Sanook.commenu

ดูดวง ดวงความรัก ทํานายฝัน เซียมซี กราฟชีวิต ไพ่ยิปซี เกมทายใจ เรื่องผี พระเครื่อง ดูทีวี ฟังเพลง ฟังหวยออนไลน์

Sanook! Horoscope

เมนู

หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เกิดเวลานี้ไม่ดีจริงหรือครับ!!!~  (อ่าน 8033 ครั้ง)
Guest
บุคคลทั่วไป
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 ก.ย. 10, 22:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

คือ ผมได้ใบดูดวงปีกุล [หมู] ธาตุน้ำ มา แล้วใบบอกว่า
ถ้าคนเกิดตอนด่ำถึงเที่ยงคือจะลำบากยากแคล้นในเรื่องการทำมาหาเลี้ยงชีพ ต้องลดทุนอาบเหงื่อต่างน้ำแต่ผมที่ได้รับคุ้มค้ากับที่ลงทุนไป

จริงหรือป่าวครับ

แล้วจะให้ผมแก้ยังไงครับ

ขอบคุณนะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 25 ก.ย. 10, 09:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่เป็นความจริงเสมอไปครับ ขอยืนยันจากประสบการณ์หมอดูสองปี
เเต่คำพูดของผม ก็ไม่หมายความว่าคุณจะสุขสบาย
ถ้าหากมนุษย์เราเกิดมา ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงดาว
เเละเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ก็เท่ากับเราไม่ได้คิดหรือมีเหตุผลเเบบพุทธ

ในศาสนาพุทธสอนให้เราเชื่ออย่างมีเหตุผล เเละความเชื่อ 3 ที่ผิดคือ
1. ชีวิตของเราถูกกำหนดไว้เเล้วตั้งเเต่เกิดจนตายโดยกรรมเก่า
2. เชื่อว่ามนุษย์เกิดมาโดยมีเทพบรรดาลให้
3. เชื่อทุกอย่างบนโลกนี้เป็นเรื่องบังเอิญ

กรรมในอดีตชาติจะกำหนดให้เราเกิดมาเป็นรูปร่างหน้าตาแบบนี้
อยู่ในสภาพเเวดล้อมอย่างนี้ัี มีอุปนิสัยอย่างนี้
เเต่กรรมในปัจจุบันชาติเท่านั้นที่จำกำหนดวิธีคิดของเรา
เพราะฉะนั้นจะรวยจะจน เวลาเกิดอาจจะบอกอะไรไม่ได้นัก
เเต่หลักประกันคือศีลเเละปัญญาที่จะอยู่ติดตัวข้ามภพข้ามชาติ
เป็นสมบัติที่ไม่ต้องเเบ่งกันชมครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
บุคคลทั่วไป
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 ก.ย. 10, 00:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณนะครับ ช่วยให้ผมสบายใจขึ้นเยอะเลย
แต่ที่คุณหมอว่า
''ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงดาว''
แล้วเราจะรู้ได้ไงครับว่าดวงดาวอะไรแล้วดวงไหนดีหรือไม่ดีครับ q*023
แล้วอีกอย่างที่คุณหมอว่า ''หลักประกันคือศีลเเละปัญญาที่จะอยู่ติดตัวข้ามภพข้ามชาติ
เป็นสมบัติที่ไม่ต้องเเบ่งกันชมครั''

ผมว่าผมก็พอมีความรู้ไม่ถึงกลับโง่แต่เสียอย่างเดี่ยวขี้เกียดไปหน่อย

ไงก็ขอบคุณนะครับ
คุณ ตรงนี้ไม่ใช่พื้นที่โฆษณา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 ก.ย. 10, 11:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเชื่อนะว่าเราสามารถชนะลิขิตได้
คุณตัณโออิชิ ไม่มีอะไรติดตัวมา
อาบเหงื่อต่างน้ำ ทำอะไรที่ได้เงินท่านก็ทำ
สุดท้ายคือผมแห่งการกระทำที่ท่านทำไว้
ขยัน ซื้อสัตย์ ประหยัด อดทน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 28 ก.ย. 10, 12:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พิสูจน์คำพูดผม ไม่ยากครับ
ให้คุณลองไปอ่านดวงคุณ ปีุของคุณในตำราอื่น
จะเห็นได้ว่าเเต่ละตำรา จะพยากรณ์ไม่เหมือนกันเลย

ความหมายของดวงดาวนั้น ก็มากมายครับ
โหราศาสตร์ ไทย สากล พม่า อินเดีย เเทบให้คำนิยามไม่เหมือนกันเลย
ยิ่งโหราศาสตร์ไทยที่มีหลายสำนักด้วยเเล้ว ยิ่งมีความหมายที่เเตกต่างกันอย่างมากมายครับ

ส่วนคำว่าตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงดาว
ผมไม่ได้หมายถึงคุณมีชีวิตอยู่ภายในโหราศาสตร์
เเต่ผมหมายถึงดวงดาวไม่สามารถกำหนดชะตาชีวิตคนได้ครับ

ถ้าคุณอยากรู้ว่าคุณจะรวยได้อย่างไรนั้น
ง่ายๆ คือ คุณมีสิ่งที่คุณรักหรือเปล่า งานอดิเรกของคุณคืออะไรครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
mimpo
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 28 ก.ย. 10, 21:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปีกุน น หนูเว้ย กุล ล ลิงนั่นมันนามสกุล

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
บุคคลทั่วไป
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 28 ก.ย. 10, 23:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ปีกุน น หนูเว้ย กุล ล ลิงนั่นมันนามสกุล

อะไรของคุณครับผมอ่านแล้ว ไม่เข้าใจ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
บุคคลทั่วไป
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 28 ก.ย. 10, 23:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องที่ท่านว่าที่ให้ไปอ่านดวงหลายๆฉบับ
ผมอ่านดูก็มีดีบางไม่ดีบางตามที่คุณหมอได้บอกไว้เลยครับ
สรุปว่า จะดีจะร้ายก็อยู่ที่ตัวเราเราเป็นคนกำหนดชะตาชีวิตของเราเองใช่ไหมครับ
ขอบคุณทุกๆท่านนะครับ

ตอนนี้ผมกำลังเรียนอยู่ครับ

แล้วก็ขอโทษด้วยนะครับที่ผทพิมคำว่ากุน ผิด ตอนนั้นผมรีบไปหน่อย ขอโทษจริงๆครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 29 ก.ย. 10, 10:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณบุคคลทั่วไปครับ ขอเเสดงความยินดีด้วย
คุณได้มีความก้าวหน้าทางจิตใจไปอีกก้าวหนึ่งเเล้ว
การที่คุณมีความเชื่อมั่นว่ากรรมปัจจุบันเป็นหลัก
ในการกำหนดทิศทางในอนาคตก็เท่าักับคุณเข้าใจถูกเเล้ว

ผมจะให้ของขวัญคุณ เป็นของขวัญที่ล้ำค่า
เกี่ยวกับความรวยความจนของคุณนั่นเเหละ

นำมาจาก ดังตฤณ
http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare031.htm


ถาม – ผมเข้าใจถูกไหมว่าการทำทานเป็นเหตุแห่งความร่ำรวย? ถ้าหากเข้าใจผิด หรือยังทำบุญไม่ถูกอย่างไร จะขอคำแนะนำหน่อยได้ไหม?

ขอสรุปง่ายๆคือถามว่าทำบุญอย่างไรจึงจะรวยเร็วทันตาเห็นนะครับ ประทานโทษ นี่พูดตามเนื้อผ้า ไม่ได้ว่ากระทบกัน แต่ผมเห็นคนตั้งคำถามแบบนี้หรือคิดทำนองนี้เมื่อใด ดูแล้วทำบุญด้วยจิตของนักเก็งกำไรทุกที คือคิดในแง่การลงทุนที่ต้องการได้ผลตอบแทน ไม่ใช่ทำทานด้วยจิตคิดสละเอาเลย และเมื่อไม่ได้ทำทานด้วยจิตคิดสละ ไม่ได้ทำเพราะอยากอนุเคราะห์อย่างแท้จริง ทานนั้นก็มักมีผลน้อย หรือให้ผลช้า เนื่องจากความโลภเป็นของหนัก นอกจากทำจิตให้ทึบ ไม่ปลอดโปร่งเป็นกุศลเต็มที่แล้ว ยังบั่นทอนกำลังบุญ หรือหน่วงเหนี่ยวไม่ให้เกิดผลเร็วอีกด้วย

ลงทุนทำธุรกิจยังมีความเสี่ยง ยังผิดหวังบ้าง สมหวังบ้าง แล้วลงทุนในรูปแบบของทาน จะให้ได้ดังใจทุกครั้งอย่างไรไหว? กฎแห่งกรรมวิบากเขาไม่ได้ทำงานแบบให้ทานแล้วต้องรวยทันทีเสมอไปครับ เขาดูก่อนว่าคุณคิดให้ด้วยเจตนาอะไร ดูว่าใจคุณ ‘จริง’ แค่ไหน ถ้าตรวจสอบแล้วผ่าน เขาก็ให้ ไม่มีการอั้นไว้ ไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชังใดๆอย่างแน่นอน

เพื่อให้เปรียบเทียบง่ายว่าทานที่ดีต้องหลีกเลี่ยงอาการท่าไหน ผมจะพาสำรวจการทำงานของจิตขณะให้ทานแบบเก็งกำไรดังนี้

๑) ก่อนให้มีความโลภครอบงำ จิตจึงมืด ไม่สว่าง

๒) ขณะให้อาจมีความรู้สึกดีๆบ้าง จิตจึงอาจสว่าง แต่ก็ยืนอยู่บนฐานของความโลภอยู่ดี

๓) หลังทำจะมีความคาดหวัง รอคอย ชนิดแทบจะชะเง้อออกมานอกหน้าต่างทุก ๕ นาทีว่าเมื่อไหร่ลาภจะชะลอลงมาจากฟากฟ้า

เห็นชัดๆทั้งก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำอย่างนี้ ลองหาให้เจอสิครับว่ากุศลจิตขนานแท้อยู่ตรงไหน กฎแห่งกรรมวิบากที่ชัดเจนข้อหนึ่งคือถ้าก่อกรรมโดยมีโลภะ โทสะ โมหะเจืออยู่ กรรมนั้นจะเป็นอกุศล หรือกระเดียดไปในทางอกุศล หรืออย่างน้อยที่สุดถึงตั้งต้นเป็นกุศลจริงก็จะถูกแย่งพื้นที่ความสว่างไป ด้วยเพราะมีเงาอกุศลทาบทับอยู่ดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 29 ก.ย. 10, 10:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ใช่ว่าทำบุญแบบเก็งกำไรแล้วสูญเปล่าหรอกนะครับ ผลบุญยังมีอยู่ดี เพียงแต่จะมาช้า แล้วก็ไม่หนักแน่น ทำนองเดียวกับนักดนตรีที่เล่นไม่เก่ง ใช่ว่าทำให้เสียงดนตรีดังไม่ได้ แต่ดังแล้วไม่เพราะ ไม่ได้จังหวะจะโคน ไม่หนักแน่นเร้าใจเท่านั้นเอง

มาถึงข้อที่ว่าทำทานอย่างไรจะเรียกว่าเป็นทานอย่างแท้จริง เป็นบุญที่อำนวยผลใหญ่รวดเร็ว ก่อนอื่นคุณต้องเลื่อมใสว่าทานมีผลทั้งปัจจุบันและอนาคต

ผลปัจจุบันคือมีความสุขที่จะให้ มีความสุขกับการได้ช่วยเหลือ มีความสุขจากการสละขยะหมักหมมพะรุงพะรังออกจากจิต พูดง่ายๆคือได้เสพสุขจากจิตอันทรงภาวะเมตตากรุณานั่นเอง

ผลในอนาคตคือการสะท้อนตอบแบบให้ไปย่อมได้มา คุณช่วยคนอื่น ก็คือการสร้างแรงขึ้นมาแรงหนึ่งส่งออกไป ย่อมมีแรงสะท้อนกลับเป็นการมีมือมนุษย์ช่วยเหลือ หรือมีเหตุการณ์ประจวบเหมาะช่วยเหลือ หรือถือกำเนิดใหม่ในแดนเกิดที่พร้อมช่วยเหลือให้คุณอยู่สบายไม่เดือดร้อน

การมีความเลื่อมใสว่าทานมีผลนั้น แตกต่างจากการโลภว่าทำทานต้องได้ผลตอบแทนคืนมา จิตคุณจะเชื่อมั่นว่ากำลังทำดี สร้างทางน่าอบอุ่นใจให้ตนเองเดินทั้งในปัจจุบันและอนาคต ก่อนทำคุณไม่คาดหวังว่าต้องได้ผลคืนเป็นเงินทองเท่าใด ขณะทำคุณเป็นสุขกับบุญอันวิเศษ หลังทำคุณอิ่มใจที่ประกอบกรรมดีสำเร็จ

เมื่อไหร่ที่คุณให้จนเกิดความรู้สึกราวกับซื้อของให้ตัวเอง นั่นแหละคุณ ‘ทำทาน’ อย่างแท้จริง ฝึกจนถึงจุดจริงๆจะรู้ครับว่ารู้สึกอย่างไร เหมือนดีใจที่ได้ของเอง เพราะเข้าใจล่วงหน้าอย่างลึกซึ้งว่าผู้รับเขาจะเกิดปีติสุขและอิ่มเอมกับการใช้ของขนาดไหน แล้วคุณพลอยร่วมยินดีในระดับเดียวกันหรือเกินกว่าเขา

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง และทุกคนเห็นได้ด้วยตาเปล่า ก็คือมีคนจนมากกว่าคนรวย ซึ่งก็สอดคล้องกันดีกับความจริงที่ว่ามีคนอยากเอามากกว่าอยากให้ นี่เป็นกฎธรรมชาติ และธรรมชาติก็แสดงผลให้ดูกระจะตาอยู่ตลอดเวลาชั่วกัปชั่วกัลป์ เพียงแต่สิ่งมีชีวิตทั่วไปไม่อาจจับเหตุมาชนผลได้ถูก ต้องอาศัยผู้รู้เช่นพระพุทธเจ้ามาประกาศ ท่านทั้งยืนยันและตรัสในลักษณะคะยั้นคะยอให้ทำบุญอย่างถูกต้อง ทำบุญให้มากเถิด ผลคือความสุขความสวัสดีย่อมบังเกิดอย่างแน่นอน

จะว่าไปถ้าคิดตามสามัญสำนึกของคนทั่วไปที่ถูกครอบงำด้วยความไม่รู้และอุปาทาน ก็เป็นเรื่องน่าเห็นใจเหมือนกันนะครับ เพราะหลักการเบื้องต้นฟังขัดแย้งกันชอบกล อยากมีมาก แต่หากให้คนอื่นไปแล้วมันจะมีมากได้อย่างไร ก็ต้องมีน้อยลงน่ะซี เห็นด้วยตาเปล่าชัดๆ

นี่แหละ เรามัวแต่เชื่อตาเปล่าจนลืมชำเลืองกลับมาที่ใจ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง คนยิ่งคิดให้มากเท่าไหร่ จิตก็ยิ่งเบาลงจากความโลภและความตระหนี่เท่านั้น เป็นกุศลสว่างยิ่งๆขึ้นเท่านั้น

ขอให้สังเกตเถิดครับ นักให้ทานมือใหม่ โดยเฉพาะที่ให้แบบนักลงทุนเก็งกำไรนั้น จะให้แบบเกร็งๆ ยั้งๆ เหนียวๆ ไม่ค่อยให้เต็มที่หรอก สมมุติว่าในมือมีอยู่ร้อย ก็จะเจียดให้เพียงหนึ่ง หรือไม่ใจป้ำที่สุดก็สิบ แต่เวลาหวังผลจะให้คูณแสนคูณล้าน กลายเป็นเสริมความงกไปเสียนี่ พูดง่ายๆ ยิ่งจนก็ยิ่งหลงประกอบเหตุแห่งความยากจนหนักเข้าไปใหญ่

คำแนะนำที่ดีที่สุด คือประกอบสัมมาอาชีพ ขยันขันแข็งให้เต็มกำลัง และอย่าหวังรวยทางลัด การมีอาชีพซื่อสัตย์สุจริตและความขยันขันแข็งนั้น ไม่ใช่อำนวยผลเฉพาะหน้าที่การงานนะครับ แต่ยังเหมือนเป็นฐานรองรับความกินดีอยู่ดีที่สมตัวในระยะยาวด้วย

เมื่อประกอบอาชีพสุจริต มีรายได้มา ก็ลองฝึกที่จะเผื่อแผ่ เจือจาน ได้น้อยก็ทำน้อย แต่ขอให้มีใจใหญ่เป็นหลักก็แล้วกัน คุณจะพบด้วยตนเองว่าการให้ในแต่ละครั้งนั้น มีปรากฏการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับใจตน คือเบาลงเรื่อยๆ ยินดีมากขึ้นเรื่อยๆ เลื่อมใสในการให้มากขึ้นเรื่อยๆ ถึงตรงนั้นต่อให้ไม่มีผลตอบแทนเป็นรูปธรรมใดๆ ใจคุณก็ไม่รอแล้ว เพราะอิ่มสุขอิ่มปีติอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว

ตรงจุดนั้นแหละครับ ความช่วยเหลือจากธรรมชาติจะเริ่มไหลมาเทมา คุณไม่อยากได้ก็ต้องได้ คุณไม่อยากรวยก็ต้องรวย เพื่อเอาไว้เป็นทุนทำทาน เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัวต่อไปไงครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม