เอาสื่อที่มีอยู่ในนั้น..พร้อมหมอน..นอนเล่นมันในศาลานี่แหละ..แล้วผมก็หลับไป..หลับง่าย..เพราะแย่มาตั้งแต่เมื่อคนแล้ว..
ผมต้องตื่น เมื่อได้ยินเสียงผิดปกติ..เพื่อนของผมมันดิ้น..อึก อั๊ก.อึกอั๊ก..ผมเลยเรียกมันเบาๆ..แว่นๆ..มันรีบทะลึ่งลุกขึ้นพรวด..หน้างี้..เหลืองเชียว..เหงื่อแตกพรั่กๆ..
มันบอกว่า..ในศาลานี้..มีแต่ผี..มันมาแกล้ง...แกล้งขึ้นขี่บ้าง..ดึงแข้ง ดึงขา..แล้วมีบางตัว..ชักชวนกันมาแกล้งผมด้วย(ผมหลับ ไม่รู้เรื่อง)ในฝันของเพื่อนบอกว่า..ผีอีกตัวนึงบอกว่า..ทำมันไม่ได้(ผีมันหมายถึงตัวผม)..มันมีพระดี..พระก็เป็นพระพิมสมเด็จคะแนน..ที่เพื่อนให้ใว้ตั้งแต่ป7 ก่อนย้ายจากกันที่คีรีมาศ..
ที่เล่ามา..เหมือนกับเลย..คนโตเขาบอกว่าผีอำอ่ะครับ..จริงหรือไม่จริง..ผมก็ไม่รู้ครับ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #47 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 08:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีค่ะคุณเลิฟไลท์

เด๋วรอผีตัวจริงมาตอบ q*013q*013 ผีกุมารอ่ะค่ะ q*020q*020

ผีเห็นผี ผีเด็ก เขารู้ดีเรืื่องนี้ q*008 ดีแล้วหล่ะค่ะ ที่เดินทางไปไหน อธิฐานหรือไหว้พระในทุกที่ คาถาที่ดี ที่สามารถใช้ได้ตลอดศพ คือ มงกุฎพระพุทธเจ้าค่ะ q*021 จะเหมือนมีมงกุฏ (พระพุทธคุณ) ของพระพุทธเจ้าคุ้มครองเราให้ปลอดภัยในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #48 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 12:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*013 จะบอกว่าผีเด็กก็เคยโดนอ่ะ ฮิๆๆ ตอนเข้าวัยรุ่นผมติดเพื่อนมากทิ้งการปฏิบัติไปหลายปี แต่ด้วยความอวดดี ไม่เคยแขวนพระจิงจังเลยคับ เมื่อมีคนให้ก็แขวนให้เห็น สองสามวัน เพราะเชื่อว่าพระอยู่ในใจ...พอแล้ว ครั้งแรกอายุ 13 ไปนอนบ้านเพื่อน เพื่อนเล่าว่าเจ้าที่แรง ผมหัวเราะก๊ากเลย กินเบียร์นั่งเล่นเกมส์แข่งกันแล้วก็เข้านอน ตกตอนดึก ก็มีเงาคนมานั่งทับหน้าอก ขยับตัวไม่ได้ พูดไม่ออก แต่ลืมตาได้ก็ตกใจเหมือนกัน แต่เมื่อตั้งสติได้ก็ออกแรงตวาดในใจ ผีมันกะเด็นออกไปไหนไม่รู้ ก็นอนต่อเลย แล้วก็เกิดขึ้นอีกสองครั้ง ผมก็ตวาดไล่ทุกครั้ง แต่ครั้งสุดท้ายโมโหมาก เพราะมันกระเด็นไปยืนจ้องอยู่ปลายเตียง กลายร่างเป็นผู้หญิงผมยาว นุ่งสไบเฉียงสีเขียว ไม่เหมือนคนน๊ะ เพราะมันมองทะลุได้ ไม่ยอมไปไหน ผมหงุดหงิดมากอยากจะนอนต่อนึกในใจอย่างแรงว่า เมื่อมาเบียดเบียนกันอย่างนี้ เอ็งอย่าไปผุดไปเกิดเลย เค้าหายวับไปทันทีอ่ะ ผมก็นอนต่อทันทีเหมือนกัน ตื่นเช้าขึ้นมาเล่าให้เพื่อนฟังตอนกินข้าว
แม่เพื่อนผม ตกใจมาก(บ้านเพื่อนผมชอบทำบุญมาก เค้ามีอาชีพค้าพลอยแม่บอกว่า หากินกับธาตุศักดิ์สิทธิ ต้องทำบุญบ่อยๆ ผมเรียกแม่เพื่อนว่าแม่อ่ะ) แม่บอกว่า ไม่น่าทำแบบนั้น เค้าเป็นผีบ้าน ผีเรือนแค่มาหยอกเล่น ไม่น่าแช่งเค้าแบบนั้น ยิ่งคนเคยปฏิบัติแช่งจะมีผลกะ พวกโอปปาติกะ มาก เป็นการก่อเวรต่อกันด้วย กินข้าวเสร็จให้ผมรีบอุทิศกุศล และขออโหสิกรรมแก่เค้า เพื่อนเล่าให้ฟังทีหลังว่า ตอนแม่สาวๆยังไม่แต่งงาน แม่มองเห็นผีได้แทบทุกที่ แม่ชอบนั่งสมาธิ ไปอยู่วัดบ่อยๆ แม่อ่านหนังสือไม่ออกแต่ชอบฟังธรรม ไม่ต้องพระเทศน์หรอก บางครั้งแม่นั่งฟังเรื่องที่ผมบวชหน้าไฟแล้วหัดสมาธิได้เป็นชั่วโมง ให้ตังซื้อเบียร์กินด้วยเพราะแม่รู้ว่า ผมกินเบียร์แล้วโม้ไม่เลิก แม่บอกการกินเหล้าเบียร์แม่ไม่ว่า แต่ต้องรู้จักพอ อย่าสนุกจนทำให้คนอื่นเดือดร้อน ห้ดเที่ยวผู้หญิงแม่ก็ไม่ว่า แต่เตือนให้รู้จักป้องกัน และอย่าไปยุ่งกะคนดีๆ ให้นึกถึงหน้าพ่อ แม่ น้องสาว แม่ว่า แม่เข้าใจผู้ชาย เล๊อะเทอะไปเรื่อย สำคัญแต่อย่าไปรังแกคนดีๆละกัน เขาก็มีพ่อ มีแม่ เขารัก เขาห่วงลูกของเขา เราอย่าไปแย่งของรักของคนอื่นบาป เด๋วจะต่อเรื่องผีๆ ตามความเข้าใจองผมหลังจากปฏิบัติธรรมในช่วงปัจจุบัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สนเขา
เรทกระทู้
« ตอบ #49 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 13:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ได้บนพื้นฐานง่ายๆคือการเดินสายกลางหรือความพอดี ท่านก็เป็นคนเหมือนเราทั้งหลาย ธรรมะของท่านสอนคนให้รู้จักตนและผู้อื่น รู้จักคุณค่าของความเป็นคน ให้ได้ใช้สติในการดำรงตนว่าสิ่งไหนควรไม่ควร แต่ท่านไม่ได้สอนว่าตายแล้วจะไปไหน(นรกหรือสวรรค์)คำสอนท่านเป็นตรรกะเป็นจริงเสมอ จงศรัทธาในธรรมะแล้วจะเห็นความจริงเสมอ
ขอธรรมะครองใจอาจารย์นัทจ๋าตลอดไปนะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #50 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 13:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อครั้งหลังสุดอาจารย์สุดท้ายของผมเป็นพระ ท่านชื่อเลิศสิทธิ์ ได้สอนวิปัสนาอย่างเข้มข้น แต่ใช้เวลาน้อยมาก โดยผมทำที่บ้าน แล้วโทรรายงาน"ส่ง อารมณ์"ทุกวัน ใช้เวลาเพียง 16วันก็จบในขั้นแรก คงเหลืออีก 3ขั้น รายละเอียดผมจะเล่าให้ฟังในคราวถัดไป กลับมาเรื่องผีก่อน หลังจากปฏิบัติจบ อ. ก็พาไปเที่ยวที่ต่างๆเพื่อให้ผมได้ประสพการณ์ในด้านอื่นๆเพิ่มขึ้น พาไปดูบุคคล พระ ที่มีอุปนิสสัยโพธิสัตว์ซึ่ง อ.บอกว่าไม่สามารถบรรลุธรรมได้เนื่องจากคนเหล่านั้นได้เคยอธิษฐานจิตบำเพ็ญโพธิสัตว์มาหลายชาติแล้ว มีฐานะเหนือกว่าพระอรหันต์ เนื่องจาก การบำเพ็ญโพธิสัตว์นั้นมีเป้าหมายต้องการเป็นพระพุทธเจ้าต้องบำเพ็ญบารมีหลายกัลป์ อย่านึกว่าน้อยน๊ะ คิวจะเป็นพระพุทธเจ้าเย๊อะมาก ต่อแถวเอาเฮ๊อะ
แต่แก้ไขได้โดยต้องมีอุบายให้บุคลนั้นละ เลิกการอธิษฐานจิตนั้น ด้วยความสมัครใจ การยินยอมอย่างไม่มีเงื่อนไขด้วยตัวของเค้าเอง ซึ่งผมได้เรียนรู้หลายเรื่องที่อ.ถ่ายทอดให้ด้วยการทำให้ดู พาไปดู เปิดโอกาสให้ผมทดลองทำตามวิธีของผมเองโดยอ.คอยแนะนำ และตามแก้ไขให้อยู่บ่อยๆ
ครั้งหนึ่งผมไปธุระกับ อ. ที่วัดญาณเวกศักวัน ของหลวงปู่ ป.อ.ปยุตโต
ขณะที่อ. ไปทำธุระ ผมไปนั่งสมาธิรอที่โบสถ์ทรงฝรั่งอ่ะ หลังจากเข้า"พละสมาบัติ"แล้ว ผมเห็นพระรูปหนึ่งลอยมา รูปร่างผอมโซ ผิวคล้ำ จีวรเก่าขาด น่าสงสารมาก ลอยมาบนผืนน้ำกลางทุ่งนามาหยุดจ้องผม ผมสงสัยมากว่าเป็นใครจึงออกจากสมาธิ เดินลงจากโบสถ์แล้วสอบถามคนทำสวน ลุงแก่ๆ ซึ่งทราบว่าเป็นคนพื้นที่เก่าแก่แถวนั้น เล่าให้ฟังว่า บริเวณนั้นดั้งเดิมเป็นน้ำ เพิ่งจะมาถมดินเมื่อมีการสร้างวัด แต่ไม่รู้ว่าเคยมีวัดมาก่อนรึป่าว ผมจึงไปรอ อ. ทำธุระเสร็จ เล่าให้ฟัง อ.บอกว่าเป็นจิงตามนั้นอ่ะ พระองค์นั้นตกนรก และขณะนี้พ้นจากนรกมาเป็นสัมภเวสีเร่ร่อนมาแสดงตัวเพื่อขอส่วนบุญ ยิ่งคนที่ปฏิบัติผ่านใหม่ๆบุญจะแรงมาก ก็สั่งให้ผมอุทิศกุศลให้เค้า

ครั้งต่อมา เจอในวัดอีกนะแหละ คราวนี้เป็นวัดแถวฝั่งธน ตอนผมนั่งสมาธิกะลังเพลินๆ มีผีหล่นลงมาจากหลังคาโบสถ์ มีเชือกห้อยคอแกว่งลงมาอยู่ตรงหน้าผมพอดีเป๊ะ ตาถลน ลิ้นจุกปากอ่ะ ด้วยความโมโหผมตวาดไล่อีกแระ มาเล่าให้อ.ฟังว่าโดนผีมานกวนโอ๊ยอ่ะ มาขอบุญดีๆก็ไม่ได้ อ.หัวเราะแล้วบอกว่า ผมไม่หายโง่ซักที ก็เขาตายแบบนั้น เขาก็ติดอูปนิสสัยอย่างนั้นมา เขาไม่ได้ตั้งใจ เวลาปรากฎตัวก็จะเป็นแบบนั้นเอง
ยังมีอีกเย๊อะมาก เล่าสามวันก็ไม่จบ ทั้งนี้ที่โม้มานานจะบอกว่า ข้อมูลในเบื้องต้นของทู้นี้ที่พี่นัทเขียนมานั้นเป็นเรื่องจิง สามารถพิสูจน์ได้จิง ใครอยากจะคุยกะผี เด๋วผมจัดให้ ถ้าผีเต็มใจจะคุยด้วยน๊ะ แต่ขอบอกว่า การใช้ชีวิตหรือใช้กรรมในโลกนี้ ยังมีเพื่อนร่วมทุขก์ที่เรามองไม่เห็น ดำเนินชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อชดใช้กรรมของเค้าร่วมอยู่ด้วย หากลุงๆพี่ๆคนใดมีโอกาสทำสมาธิ สวดมนต์ ให้ทาน อย่าลืมเผื่อแผ่ให้เค้าด้วย และข้อสำคัญ ในการสวดมนต์แต่ละครั้งอาจมีบทสวดที่มีพุทธคุณแรงมาก เช่น บทชินบัญชร คาถามงกุฎฯ ก่อนสวดควรนึกในใจบอกกล่าวว่า " บัดนี้ ข้าฯจะขอสวดมนต์เจริญธรรม ผีตนใดหวาดกลัวจงหลีกเร้นไป ตนใดใคร่ฟังธรรมจงน้อมใจมา" สั้นๆ ง่ายๆแค่นี้แหละ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #51 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 14:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ได้บนพื้นฐานง่ายๆคือการเดินสายกลางหรือความพอดี ท่านก็เป็นคนเหมือนเราทั้งหลาย ธรรมะของท่านสอนคนให้รู้จักตนและผู้อื่น รู้จักคุณค่าของความเป็นคน ให้ได้ใช้สติในการดำรงตนว่าสิ่งไหนควรไม่ควร แต่ท่านไม่ได้สอนว่าตายแล้วจะไปไหน(นรกหรือสวรรค์)คำสอนท่านเป็นตรรกะเป็นจริงเสมอ จงศรัทธาในธรรมะแล้วจะเห็นความจริงเสมอ
ขอธรรมะครองใจอาจารย์นัทจ๋าตลอดไปนะครับ


ยินดีคับ ดีใจจิงๆคับ...ผมขอเรียกคุณลุงไว้ก่อนที่ให้ความสนใจแสดงความเห็น ยินดีเรียนรู้คำชี้แนะจากทุกท่านจิงๆคับ q*021q*021q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #52 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 15:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สุดยอดเลยครับผีเด็ก มีโอกาสก็อยากให้จัดให้หน่อยครับ อยากคุยกับผีดู เผื่อจะได้เข้าใจเรื่องแบบนี้มากขึ้น ผมก็โดนผีอำแค่ครั้งเดวแหละ บางทีเล่าให้คนอื่นฟังเขาก็ว่าเราฝันไป แต่ฝันไม่ฝันไม่รู้แหละครับ รู้แต่ว่ากลัวมากมาย แต่ที่ทำให้ผมมั่นใจว่าผีแน่ๆ ก็หลังจากนั้นไม่กี่เดือนผมดูในทีวีครับ เขาบอกวิธีการเวลาไปนอนห้องในโรงแรมถ้าต้องนอนคนเดวนะ เขาแนะนำว่า ก่อนเข้าห้องเคาะประตูก่อน ถ้ามีเตียงสองเตียงก็หาไรไปวางอะครับอย่าให้เตียงว่างเดวมีคนมานอน อีกอย่างก็ให้เอารองเท้าวางสลับหัวท้ายอะครับ เป็นสัญลักษณ์แบบหนังจีนครับ ผมไม่ได้ทำแบบเขาว่าสักอย่าง มาถึงก็นอนเลย สงสัยเจ้าที่ไม่พอใจอย่างแรง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #53 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 16:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โทษคับพี่เลิฟ ไปโม้ที่อื่นนาน ผมไม่เชื่อเรื่องพิธีกรรมคับ งงป่าว??? เด๋วค่ำๆ มาบอก ติดภาระกิจค๊าบ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #54 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 18:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีค่ะ..ถ้าพูดเรื่องผีๆนี่กะแอนขอบอกว่า กลัวครึ่งไม่กลัวครึ่ง q*020q*020 ที่บอกอย่างนั้นเพราะว่า บางทีเหมือนกับจิตของเรานั่นแหละที่หลอนไปเอง,แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อนะคะ เพราะครั้งที่ไปทำงานเป็นสาวโรงงานที่ไต้หวัน(ปี38) ที่บริเวณหอพักนั้นเขาบอกเป็นป่าช้าเก่า q*003q*003 แรกๆไม่มีใครเชื่อ จนพากันเจอดีจนได้
คืนหนึ่ง....ประมาณ2ทุ่ม ก็พากันเตรียมตัวนอนกันแล้วนะคะ แต่เหมือนมีคนเคาะประตู คนที่อยู่ใกล้ที่สุดก็เดินไปเปิด แต่ก็ไม่มีใคร q*003q*003 แกก็เลยจะปิด แต่ปิดยังไงก็ไม่ได้ เหมือนว่ามีคนดันไว้นะคะ...จนต้องตั้งจิตเลยค่ะ พอเริ่มปิดได้พี่เขาก็เดินกลับมาที่เตียง...เท่านั้นแหละค่ะ ประตูเปิดโครมจนทะลุไปยังประตูอีกฟากหนึ่งของหอพักค่ะ...ไม่ต้องบอกนะคะว่าจากนั้น เราทุกคนอยู่ในอาการใหนกัน????
นั่นแหละประสบการณ์ที่เจอเรื่องผีๆด้วยตัวเอง q*001q*001q*001



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #55 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 19:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุยกันเรื่องผี..คนโน้นก็ว่าไม่มี..คนนี้ก็ว่ามี..ก็ว่ากันไป..
ผมมีเพื่อนเป็นชาวนา..ชื่อเจ้าจันทร์ เพชรทูล..คนนี้มันยกนาให้ผมหนึ่งงาน..มันอยากให้ผมไปปลูกบ้านอยู่ไกล้ๆกันกับมัน..
ผมก็แซวมัน..คุณอยู่ที่นี่หลังเดียว..อุส่าห์ลงทุน..ยกนาให้ผมตั้งงานนึง สงสัยจะกลัวผี..อยากผมมาอยู่เป็นเพื่อน..
เจ้าจันทร์..มันบอกว่า..ผี เผอมีที่ไหน..หากว่ามีจริง หรือมีบ้าง จะต้องเจอรอยเท้า..หรือขี้ของผีมันบ้าง แต่นี่ ไม่เคยเจอ..
ดูมัน..มันหาดูขี้ของผี..
คุยกันในเรื่องผีๆแล้ว..อย่าลืมไปดูคำภีร์ยุทธนะครับ..ผมจะได้ขออาศัยเกาะใบบุญขึ้นสู่สวรรค์..เป็นเซียนกับเขาบ้าง..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #56 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 20:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ได้บนพื้นฐานง่ายๆคือการเดินสายกลางหรือความพอดี ท่านก็เป็นคนเหมือนเราทั้งหลาย ธรรมะของท่านสอนคนให้รู้จักตนและผู้อื่น รู้จักคุณค่าของความเป็นคน ให้ได้ใช้สติในการดำรงตนว่าสิ่งไหนควรไม่ควร แต่ท่านไม่ได้สอนว่าตายแล้วจะไปไหน(นรกหรือสวรรค์)คำสอนท่านเป็นตรรกะเป็นจริงเสมอ จงศรัทธาในธรรมะแล้วจะเห็นความจริงเสมอ
ขอธรรมะครองใจอาจารย์นัทจ๋าตลอดไปนะครับ

ธรรมะสวัสดีค่ะคุณสนเขา

ดีใจมากค่ะที่ได้เจอคุณสนเขาอีก ได้คุยกันอีก คิดว่าจะไม่ได้เจอกันเสียแล้ว ยังคิดถึงมิตรเก่าๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคุณคนกรุงเทพ คุณดิ้น ท่าราบ คุณเฮาบ่เจื้อ คุณขำวะ และอีกหลายๆ ท่าน

เมื่อเห็นชื่อคุณสนเขา ใจมันพองค่ะ จริงๆ ไม่โกหกเอาใจนะคะ แต่อาจจะเวอร์ไปนิดส์ q*020q*020

คุณสนเขาแวะมาคุยกันอีกนะคะ เพราะนัทไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากบอร์ดการเมืองกับที่บอร์ดนี้เท่านั้นค่ะ ยังระลึกนึกถึงคุณสนเขาเสมอไม่เคยลืม จำได้ทุกคำที่เคยคุยกัน และทุกเรื่องที่เคยคุยกันนะคะ q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #57 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 20:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทีนี้มาคุยเรื่องผีกัน คุณต้าร์ (เลิฟไลท์) พี่นัทก็ไม่เชื่อเรื่องพิธีกรรมค่ะ พี่เคยเห็นค่ะ เป็นเงานะคะ เป็นเงาทึบแสง มีมิติความลึกความหนา หน้าตาเป็นไงไม่เห็นค่ะ ไม่เห็นจมูก ตาปาก หรือเสื้อผ้าอะไรทั้งนั้นค่ะ เห็นแต่เป็นเงาทึบแสงเท่านั้น

พี่คิดว่าหากไปอุดรพักยาวในช่วงปิดเทอมหน้า หลังบ้านพักจะมีวัดที่เขาลือกันว่าผีเยอะ พี่อยากไปปฏิบัติที่นั่นค่ะ อยากอุทิศกุศลให้เขาค่ะ ผีนี่น่าสงสารนะคะ อย่าไปรังเกียจหรือกลัวเขาเลย เพราะเขากับเราไ่ม่ต่างกัน เมื่อก่อนเขาเป็นเหมือนเรา อีกหน่อยเราก็เป็นเหมือนเขาค่ะ หากท่านใดปฏิบัติ ก่อนปฏิบัติอยากให้อธิฐานจิต ขอต่อผู้คุมนรกและวิญญาณขอเปิดทางชั่วคราวให้วิญญาณที่ปรารถนาจะปฏิบัติธรรมได้มาปฏิบัติร่วมกับเรานะคะ และแผ่เมตตาให้เขา เขาต้องการส่วนกุศลจากเรามากค่ะ ไม่ใช่ผีทุกตนจะรับได้นะคะ เฉพาะเปรตเท่านั้น และเป็นเปรตประเภท ภูริทัตทูปชีวเปตรเท่านั้นค่ะที่จะรับกุศลได้ เพราะเหลือกรรมไม่มากแล้ว ดังนั้น ขอให้มีจิตเมตตาต่อผีให้มาก อย่างไร เขาคือเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายกับเราทั้งสิ้นนะคะ q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #58 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 20:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีบางคนผ่านมาที่นี่นะคะ แต่อ่านแล้วคงไม่เข้าใจ กลับเอายุบหนอ พองหนอ คำของพระพุทธองค์ คำว่า "ยุบหนอ พองหนอ" คือคำของพระพุทธเจ้านะคะ เอาไปล้อเล่น เสียดสีผู้อื่น โดยหารู้ไม่ว่ากำลังทำกรรมมหันต์ ไม่บอกคงทราบกันดีว่าเป็นใคร ยิ่งคำว่าหนอ มาจาก วตะ เป็นคำพระพุทธองค์โดยแท้ เช่น กรรมมุนา วตะตีโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมหนอ พระพุทธองค์จะมี วตะเสมอค่ะแม้กระทั่งตรัสต่อพระสาวกก็มีวตะ เช่น "อัญญาสิวตะ โกณฑัณโย โกณฑัณยะเธอรู้แล้วหนอ" ยังเอาไปล้อเล่นอีก ล้อเล่นไม่เท่าไหร่ เอาไปใช้เสียดสีผู้อื่นว่าเป็นแม่ปูสอนลูกปู เสียดสีผู้ซึ่งเขาไม่ตอบโต้ด้วยแบบชนิดไม่เลิกรา อุปมาเหมือนคนนั่นหล่ะที่เอาผีมาเกาะติดใจตน มองเห็นอะไรก็เป็นผีไปหมดอ่ะค่ะ

คนที่มาอ่านกระทู้นี้จะได้หรือไม่ได้อะไรไป สุดแท้แต่วาสนา แต่ผู้ปฏิบัติวิปัสสนาอย่างแท้จริงจะรู้ว่าทั้งหมดไม่ได้โม้ นัทไปอ่านใจคนได้ว่า เขามาอ่านแล้วรู้สึกหมั่นใส้ ว่าพวกนี้โม้ ทำตัวเป็นพวกเห็นธรรม เป็นผู้วิเศษกว่าคนอื่น นั่นก็เป็นเพราะกรรมของเขาทำให้มองเห็นพระเป็นผีไปเสียได้

เฮ้อ เวรกรรม เวรกรรม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #59 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 20:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ญาณอ่านใจคน เรียกว่า เจโตปริยญาณ ยังไม่มีกะเขาหรอกค่ะ แต่ที่อ่านใจบางคนได้ ก็เพราะรู้จักวาสนาอันตัดไม่ขาดของเขาต่างหาก ไม่ใช่ว่านัทได้ญาณเจโตหรอกนะคะ q*020q*020

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #60 เมื่อ: 1 พ.ย. 10, 20:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นัทชวนทำบุญนะคะ โดยเฉพาะคุณปากเสีย นัทชวนทำบุญถวายค่ารักษาพยาบาลพระวิปัสนาจารย์นะคะ นัทถวายทุกเดือนค่ะ เข้าไปดูที่นี่นะคะ

พระอาจารย์ภัททันตะอาสภะมหาเถระ ท่านเป็นชาวพม่า แต่มาเผยแพร่สอนวิปัสสนาในไทย ท่านบอกขอตายที่ไทย เพราะบรรพบุรุษท่านเป็นคนไทยแต่ถูกกวาดไปพม่าค่ะ คนคิดขายแผ่นดินต้องดูท่านไว้เป็นตัวอย่างค่ะ ท่านนำวิปัสสนามาสอนคนไทย และขอตายในแผ่นดินพ่อแผ่นดินแม่ของท่าน

http://www.sati99.com/?lay=show&ac=article&Ntype=5

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #61 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 00:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โทษคับพี่เลิฟ ไปโม้ที่อื่นนาน ผมไม่เชื่อเรื่องพิธีกรรมคับ งงป่าว??? เด๋วค่ำๆ มาบอก ติดภาระกิจค๊าบ


ไม่เป็นไรครับ เดวจะรออ่านครับ สำหรับผมเองเรื่องพีธีกรรมอะไรก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ครับ ก้มีแต่ฟังเขามา แต่หลังจากที่โดนผีอำใครบอกอะไรผมก็ขอทำไว้ก่อนเพื่อความสบายใจ ส่วนพี่นัทบอกไม่ให้รังเกียจไม่ให้กลัวผมก็จะพยายามครับ รังเกียจไม่เท่าไหร่แต่เรื่องกลัวนี่สิ ทำยากนิดหนึ่งครับ ถ้ามาแบบที่เคยเจอ และก็คงเป็นที่จิตผมด้วยแหละครับ สมัยเด็กๆผมชอบถามยายทวดเรื่องผีบ่อยๆ ท่านก็เล่าให้ฟังประจำ ว่าเห็นผีมาเยอะ เกือบทุกผีอะครับ ผมก็เด็กไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน รู้แต่ฟังแล้วสนุกตื่นเต้นดี แต่ท่านไม่อยู่นานแล้วครับ บางทีก็อยากให้ท่านมาหาเหมือนกันแต่ก็ไม่เคยมาเลย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #62 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 00:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นัทชวนทำบุญนะคะ โดยเฉพาะคุณปากเสีย นัทชวนทำบุญถวายค่ารักษาพยาบาลพระวิปัสนาจารย์นะคะ นัทถวายทุกเดือนค่ะ เข้าไปดูที่นี่นะคะ

พระอาจารย์ภัททันตะอาสภะมหาเถระ ท่านเป็นชาวพม่า แต่มาเผยแพร่สอนวิปัสสนาในไทย ท่านบอกขอตายที่ไทย เพราะบรรพบุรุษท่านเป็นคนไทยแต่ถูกกวาดไปพม่าค่ะ คนคิดขายแผ่นดินต้องดูท่านไว้เป็นตัวอย่างค่ะ ท่านนำวิปัสสนามาสอนคนไทย และขอตายในแผ่นดินพ่อแผ่นดินแม่ของท่าน

http://www.sati99.com/?lay=show&ac=article&Ntype=5

ขอคุณครับ..ที่ผมจะได้ทำบุญครับ..ผมพยามจะเข้าสู้เส้นทางนี้ให้ได้..
ผมเคยบอกคุณนัทฯใว้หลายเรื่อง ผมเป็นนักดักทางคน..ผมกะแล้วเชียว..
เราเป็นปุถุชน..ย่อมถูกนินทา..ดังคนโตเขาว่าใว้..
คนเราความนิยมไม่เหมือนกันครับ..ใครว่าไง..ช่างเขาเถิด..เขาว่าเรา..ก็ดีเน๊าะ..เราจะได้รวมกลุ่มกันทำความดีมาอวดเขา..
สังคมเราย่อมแยกแยะออก..อะไรจริง อะไรเท็จ..เท็จๆ จริงๆ..
ผมลงมาตรวจข้อความในกล่อง..ผมสังหรใจ..และตรงเป๋งเลย..คนที่ผมรอคอยคำแนะนำ..เด๋ว..ขึ้นห้อง..เริ่มเลย..แล้วแต่เวลา..ผมสะดวกมากครับวันนี้..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สนเขา
เรทกระทู้
« ตอบ #63 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 10:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณอาจารย์นัทจ๋าที่ยังจำกันได้ครับ ขอบคุณเด็กผีที่ยัดเยียดให้เป็นคุณลุง55555แต่ก็ขอรับด้วยความยินดี และขอสวัสดีธรรมกายทุกท่านครับ ธรรมะขอทุกคนอาจจะแตกต่างกันแต่แก่นแท้ของธรรมะย่อมมาจากที่เดียวกันครับ ธรรมะเกิดที่ไหน อยู่กับใครก็เป็นธรรมะครับ เหมือนกับที่อาจารย์นัทจ๋าเคยว่าไว้ กฎหมายอยู่ที่ใครก็ยังเป็นกฎหมายครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปากเสีย..
เรทกระทู้
« ตอบ #64 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 11:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มีสามคนแล้ว..ไม่รวมผมด้วย..ผมจะขอเป็นผู้เรียน..
คิดว่า..จะมีผู้รู้ ผู้เรียนเพิ่มขึ้นมาอีก..
ถือว่าเป็นการเผยแพร่ศาสนา..เรียนศาสนาเพื่อให้เข้าถึงธรรมให้มาก หรือดีที่สุด..
คนโตหรือผู้ใหญ่เขาบอก..อันชีวิตของเรานั้นสั้น..และไม่รู้ถึงการสิ้น..การดับสูญ..
ดังนั้น..ผมเอง..จึงเริ่มตระหนักถึงเรื่องนี้..ก็ผมหงอกแล้ว..ยังไม่รูอะไรเลย.. ผมจะเข้ามาอ่านบ่อยๆ และน่าจะอ่านได้ทุกวัน..เข้ามาเรียน เรียนไปตามกำลังสติปัญญา..
ขอเชิญท่านผู้แสวงบุญทั้งหลายมาเรียนไปพร้อมๆกัน..เราไม่ต้องร่อนเร่ไปหาวัดให้เปลืองเวลา..ที่นี่มีครูผู้ทรงคุณวุฒิใว้หลายคน..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #65 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 13:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เพื่อความเป็นมงคลแก่กระทู้นี้ ผมขออัญเชิญบารมีของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ประจำตัวของผม มาช่วยอำนวยพรให้แก่ผู้สนใจปฏิบัติธรรม ณ ที่แห่งนี้ ขอจงเป็นที่อัน สัปปายะแก่ ผู้ศึกษาธรรมด้วยเทอญ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #66 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 13:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่เห็นติด q*015

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #67 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 14:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อัญชลี วันทา อภิวาท ขออารมณ์กรรมฐานจงเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้พบธรรมะวิเศษของพระพุทธองค์ด้วยเถิด


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #68 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 14:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณอาจารย์นัทจ๋าที่ยังจำกันได้ครับ ขอบคุณเด็กผีที่ยัดเยียดให้เป็นคุณลุง55555แต่ก็ขอรับด้วยความยินดี และขอสวัสดีธรรมกายทุกท่านครับ ธรรมะขอทุกคนอาจจะแตกต่างกันแต่แก่นแท้ของธรรมะย่อมมาจากที่เดียวกันครับ ธรรมะเกิดที่ไหน อยู่กับใครก็เป็นธรรมะครับ เหมือนกับที่อาจารย์นัทจ๋าเคยว่าไว้ กฎหมายอยู่ที่ใครก็ยังเป็นกฎหมายครับ
q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #69 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 16:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต่อเรื่องปฏิบัติน๊ะค๊าบ เด๋วจะออกทะเล

แต่ก่อนอื่นผมสังเกตุว่ามีผู้สนใจเข้ามาอ่านเหมือนกัน ดังนี้ผมเชื่อว่ามีผู้ที่มีข้อมูลความรู้มากกว่า ดีกว่าที่ผมเล่าอีกมากมาย จึงขอเรียนเชิญ เสนอคห.ที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติ เพื่อประโยชน์แก่บุคคลทั่วไป และเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป ตัวผมเองยังอ่อนด้อยหลายๆด้าน โดยเฉพาะข้อมูลในพระไตรปิฎก ผมไม่เคยอ่านครบทั้งสี่สิบกว่าเล่ม แต่เคยอ่านบ้างเฉพาะในส่วน วิสุทธฺมรรค และเจาะข้อมูลอภิธรรมบางเรื่องที่สนใจเท่านั้น ดังนั้นหากท่านใดมีข้อมูลเสริมในพระไตรปิฎกมาแบ่งปันจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งคับ q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #70 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 16:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องเทคนิคการเดิน นั่ง อิริยาบทย่อยได้เล่าให้ฟังแล้วในคห.ที่13, 14 ควรอ่านทวนบ่อยสำหรับผู้ที่ลงมือทำแล้ว แต่ถ้าต้องการเริ่มทำ ขอให้ทำความเข้าใจอันนี้ก่อนคับ ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคได้กล่าวถึงกรรมฐาน 40วิธี ซึ่งโยคีสามารถเลือกได้ตามจริต (ยิ่งกว่าความถนัด)แต่ที่ผมเคยฝึกมา เบื้องต้นคือ การดูลมหายใจ "อานาปาณสติ" พองยุบ เมตตาสมาธิ อสุภะกรรมฐาน การแยกธาตุ
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า การทำสมาธินั้นมี สองแบบคือ
๑. การทำสมถะ เพ่งอารมณ์เดียวเรื่องเดียวให่เกิดสมาธิดิ่งลึก
๒. การทำวิปัสนา ตามดูความเปลี่ยนแปลงโดยใช้ขณิกะสมาธิ
กรรมฐานทั้ง สี่สิบวิธีนั้นมีเพียงไม่กี่วิธีที่สามารถยกจิตขึ้นสู่วิปัสนาได้ ในความถนัดส่วนตัวของผม ใช้พองยุบ

สิ่งที่ต้องรู้จักเบื้องต้นของวิปัสนาคือ "รูป" และ "นาม" หลายคนคงเคยรู้จัก แต่ผมจะเรียกว่า "กาย"และ "ใจ" เพื่อให้ผู้ที่เริ่มต้นสนใจฟังง่ายๆ
ตัวอย่างเช่น ตอนนี้อากาศหนาวเย็น เมื่อเราอาบน้ำในตอนเช้าขณะที่น้ำเย็นสาดกระทบผิวหนังความหนาวเย็นเกิดขึ้นกับอะไร???
หลายคนคงนีกว่าผีเด็กถามบ้าๆ อ่ะให้นึกดูก่อนเด๋วมาตอบ ฮิๆๆๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #71 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 16:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รับการกระทบที่กาย ใจที่รู้ กระทบรูป ความรู้เป็นนาม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #72 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 17:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นั่นแหละ...เจ้าของทู้ตอบถูกต้องคับ พูดง่ายๆคือ ใจเราน่ะแหละที่หนาว เพราะเอาใจไป"จับ"อาการหนาวของ กาย กายคือรูป ใจ คือนาม
เช่นกัน การดูลมหายใจ ลมที่สัมผัสปลายจมูก คือรูปหรือกาย การรับรู้ ความแรง เบา หยาบ ละเอียด ร้อน เย็นของลมหายใจ คือนามหรือใจ
ทีนี้จุดสำคัญของการเฝ้าดูสังเกตุ บางครั้งลมหายใจอาจมีรสสัมผัส(ที่ต่อไป ผมจะเรียกว่า รสชาด ) นุ่มนวล หวานหอม รุนแรงถี่หยาบแข็งกระด้างเผ็ดร้อน ดูดีๆมีน๊ะไม่ใช่ไม่มี อันนั้นต้องตอบให้ได้ว่า กาย หรือใจ
สิ่งเหล่านี้เกิดการรับรู้รสชาดขึ้นได้ด้วยการฝึกแยกธาตุ
ธาตุดิน อาการนุ่ม แข็ง แน่น ตึง
ธาตูน้ำ อาการเหนียว หนืด ชุ่มฉ่ำ
ธาตูลม อาการคล้อยไหว ซัดส่าย เย็น
ธาตูไฟ อาการร้อน เผ็ด

อาการเหล่านี้หากจับสังเกตุดีๆจะค้นพบสภาวะธรรม ได้จากการเดิน นั่ง อิริยาบทย่อยได้ง่าย เล่าอย่างนี้อาจฟังลำบาก ผมจะยกตัวอย่างที่เคยเล่าในคห.ที่13, 14 ในตอนที่เดินจงกรมแล้วรู้สึกว่า ปลายนิ้วเท้าที่พุ่งออกไปสัมผัสอากาศรู้สึกเตะผ่านความเย็นในเบื้องต้น นั่นคือธาตลม เมื่อเหยียบลงพื้นดินรู้สึกถึงความนุ่มสบายของแผ่นเท้าจึงตามดูความเปลี่ยนแปลงจากความนุ่มเมื่อถ่ายน้ำหนักลงเรื่อยๆ กลายเป็นความแข็งตึงแน่น ไม่สบายแว๊วย่อมแสดงให้เห็นธาตดิน และยังมีอีกหลายอย่างหากสังเกตุให้ดีจริงๆจะค้นพบได้เอง สำคัญมากค้นพบได้เอง ไม่ใช่การค้นหา หากค้นหาเมื่อใดโลภะเกิด...เจ๊ง ฮ่าๆๆๆ

สรุปเทคนิค ๑. ต้องเข้าใจว่า อะไรคือ กาย ใจ
๒. ต้องเข้าใจเรื่องธาตุ ตามดูอาการที่เกิดขึ้นโดยพิจารณาธาตุ
๓. ตามดูอะไร??? วิปัสนาตาดูอาการที่เกิดขึ้นกับกาย ใจ ที่ชัดที่สุด เช่น กาย ความเมื่อย เจ็บ ใจ สุข ทุกข์ โกรธ อิจฉา ตามให้ทันตั้งแต่เกิดอาการขึ้น อาการนั้นตั้งอยู่มีการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่ง อาการนั้นดับไป ทำบ่อยๆ ซ้ำๆแล้วท่านจะเห็นเอง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #73 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 17:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เด๋วต้องมีคนถามว่า อาการที่ชัดที่สุดคืออะไร ก็เปรียบเทียบเวลาเทศกาลที่ท่านปวดท้องแล้วแว๊ะเข้าปั๊มท์อ่ะ ยืนรอคิวเมื่อยกะปวดอึ อันไหนชัดให้ดูอันนั้นแหละ ฮิๆๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #74 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 18:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าเราโกรธ เราดูตามอาการโกรธ เรารู้ถึงหน้าที่ร้อน มือที่สั่น ปากที่สั่น อารมณ์ที่ซักส่ายพลุ่งพล่าน นั่นคือธาตุไฟในร่างกายเรากำลังเจริญอยู่ใช่หรือไม่จ๊ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #75 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 18:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เด๋วต้องมีคนถามว่า อาการที่ชัดที่สุดคืออะไร ก็เปรียบเทียบเวลาเทศกาลที่ท่านปวดท้องแล้วแว๊ะเข้าปั๊มท์อ่ะ ยืนรอคิวเมื่อยกะปวดอึ อันไหนชัดให้ดูอันนั้นแหละ ฮิๆๆ
อ่านมาตั้งนาน,มาฮาเอาตอนนี้ q*013q*013
มันเกี่ยวกันด้วยเหรอน้องซี??? q*031q*031q*031


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #76 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 18:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เกี่ยวจ้าน้องแอน เพราะน้องซีกำลังให้ดูว่าอาการใดชัด อาการใดทุกข์กว่ากันจ้า เช่นปวดขาทุกข์ ปวดอึทุกข์ อะไรทุกข์หนัก ดูอันนั้น รับเวทนาอันนั้นหล่ะจ้า

คนเรานะ เวลาเวทนากาย หรือทุกข์กาย มีหลายทุกข์ ทุกข์ประจำทุกข์จร ทุกข์ประจำปวดอึ ปวดฉี่ หิว ไข้ ต่างๆ เหล่านี้เป็นทุกข์ประจำสังขาร ไม่ต้องดิ้นรนหามาก็มีอยู่แล้ว ส่วนทุกข์จรนั้น เราหามาเอง เช่นไปทะเลาะกับเขาเราทุกข์นั่นเราหามาเอง

ธรรมะสอนว่า ทุกข์ประจำสังขาร ก็ทุกข์หนักแล้ว ยังหาทุกข์จรมาใส่ตัวอีกหรือมนุษย์

ลองทะเลาะกับคนแล้วปวดอึสิ พี่ว่า คงบอกคู่กรณี รอก่อน ตรูไปครี่ก่อน เด๋วมาด่ามิงใหม่ q*013q*013q*013

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #77 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 18:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถ้าเราโกรธ เราดูตามอาการโกรธ เรารู้ถึงหน้าที่ร้อน มือที่สั่น ปากที่สั่น อารมณ์ที่ซักส่ายพลุ่งพล่าน นั่นคือธาตุไฟในร่างกายเรากำลังเจริญอยู่ใช่หรือไม่จ๊ะ

ใช่เลยพี่ แรกๆมันจะเห็นแค่นั้นอ่ะ แต่ทำเรื่อยๆ มันจะเห็นละเอียดขึ้นเรื่อยๆ ตามดูบ่อยๆมันจะเร็วขึ้น ที่พี่บอกนั้นอาการมันเกิดขึ้นแล้ว เราตามไปทีหลัง แต่ไม่เป็นรัย เฝ้าดูโกรธดำเนินไป มีอาการทางกายยังไง ทางใจยังงัย มันจะเปลี่ยนทุกขณะจิต ยิ่งดูให้ละเอียดยิ่งซับซ้อนขึ้น แล้วมันจะไม่เห็นอย่างเดิมแล้ว การแยกธาตจะทำให้เห็นสภาวะธรรมใหม่ ไม่มีเขา ไม่มีเรา เริ่มเห็นแต่อาการชัดขึ้นๆ แล้วจะเห็นอย่างอื่นอีก รับรองไม่ใช่การคิดไปเอง หรือหลอนแน่นอน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #78 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 18:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สมมุติว่าเรานั่งสมาธิจนปวดขา ใจเราก็ซักส่ายอยากหยุดอยากเลิกเสียที เราต้องดูว่าอาการอันไหนชัดใจที่ซักส่ายหรือขาที่ปวด แล้วเอาใจไปดู แต่ต้องรู้ตัวว่า อาการปวดนั้น ปวดที่ใจไม่ใช่ปวดที่ขา กายรับเย็นร้อนอ่อนแข็งและเวทนาต่างๆ แต่ใจรับความรู้สึกเจ็บปวด ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า เพราะมีขาจึงปวดขาอ่ะ แปลว่า มีกายให้ใจรู้จึงปวด ครูบาอาจารย์ท่านแยกได้นะว่า กายปวดใจไม่ปวด ซึ่งอันนี้พี่ยังไปไม่ถึงอ่ะ ครูบอกมา แต่เรายังไม่ถึง ก็เห็นปวดอยู่ ก็ใจรู้อยู่ว่าปวด แล้วกายปวดใจไม่ปวดคืออะไร ไว้ต่อไปคงเข้าใจเอง ไม่ต้องถามใคร เก็บไว้รู้เอง q*021

เวลาถามขอให้ถามวิธี ไม่ต้องถามผล ผลรู้เฉพาะตนค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #79 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 18:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คำว่าไม่มีเขาไม่มีเรานี่พี่ได้ยินอาจารย์พูดบ่อยมาเหมือนกัน แต่ยังไม่เข้าใจ ไว้จะเข้าใจเ อง เมื่อละเอียดขึ้นอย่างที่ซีบอก ตอนนี้พี่ขนลุกอ่ะ แต่ต้องไปแล้ว ไปส่งลูกก่อน เด๋วกลับมาคงหลายชั่วโมงเพราะเข้ากรุงเทพอ่ะ
ดึกๆ เจอกัน ถ้าพี่ไม่กลับมาเดี้ยงเสียก่อน ตั้งใจว่าตอนขับรถจะพยายามกำหนดให้ถี่นะ

อนุโมทนาบุญจ้า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #80 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 18:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ๋อ..เข้าใจแล้วค่ะทีนี้ q*021q*021 เป็นแบบนี้เอง,ถึงว่าเวลาที่ปวดท้องขึ้นมานี่ ไม่มีกะจิกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น...เพราะข้าศึกบุกแล้ววววว q*020q*020
เด๋วหากแอนมีเวลาว่าง(แบบต้องว่างจริงๆค่ะ..ปิดมือถือเลย)จะค่อยๆฝึกไปเรื่อยๆค่ะ q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #81 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 18:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อ๋อ..เข้าใจแล้วค่ะทีนี้ q*021q*021 เป็นแบบนี้เอง,ถึงว่าเวลาที่ปวดท้องขึ้นมานี่ ไม่มีกะจิกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น...เพราะข้าศึกบุกแล้ววววว q*020q*020
เด๋วหากแอนมีเวลาว่าง(แบบต้องว่างจริงๆค่ะ..ปิดมือถือเลย)จะค่อยๆฝึกไปเรื่อยๆค่ะ q*021q*021

ฮิๆๆ ดีคับพี่แอน ว่างลองทำปูพื้นฐานไปก่อน แรกๆเดินยากหน่อยมันฝืนธรรมชาติ แต่เดินชำนาญแล้ว สบายกว่านวดฝ่าเท้าอีก ถ้าเดินตอนเช้าหลังตื่นนอน ดื่มน้ำก่อนเดิน ขอบอกไม่ต้องกินยาถ่าย ยาหอม มันจะไล่ลมเอง ดีสำหรับคนมีอายุคับ ฮ่าๆๆๆหลอกชมอ่ะ แต่เรื่องจิงนา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #82 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 19:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ฮิๆๆ ดีคับพี่แอน ว่างลองทำปูพื้นฐานไปก่อน แรกๆเดินยากหน่อยมันฝืนธรรมชาติ แต่เดินชำนาญแล้ว สบายกว่านวดฝ่าเท้าอีก ถ้าเดินตอนเช้าหลังตื่นนอน ดื่มน้ำก่อนเดิน ขอบอกไม่ต้องกินยาถ่าย ยาหอม มันจะไล่ลมเอง ดีสำหรับคนมีอายุคับ ฮ่าๆๆๆหลอกชมอ่ะ แต่เรื่องจิงนา
สำหรับพี่นะน้องซี..พี่คงต้องเริ่มตั้งแต่ ฝึกนั่งสมาธิเลยหล่ะจ้ะ..
เพราะหากแค่นั่งสมาธิยังนั่งไม่ได้นะ,จะไปเดินนั่นหน่ะคงต้องลำบากกันหน่อย..แตาก็เอาน่า ยังไงก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก..ว่าป่าว??
ยิ่งตอนนี้เจ้าตัวแสบไม่อยู่แล้ว คงมีเวลาได้ทำอยู่หรอก q*021q*021
พูดแล้วก็คิดถึงอ่ะ q*001q*001 เด๋วโทรหาหน่อย


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #83 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 19:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จิงๆคับพี่ รับรองไม่เหนือความพยายามแน่นอนคับ q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #84 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 20:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องแยกธาตุ ผมไม่ยอมจบง่ายๆ คับ ผู้มีบุญบารมีทั้งหลายขอจงโปรดสังเกตุเนื้อหาที่ผมเล่าผ่านมาให้ดี ธรรมะเป็นเรื่องละเอียดจิงๆ ท่านอาจเคยเล่าเรียนศึกษาศาสตร์ในแขนงอื่นๆที่มีรายละเอียดให้ต้องจำ คิด วิเคราะห์
จงทิ้งมันให้หมด ไม่สามารถนำมาปรับใช้กับการฝึกปฏิบัติได้เลย ที่พูดดังนี้ หลายคนกำลังโต้แย้งในใจอยู่ว่า ไม่ให้คิด วิเคราะห์แล้วจะรู้เหตุผลได้ยังไงว่า เทคนิคการปฏิบัตินี้ถูก หรือผิด ขอตอบว่า การฝึกจิตนั้น ในเบื้องต้นท่านต้องได้ข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เมื่อท่านทำความเข้าใจในวิธีการแล้ว หนทางเดียวที่จะรู้ได้ว่า ถูกทางหรือไม่ ท่านจะต้องลงมือทำด้วยตัวเองเท่านั้นจึงจะทราบ "ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูฮีติ" รู้โดยเฉพาะตนเท่านั้น และประสพการณ์ที่จะพบเจอของแต่ละคนมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน แต่เมื่อมาแลกเปลี่ยนความรู้กันภายหลัง ท่านจะพบว่าสิ่งที่พบเจอรับรู้ของแต่ละคนนั้นเนื้อหาหลักๆกลับไม่ต่างกันเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #85 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 20:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เหตุที่ห้ามการคิดวิเคราะห์ในระหว่างปฏิบัติ

๏ นิวรณ์ 5 ๏
นิวรณ์ คือสิ่งที่ขวางกั้นจิตทำให้สมาธิไม่อาจเกิดขึ้นได้ มี 5 อย่างคือ

กามฉันทะ คือความยินดี พอใจ เพลิดเพลินในกามคุณอารมณ์ ได้แก่ ความยินดี พอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ(สิ่งสัมผัสทางกาย) อันน่ายินดี น่ารักใคร่พอใจ รวมทั้งความคิดอันเกี่ยวเนื่องด้วยรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะนั้น (คำว่ากามในทางธรรมนั้น ไม่ได้หมายถึงเรื่องเพศเท่านั้น)

พยาปาทะ คือ ความโกรธ ความพยาบาท ความไม่พอใจ ขัดเคืองใจ

ถีนมิทธะ แยกเป็นถีนะคือความหดหู่ท้อถอย และมิทธะคือความง่วงเหงาหาวนอน
ถีนะและมิทธะนั้นมีอาการแสดงออกที่คล้ายกันมาก คือทำให้เกิดอาการเซื่องซึมเหมือนกัน แต่มีสาเหตุที่ต่างกันคือ ถีนะเป็นกิเลสชนิดหนึ่ง เกิดจากการปรุงแต่งของจิต ทำให้เกิดความย่อท้อ เบื่อหน่าย ไม่มีกำลังที่จะทำความเพียรต่อไป ส่วนมิทธะนั้นเกิดจากความเมื่อยล้าอ่อนเพลียของร่างกาย หรือจิตใจจริง ๆ เนื่องจากตรากตรำมามาก หรือขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ หรือการรับประทานอาหารที่มากเกินไป มิทธะนี้ไม่จัดเป็นกิเลส (พระอรหันต์ไม่มีถีนะแล้ว แต่ยังมีมิทธะได้เป็นบางครั้ง)

อุทธัจจกุกกุจจะ แยกเป็นอุทธัจจะคือความฟุ้งซ่านของจิต และกุกกุจจะคือความรำคาญใจ อุทธัจจะนั้นคือการที่จิตไม่สามารถยึดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นเวลานาน จึงเกิดอาการฟุ้งซ่าน เลื่อนลอยไปเรื่องนั้นที เรื่องนี้ที ส่วนกุกกุจจะนั้นเกิดจากความกังวลใจ หรือไม่สบายใจถึงอกุศลที่ได้ทำไปแล้วในอดีต ว่าไม่น่าทำไปอย่างนั้นเลย หรือบุญกุศลต่างๆ ที่ควรทำแต่ยังไม่ได้ทำ ว่าน่าจะได้ทำอย่างนั้นอย่างนี้

วิจิกิจฉา คือความลังเลสงสัย ไม่แน่ใจ หรือไม่ปักใจเชื่อว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด หรือควรทำแบบไหนดี จิตจึงไม่อาจมุ่งมั่นในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้อย่างเต็มที่ สมาธิจึงไม่เกิดขึ้น

นิวรณ์ทั้ง 5 ตัวนี้ มีเฉพาะอุทธัจจะเท่านั้นที่เกิดขึ้นตัวเดียวได้ ส่วนนิวรณ์ตัวอื่น ๆ นอกนั้น เมื่อเกิดจะเกิดขึ้นร่วมกับอุทธัจจะเสมอ

นิวรณ์ทั้ง5 เป็นอุปสรรคสำคัญในการทำสมาธิ ถ้านิวรณ์ตัวใดตัวหนึ่ง หรือหลายตัวเกิดขึ้น สมาธิก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย แต่นิวรณ์ทั้ง 5 นี้ไม่เป็นตัวขวางกั้นวิปัสสนาเลย ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่วิปัสสนาอีกด้วย เพราะวิปัสสนานั้นเป็นการเรียนรู้ธรรมชาติของสรรพสิ่ง ไม่ว่าขณะนั้นอะไรจะเกิดขึ้น ก็เป็นประโยชน์ให้เรียนรู้ได้เสมอ นิวรณ์ทั้ง 5 นี้ก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ๆ ของจิตที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ ให้เห็นถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่อยู่ในอำนาจ ของจิตเช่นกัน

อันนี้ขี้เกียจพิมพ์ ก๊อปมาจาก Http://www.dhammathai.org/treatment/concentration/concentrate01.php ซึ่งผมเห็นว่า ส่วนนี้ผมมีความเห็นเดียวกัน ส่วนเทคนิคในการแก้ไขอาจแตกต่างกันในรายละเอียดคับ q*021

ปล. โยคีบางท่าน ได้รับรู้เทคนิคแล้วขอให้มุ่งมั่น เรื่องนิวรณ์นี้เตือนไว้เฉพาะผู้เริ่มต้นคับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #86 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 21:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*013 สู้ๆคับลุง ไม่ยากขนาดนั้นหรอก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #87 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 22:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สาธุ น้องซี q*021q*021หากใครไม่รู้ว่าน้องซีเป็นเด็กนี่ ก็คงจะคิดว่าซีเป็นฝู้ใหญ่เลยนะคะเนี่ย q*062q*062q*062จำครั้งแรกที่พี่เข้าไปตอบในกระทู้ของซีได้ป่ะ q*020q*020พี่นึกว่าซีคงรุ่นเดียวกะพี่ชายพี่เลยนะคะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #88 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 22:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กลับมาแล้วจ้า ง่วงนอนแหลกราญ กำหนดได้แต่ ง่วงหนอ คิดหนอ ง่วงหนอ อยากนอนหนอ เืบื่อหนอ ง่วงหนอ อ่ะ

และมีเรื่องเล่าหนึ่งเรื่องเล็กๆ ขณะกำลังขับรถกลับมาง่วงแล้วง่วงอีก ตาจะปิดแล้วปิดอีก พอดีจังหวะจะเปลี่ยนช่องทางไปซ้าย มองซ้าย เปลี่ยนไม่ได้ รถมาด้านข้างซ้าย แว๊บเดียวเท่านั้น เห็นไฟท้ายรถคันหน้าแดงวาบ (ไม่ถึงกับเกือบชน แต่ก็ใกล้มาก) ตกใจ กำหนดเป็นคำพูดว่าตกใจหนอไม่ทัน แต่รู้เลยว่า หัวใจมันกระชากเสียวแว๊บบบบ เลย ความรู้สึกไปจับตั้งแต่เริ่มเสียวแว๊บบบบบ จี๊ดแรก ประหลาดดี เพิ่งเคยจับทัน คือปกติตาเห็นจับทัน หูได้ยินจับทัน แต่รู้สึกทางใจนี่ เช่นโกรธ ไม่ชอบ เบื่อ ทุกข์นี่จับไม่ทัน ทุกข์ไปแล้วถึงรู้ จับตามได้ โกรธไปแล้วถึงรู้ว่าโกรธหนอ
พูดตามทัน เลยได้มา่ว่า ถ้าพูดตามทันแปลว่าเราจับไม่ทัน แต่ถ้าเราจับได้ด้วยความรู็้สึกแบบนึกคำพูดไม่ทัน แปลว่าเราจับทันอ่ะ ไม่รู้ท่านอื่นเข้าใจหรือเปล่า แต่น้องซีคงเข้าใจ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #89 เมื่อ: 2 พ.ย. 10, 22:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แวะไปลงชื่อเรียนกฏหมายมาค่ะ พี่นัท q*077q*077
ดีนะคะที่ไม่ชนอ่ะ,หากเป็นแอน คงจูบท้ายรถเขาไปแล้ว q*003q*003
เพราะเคยโดนมาแล้วค่ะ,เลยไม่กล้าขับอีกเลย..แบบว่าครั้งเดียวเข็ด q*001q*001

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 5

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม