หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: นี่หรือว่าที่ผู้ว่าการแบงค์ชาติ? แค่ปัญหาเล็กๆกว่า 5 ปี ยังไม่มีปัญญาแก้ไขได้เลย  (อ่าน 4266 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« ตอบ #45 เมื่อ: 10 ก.ค. 10, 20:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ข้อความ โดย: ไม่ได้เจตนา
ข้อความเมื่อ: วันนี้ 19:04 น

สวัสดีครับคุณ jrchai มาเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปนะครับ รู้สึกเห็นใจคุณกับเรื่องที่คุณร้องเรียน คุณเป็นคนสุภาพจึงได้ร้องเรียนก่อน เมื่อถูกเพิกเฉยจึงได้ดำเนินการร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง คนขี้รำคาญผ่านมาเห็น อ่านไม่ได้ครบถ้วนจึงเกิดอาการหมั่นไส้คุณก็เท่านั้น เขียนมานี่ใช่จะบอกว่าให้คุณกระเเทกกลับกับใครใดๆทั้งสิ้นหรอก แค่จะบอกว่าให้อดทนเหมือนสีทนได้กับคำดูหมิ่น เหยียดหยามในคำต่อว่าหาสาระมิได้ ของคนที่มุ่งแต่จะด่าคุณเพียงเพราะความรำคาญหรือสะใจ แต่จงตอบโต้ให้กับการที่ได้รับความเพิกเฉยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสิ่ง ที่คุณร้องเรียนไป และจะแวะมาให้กำลังใจคุณอยู่เนืองๆ.... ด้วยไมตรีจิต...

*********************************************************************

ขอบคุณ คุณ ไม่ได้เจตนา มากครับที่เข้าใจและรู้จักใช้สำนวนการเขียนที่ฟังแล้วน่าชื่นใจจริง ๆ
นาน ๆ ผมจึงจะได้เห็นคนที่เข้ามาแสดงไมตรีจิตด้วยความเป็นมิตรด้วยความจริงใจครั้งหนึ่ง
ผมมีภูมิความต้านทานสูงมากพอครับ คุณไม่ต้องห่วงหรือกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น
พวกปากกุ้งหอยปูปลาปลาร้าหมากาไก่นกกระจิบนกกระจาบนกกระจอกเหล่านี้ผมเจอมามากแล้วครับ
อย่างเก่งก็โต้กับผมได้ไม่เกิน 3-4 ครั้ง เดี๋ยวก็จ๋อยหน้าเซ่อหน้าแตกกันไปตาม ๆ กัน
พวกที่มาแขวะไร้สติสตังเหมือนกับคนบ้าคนเมาเหล่านี้
อย่างเก่งก็แค่ทำตัวเป็นขี้ข้าช่างประจบสอพลอ ไม่รู้จักแสวงหาอิสระเสรีประชาธิปไตยกับเขาหรอก
ต่อให้ได้เงินมากมายเพียงใด ภูมิธรรมก็เป็นได้แค่เปรตสัตว์เดรัจฉานนรกอสุรกายในอบายภูมิเท่านั้นเอง
หลงในลาภยศสรรเสริญสุขอย่างโงหัวไม่ขึ้น ผมดูแล้วน่าสังเวชและน่าสงสารมากกว่าครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #46 เมื่อ: 10 ก.ค. 10, 20:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ข้อความโดย: เบื่ออคนบ้าๆจขกท
ข้อความเมื่อ: วันนี้ 20:06 น

น่าขายหน้าจริงๆคน เรานะ ทำเป็นยกนรกสวรรค์มาสอนมาขู่คนอื่น ช่างไม่เคยดูตัวเองเลย

คน ที่จะเอามาสอนคนอื่นได้อย่างน้อยต้องตัดกิเลศได้มากกว่าจขกท ละนะ

เอา แต่ตัวเอง โกรธ อาฆาตุมาตรร้าย จิตใจจ้องแต่จะแก้แค้น

สิ่งที่คุณทำ อยู่คือการ การจ้องจะเอาคืน ศาสนาพุทธไม่เคยสอนให้แก้แค้น

ศาสนาพุทธ ท่านสอนให้รุ้จักให้อภัยคุณอ้างตัวเองว่าเคยทำดีมาเรื่องแค่นี้คงรู้แก่ใจดี

แต่ การกระทำของคุณมันต่างกัน ปลง อภัยยังทำไม่ได้ยังจะเสนอหน้ามาสอนคนอื่น

ฉันกล้าด่าคุณเพราะไม่เคยเที่ยวเอารูปนรกไปสอนคนอื่น อย่างคุณ

ทำตัวเองให้ดีกว่าแบงค์ก่อนดีกว่านะค่อยเสอะไปสอนคนอื่น เขา

ถ้าฉัน หรือแบงตกนรก คุณก็ไม่มีทางพ้นหรอก เพราะจิตใจคุณมีแต่ความแค้น

คนแบบคุณนรกรออยู่ไม่ต้องสอนคนอื่นหรอก

บาง เรื่องฉันก็ไม่ดี แต่คุณก็มีหลายเรื่องที่ไม่ดีเหมือนกันฉะนั้นอย่าเสนอหน้าบังอาจมาสอนคนอื่น เรื่องนรกเลย

น่าละอายแทนจริงๆ คนไม่ดีมาอวดยกนรกมาขู่คนอื่น เป็นการกระทำที่ทุเรศมากๆๆๆๆๆ


**************************************************************

ผมว่าคุณน่าจะเบื่อ ละอายใจในการแสดงความคิดเห็นที่ออกอาการบ้าสติแตกเพ้อเจ้อดูน่าทุเรศสิ้นดีของตัวเองจะดีกว่านะครับ ตัวคุณเองยังยอมรับเองว่าตัวเองไม่ดี แบงค์ก็ไม่ดี อย่างนี้คุณจะมาคิดเองเออเองได้อย่างไรว่าคนอื่นเขามีภูมิธรรมไม่ดีเช่นคุณหรือแบงค์ คนที่ดีพอเท่านั้น จึงจะดูออกและเข้าใจ ในเมื่อตัวคุณเองไม่ดีแล้ว คุณยังมีหน้ามากล่าวหาว่าคนอื่นเขาไม่ดีเช่นเดียวกับคุณนั้น คุณมีสติดีแล้วหรือ หากคุณอยากรู้ว่าผมมีประสบการณ์ที่ดี ๆ อย่างไรบ้าง ก็ลองไปโหลดกระทู้ที่ผมโพสต์ไว้แต่แรกไปลองอ่านดู จะได้รู้ว่าผมดีพอหรือไม่ คราวหน้าคราวหลังกรุณาอย่ามาประจานตัวเองเลวให้คนอื่นเขารับรู้อีกก็แล้วกัน แม้คุณเองจะไม่มียางอาย แต่ก็ควรสังวรณ์ไว้บ้างก็จะดีกับตัวคุณเองไม่ใช่หรือ ส่วนเรื่องอบายภูมิที่ผมนำมาประกอบนี้ ผมมีเจตนาดีเพื่อเป็นการเตือนสติคนที่คิดจะกระทำชั่ว จะได้เกิดสติยับยั้งไว้ก่อนต่างหาก คุณทำไมไปมองในแง่ร้ายล่ะครับ แสดงว่าจิตใจคุณยังรุ่มร้อนตกอยู่ในกิเลสที่ไม่สามารถตัดขาดได้ จึงได้ระบายออกมาให้เห็นเช่นนี้ ลองส่องกระจกสะท้อนตัวคุณเองให้ดี ๆ บางทีคุณอาจได้สติ เข้าใจหลักอริยสัจ 4 พบหนทางสว่างสงบทางจิตใจได้บ้างก็จะดีไม่น้อย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
4654656
เรทกระทู้
« ตอบ #47 เมื่อ: 10 ก.ค. 10, 22:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมว่าคุณน่าจะเบื่อ ละอายใจในการแสดงความคิดเห็นที่ออกอาการบ้าสติแตกเพ้อเจ้อดูน่าทุเรศสิ้นดีของตัวเองจะดีกว่านะครับ ตัวคุณเองยังยอมรับเองว่าตัวเองไม่ดี แบงค์ก็ไม่ดี อย่างนี้คุณจะมาคิดเองเออเองได้อย่างไรว่าคนอื่นเขามีภูมิธรรมไม่ดีเช่นคุณหรือแบงค์ คนที่ดีพอเท่านั้น จึงจะดูออกและเข้าใจ ในเมื่อตัวคุณเองไม่ดีแล้ว คุณยังมีหน้ามากล่าวหาว่าคนอื่นเขาไม่ดีเช่นเดียวกับคุณนั้น คุณมีสติดีแล้วหรือ หากคุณอยากรู้ว่าผมมีประสบการณ์ที่ดี ๆ อย่างไรบ้าง ก็ลองไปโหลดกระทู้ที่ผมโพสต์ไว้แต่แรกไปลองอ่านดู จะได้รู้ว่าผมดีพอหรือไม่ คราวหน้าคราวหลังกรุณาอย่ามาประจานตัวเองเลวให้คนอื่นเขารับรู้อีกก็แล้วกัน แม้คุณเองจะไม่มียางอาย แต่ก็ควรสังวรณ์ไว้บ้างก็จะดีกับตัวคุณเองไม่ใช่หรือ ส่วนเรื่องอบายภูมิที่ผมนำมาประกอบนี้ ผมมีเจตนาดีเพื่อเป็นการเตือนสติคนที่คิดจะกระทำชั่ว จะได้เกิดสติยับยั้งไว้ก่อนต่างหาก คุณทำไมไปมองในแง่ร้ายล่ะครับ แสดงว่าจิตใจคุณยังรุ่มร้อนตกอยู่ในกิเลสที่ไม่สามารถตัดขาดได้ จึงได้ระบายออกมาให้เห็นเช่นนี้ ลองส่องกระจกสะท้อนตัวคุณเองให้ดี ๆ บางทีคุณอาจได้สติ เข้าใจหลักอริยสัจ 4 พบหนทางสว่างสงบทางจิตใจได้บ้างก็จะดีไม่น้อย




โหเก็บคำนั้นไว้สั่งสอนตัวคุณเถอะ เพราะมีแค่คุณนั่นแหละมานั่งด่านั่งยกนรกมาสอนคนอื่น

คนที่รุ้ตัวว่าตัวเองมีเสียตรงไหนบ้างนั่นคือคน คนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองผิดคิดแต่ว่าตัวเองดีนั่นไม่ใช่คนหรอก

ถ้าคุณคิดว่าตัวเองดี และถ้าคุณดีจริงจากจิตใจ คุณคงไม่มานั่งอาฆาตุแบงค์หรอก

คนดีนะเรื่องแค่นี้เขาให้อภัยหรือเลิกแล้วต่อกันได้ แต่คุณไม่เลย

ดันทุรังจะเอาชนะเพราะคิดแต่ว่าตัวคุณถูก คนมีศีลธรรมจริงๆเขาไม่มีทางทำแบบคุณหรอก

ถ้าคิดว่าตัวเองดีทำไมโดนโดงละ ชาติก่อนโกงเขาไว้เยอะน่ะสิ น่าอายแทน....

ที่ฉันเทียวมาต่อปากกับคุณ ฉันแค่อยากบอกให้รู้ว่าไม่ได้เข้าข้างแบงค์

แค่อยากรู้ว่าทำไมคนที่รุ้จักบาปบุญคุณโทษอย่างคุณถึงปลงไม่ได้ให้อภัยคนไม่ได้

น่าจะเคยได้ยินคำนี้นะ..... ทานที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการอภัยทานไม่มี....

ฉันว่าคุณตัดใจอโหสิให้แบงค์เขาไปเหอะ คนไหนที่โกงคนมันไม่เจริญได้นานหรอกเวรกรรมมีจริง

คุณคิดซะว่ากรรมเก่วชาติหน้าจะได้ไม่ต้องมาเจอกันอีก

ชาติหน้าพวกที่โกงคุณชาตินี้อาจะเป็นหนี้คุณบ้างก็ได้

ฉันเชื่อมากๆนะในเรื่องเวรกรรม และเรื่องชาติหร้นาทำดีได้ดี คุณว่าไหม

ฉันก็เคยโดนคนโกงมาเยอะแยะแต่ถ้าไม่ทำใจไม่ปลงป่านนี้ฉันคงไปฆ่าเขาตายแล้วละ

เงินทองไม่ตายก็หาใหม่ได้ไม่เห็นง้อเลยอยากโกงโกงไปเราไม่โกงใครก็พอ




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #48 เมื่อ: 11 ก.ค. 10, 01:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การที่คุณยกเมฆเป็นตุเป็นตะหาว่าผมอาฆาตแค้นให้อภัยคนไม่เป็นแสดงว่าคุณไม่รู้จักผมดีพอ
คุณเคยวิจารณ์ความเลวของแบงค์ให้ผมฟังบ้างไหมว่าทำไมแบงค์ถึงไม่เคยยอมสารภาพผิดเลย
ผมถึงต้องให้คุณไปดาวน์โหลดข้อความที่ผมแปะไว้ไปนั่งอ่านดูก็จะรู้ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงยืดเยื้อนานขนาดนี้
เจตนาแบงค์ยังถือหลักการเอาเปรียบลูกค้าอย่างสุด ๆ ยึดถือเงินตราเป็นสรณะ ชั่วและโลภไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่ยอมแก้ไขความผิดหรือสารภาพความผิดที่ได้กระทำไว้อย่างตรงไปตรงมาแต่อย่างไรเลย
ขนาดผมวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง 5 เดือน แบงค์ก็ยังหน้าด้านหน้าหนาไม่มีสำนึกผิดเลยสักนิดเดียว
หากเป็นคุณ คุณจะยอมไหม และที่ผมทำมานี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำเพื่อส่วนรวมด้วย
หลักธรรมนั้นผมเข้าใจดีแต่ก่อนอายุ 20 ปีด้วยซ้ำไป ผมแทบไม่ต้องอ่านศึกษาเพราะมีอยู่ในตัวแล้วแต่เด็ก
การที่ผมไม่อยากเขียนตอบคุณนั้น เพราะเรื่องที่คุณเอ่ยนั้นเป็นเรื่องเล็กมากสำหรับผม (มีอยู่ในสายเลือด)
สมัยเด็กผมเคยอ่านแบบเรียนแม่สอนลูกให้เป็นโจร (หากคุณไม่เคยอ่านก็เอากูเกิ้ลค้นหาอ่านเองก็แล้วกัน)
การที่ผมมาตั้งกระทู้นี้อย่างต่อเนื่องนั้นก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเลวร้ายในอนาคตต่างหาก
นี้เป็นการสร้างกุศลอย่างที่คนหูตามืดมัว ไม่รู้อะไรควรที่จะติหรือชมเช่นคุณ ไม่มีวันเข้าใจหรอก
หรือคุณเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่รู้ถึงความชั่วช้าสารเลวของเจ้าพ่อมาเฟียแบงค์
และรัฐบาลเผด็จการทรราชชาติชั่วที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้
คุณต้องเปิดใจให้ยอมรับความจริงให้ได้เสียก่อนว่า ตราบใดที่คนเลวยังไม่ถูกลงโทษ บ้านเมืองไม่มีวันที่จะสงบสุข
ผมถึงแทรกสาระข้อมูลโดยให้คนได้รู้จักค้นหารายการดี ๆ มาฟังเพื่อเปิดหูเปิดตาจะได้หูตาสว่าง
ว่าง ๆ คุณลองไปหาคลิปตาสว่างโดยเฉพาะรายการตื่นเถิดชาวไทยมานั่งฟังบ้างก็จะดี
บางทีอาจช่วยเปลี่ยนทัศนคติคุณให้ใฝ่ดีในทางธรรมอย่างแท้จริงบ้างก็เป็นได้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
9745655
เรทกระทู้
« ตอบ #49 เมื่อ: 11 ก.ค. 10, 03:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การที่คุณยกเมฆเป็นตุเป็นตะหาว่าผมอาฆาตแค้นให้อภัยคนไม่เป็นแสดงว่าคุณไม่รู้จักผมดีพอ
คุณเคยวิจารณ์ความเลวของแบงค์ให้ผมฟังบ้างไหมว่าทำไมแบงค์ถึงไม่เคยยอมสารภาพผิดเลย
ผมถึงต้องให้คุณไปดาวน์โหลดข้อความที่ผมแปะไว้ไปนั่งอ่านดูก็จะรู้ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงยืดเยื้อนานขนาดนี้
เจตนาแบงค์ยังถือหลักการเอาเปรียบลูกค้าอย่างสุด ๆ ยึดถือเงินตราเป็นสรณะ ชั่วและโลภไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่ยอมแก้ไขความผิดหรือสารภาพความผิดที่ได้กระทำไว้อย่างตรงไปตรงมาแต่อย่างไรเลย
ขนาดผมวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง 5 เดือน แบงค์ก็ยังหน้าด้านหน้าหนาไม่มีสำนึกผิดเลยสักนิดเดียว
หากเป็นคุณ คุณจะยอมไหม และที่ผมทำมานี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำเพื่อส่วนรวมด้วย
หลักธรรมนั้นผมเข้าใจดีแต่ก่อนอายุ 20 ปีด้วยซ้ำไป ผมแทบไม่ต้องอ่านศึกษาเพราะมีอยู่ในตัวแล้วแต่เด็ก
การที่ผมไม่อยากเขียนตอบคุณนั้น เพราะเรื่องที่คุณเอ่ยนั้นเป็นเรื่องเล็กมากสำหรับผม (มีอยู่ในสายเลือด)
สมัยเด็กผมเคยอ่านแบบเรียนแม่สอนลูกให้เป็นโจร (หากคุณไม่เคยอ่านก็เอากูเกิ้ลค้นหาอ่านเองก็แล้วกัน)
การที่ผมมาตั้งกระทู้นี้อย่างต่อเนื่องนั้นก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเลวร้ายในอนาคตต่างหาก
นี้เป็นการสร้างกุศลอย่างที่คนหูตามืดมัว ไม่รู้อะไรควรที่จะติหรือชมเช่นคุณ ไม่มีวันเข้าใจหรอก
หรือคุณเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่รู้ถึงความชั่วช้าสารเลวของเจ้าพ่อมาเฟียแบงค์
และรัฐบาลเผด็จการทรราชชาติชั่วที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้
คุณต้องเปิดใจให้ยอมรับความจริงให้ได้เสียก่อนว่า ตราบใดที่คนเลวยังไม่ถูกลงโทษ บ้านเมืองไม่มีวันที่จะสงบสุข
ผมถึงแทรกสาระข้อมูลโดยให้คนได้รู้จักค้นหารายการดี ๆ มาฟังเพื่อเปิดหูเปิดตาจะได้หูตาสว่าง
ว่าง ๆ คุณลองไปหาคลิปตาสว่างโดยเฉพาะรายการตื่นเถิดชาวไทยมานั่งฟังบ้างก็จะดี
บางทีอาจช่วยเปลี่ยนทัศนคติคุณให้ใฝ่ดีในทางธรรมอย่างแท้จริงบ้างก็เป็นได้



เอาเถอะฉันขี้เกียจทะเลาะกะคุณแล้ว เหตุผลของเราคงจะไม่เหมือนกัน

อย่างว่าคนเรามีวิธีคิดไม่เหมือนกัน คุณคิดแนวนั้นฉันคิดแนวนี้คงไม่มีทางเหมือนกันได้

เพราะว่าไม่มีใครทำให้คนอื่นเชื่อในเหตุผลของตัวเองได้ทุกคนหรอก ก็ตามสบายละกันถ้าคุณไม่เบื่อที่จะสู้รบกับเขา

จะยังไงก็ขอให้ชนะละกันนะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #50 เมื่อ: 11 ก.ค. 10, 11:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมถือว่าเป็นสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระเสรีที่ทั่วโลกที่ถือระบอบเสรีประชาธิปไตยนิยมใช้กันอยู่จะดีกว่า
ถึงแม้ว่าเราจะมีแนวคิดต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะสนทนาโต้ตอบกันไม่ได้ไม่ใช่หรือครับ
อย่างน้อยคุณยังมีเหตุผลและยินดีรับฟังความคิดเห็นต่าง ซึ่งผมขอชื่นชมด้วยใจจริง
คนที่รักความเป็นธรรมเมื่อเจอสิ่งที่ไม่ดีไม่งามในบ้านในเมือง ไม่มีใครที่จะทนอยู่เฉยได้หรอกครับ
การกระทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวถือว่าเราชนะใจตัวเราเองได้แล้วครับ
ส่วนปัจจัยภายนอกนั้นอยู่เหนือการควบคุมของเรา และเราก็ไม่สามารถคาดการณ์ใด ๆ ได้
ความสำคัญอยู่ที่การชนะใจของตัวเองให้ได้ถึงจะเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
98777777
เรทกระทู้
« ตอบ #51 เมื่อ: 11 ก.ค. 10, 14:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมถือว่าเป็นสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระเสรีที่ทั่วโลกที่ถือระบอบเสรีประชาธิปไตยนิยมใช้กันอยู่จะดีกว่า
ถึงแม้ว่าเราจะมีแนวคิดต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะสนทนาโต้ตอบกันไม่ได้ไม่ใช่หรือครับ
อย่างน้อยคุณยังมีเหตุผลและยินดีรับฟังความคิดเห็นต่าง ซึ่งผมขอชื่นชมด้วยใจจริง
คนที่รักความเป็นธรรมเมื่อเจอสิ่งที่ไม่ดีไม่งามในบ้านในเมือง ไม่มีใครที่จะทนอยู่เฉยได้หรอกครับ
การกระทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวถือว่าเราชนะใจตัวเราเองได้แล้วครับ
ส่วนปัจจัยภายนอกนั้นอยู่เหนือการควบคุมของเรา และเราก็ไม่สามารถคาดการณ์ใด ๆ ได้
ความสำคัญอยู่ที่การชนะใจของตัวเองให้ได้ถึงจะเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง


บางครั้งบางทีฉันใช้คำพูดที่รุนแรงเกินไปก็ขออภัยด้วยนะคะ

ฉันเป็นคนใจร้อนชอบเอาชนะ ยังไงก้จบแค่นี้ละกัน

มานั่งทะเลาะกันไปก็ไมมีอะไรดีหรอก
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #52 เมื่อ: 11 ก.ค. 10, 15:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณครับที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น
ผมดีใจที่คุณเข้าใจ แพ้ชนะนั้นไม่สำคัญเท่าการชนะกิเลสในใจเราครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #53 เมื่อ: 11 ก.ค. 10, 17:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถอดโจทย์ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ เสาหลักเศรษฐกิจ...ภารกิจเพื่อผลประโยชน์ชาติ
http://www.thairath.co.th/content/eco/95421


ฐานที่เป็นหนึ่งใน "เสาหลัก"ค้ำยันระบบเศรษฐกิจของประเทศ!! การแต่งตั้ง "ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)" ทุกครั้ง จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับครั้งนี้ ซึ่งที่ประชุม ครม.มีมติเลือก "ประสาร ไตรรัตน์วรกุล" กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย เป็น "ผู้ว่าการ ธปท." คนใหม่ นายประสาร สำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ไปเรียนปริญญาโทและเอกสาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ กลับมาทำงานที่ ธปท. และได้ร่วมแก้ปัญหาการล้มของสถาบันการเงินช่วง "ทรัสต์ 4 เมษา" เป็นหนึ่งในทีมบุกเบิกจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) และขึ้นตำแหน่งสูงสุดในฐานะเลขาธิการ ก.ล.ต. ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ส่งผลให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม การโอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งและผลประโยชน์ทับซ้อน!!! เพราะนายประสาร เพิ่งลุกจากเก้าอี้ของนายธนาคาร และประธานสมาคมธนาคารไทย ขณะที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าการ ธปท.ในฐานะผู้คุ้มกฎ ทำหน้าที่กำกับดูแลระบบการเงิน และสถาบันการเงิน ให้สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ และให้บริการทางการเงินกับประชาชนคนไทยอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ระบุถึงเหตุผลสำคัญ 13 ข้อ ที่ทำให้เขาตัดสินใจเลือก นายประสาร ขึ้นเป็นผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ ผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่างเฟซบุ๊ค ข้อกังขาต่างๆ ของนายประสาร ก็เป็นอันตกไป โดยเฉพาะเมื่อนายกรณ์ระบุว่า นายประสารเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตชนิดที่ไม่เคยมีตำหนิ มีความเข้าใจลึกซึ้งในระบบเศรษฐกิจไทยและโลก มีประสบการณ์บริหารองค์การให้เป็นองค์กรแห่งความรู้ และความแน่วแน่ในการรักษาหลักความเป็นอิสระของธนาคารชาติ ทั้งยังสามารถตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของประเทศ ในลักษณะที่ไม่ยอมรับการกดดันโดยนักการเมืองได้ด้วย

นอกจากนี้ นายประสารยังมีคุณสมบัติของการเป็นผู้สามารถตัดสินใจได้ชัดเจน และในระยะเวลาที่เหมาะสม มีความเข้าใจในวิธีการรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ความมุ่งมั่นที่จะบังคับ ควบคุมดูแลสถาบันการเงิน และปกป้องทุนสำรองฯ มีความยืดหยุ่น และเข้าใจผลการตัดสินใจในโลกของความเป็นจริง ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง ทั้งยังมีสามัญสำนึกที่ดีถึงประโยชน์ของประชาชน และสุดท้าย นายประสารเป็นคนดี มีจริยธรรม และจิตสำนึกอันดีงาม ทั้งหมดนี้การันตีได้ว่า นายประสาร เป็นมืออาชีพ และเหมาะสมที่จะทำหน้าที่สำคัญนี้ได้!!

อย่างไรก็ตาม ภายใต้สภาวะปัจจุบันของบ้านเรา ซึ่งยังไม่สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้ ขณะที่ปัญหาพื้นฐานโครงสร้างของเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม "ผู้ว่าการธนาคารกลางของไทย" ควรมีวิสัยทัศน์ และปรัชญาในการธำรงหลักการ ภาระและหน้าที่ "ธนาคารแห่งประเทศไทย" อย่างไร ขณะที่การดูแลรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ และการดำเนินนโยบายการเงิน ดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยนควรไปในทิศทางใด เป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังและต้องการคำตอบ

"ผู้ว่าการ ธปท." ของไทย อาจจะไม่ต้องเก่งขนาดมีตำนานผู้ว่าการธนาคารกลางแบบ "ปู่อลัน กรีนสแปน" ไม่ต้องได้รับการยอมรับมากมายเหมือน "เบน เบอร์นันเก้" ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปัจจุบัน อาจไม่ต้องเด็ดขาดเหมือน "โจว เสี่ยวฉวน" ผู้ว่าการกลางธนาคารจีน หรือจัดการปัญหาได้อย่าง "ฌอง คล้อด ทริเช่ต์" ผู้ว่าการกลางธนาคารสหภาพยุโรป (อีซีบี) แต่จากการสอบถามของทีมเศรษฐกิจ สิ่งที่ทุกคน ไม่ว่าจะกูรูเศรษฐกิจมหภาค ตลาดการเงิน สถาบันการเงิน หรือตลาดทุน เห็นตรงกันว่าควรจะอยู่ในหัวใจของ "ผู้ว่าการแบงก์ชาติของไทย" ก็คือ "ต้องมีความกล้าหาญในการตัดสินใจ ดำเนินนโยบายโดยนึกถึงประโยชน์ของชาติ และประชาชนเป็นหลัก โดยไม่โอนเอียงไปด้านใด หรือหวั่นไหวต่อชื่อเสียง หน้าตา และสถานะของตนเอง รวมทั้งควรผลักดันให้ ธปท.ช่วยพัฒนาประเทศให้เติบโตยั่งยืนต่อไป"

อดีตผู้ว่าการ ธปท. ท่านหนึ่งให้ความเห็นกับ "ทีมเศรษฐกิจ" ว่า "ในช่วงที่ผ่านมานั้น แนวนโยบายของ ธปท.เน้นรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างเดียว และเข้มงวดเกินไป จนกดเศรษฐกิจไทยไม่ให้ขยายตัวได้ดีเต็มศักยภาพ" แต่ในขณะนี้ ประเทศไทยอยู่ในภาวะเสื่อมถอย และเสียโอกาสในการเจริญเติบโต ทั้งจากผลของวิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งล่าสุด และความไม่มั่นคงและความรุนแรงที่มีผลจากวิกฤตการณ์ การเมืองในประเทศ

ธปท.จึงควรกลับไปสู่แนวคิดและปรัชญาเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทางของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการ ธปท. ซึ่งเห็นว่า ในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย การดำเนินนโยบายของ ธปท.จะต้องช่วยพัฒนาประเทศ ด้วยการสนับสนุน และทำงานให้สอดคล้องกับแนวนโยบายพัฒนาประเทศของรัฐบาล โดยสร้างความสมดุลระหว่างการสนับสนุนการขยายตัวของประเทศ และการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายของการเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #54 เมื่อ: 11 ก.ค. 10, 17:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผู้ว่าการ ธปท.ต้องมีศิลปะในการสร้างความสมดุล (Art of Central Banking) เพราะหากขาดความสมดุล ประเทศชาติจะเกิดปัญหา ต้องรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันต้องไม่กดการขยายตัวของจีดีพี ต้องดูแลรักษาทั้งการลงทุนเก่าเพื่อเป็นฐานของประเทศ และการสร้างการลงทุนใหม่เพื่อให้ประเทศชาติขยายตัวต่อไปได้ โดยดูแลการไหลเข้าออกของเงินทุนให้เหมาะสม และไม่สร้างปัญหา ที่สำคัญที่สุด การตัดสินใจของผู้ว่าการ ธปท.ต้องมองอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ประโยชน์ของประชาชนระดับล่างสุด ภาคธุรกิจเอกชน จนถึงประเทศชาติ ต้องตอบสนองและทันต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ และของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

"จะมองเพียงเสถียรภาพ หรือการขยายตัวเพียงด้านเดียวไม่ได้ และที่สำคัญที่สุด จะต้องมีดุลพินิจบนพื้นฐานความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ทำตามทฤษฎีหรือตัวเลข"

การแสดงเจตนารมณ์ของ ธปท. ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งนี้ (14 ก.ค.) หรือครั้งต่อไป เพื่อช่วยให้ดอกเบี้ยที่แท้จริงกลับมาเป็นบวก และเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายล่วงหน้า เพื่อให้การปรับขึ้นดอกเบี้ยทำได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจได้เสียงสนับสนุนจากนักเศรษฐศาสตร์บางส่วน และนายธนาคารพาณิชย์ แต่สำหรับความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจมหภาค ระบบการเงิน และสถาบันการเงินของไทย แม้จะไม่ถึงกับขัดขวาง แต่ก็ติติงให้ ธปท.มองถึงระยะเวลาที่จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกว่านี้ เพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ ยังเปราะบางหลายด้าน และผันผวนสูงที่จะเผชิญผลกระทบระลอกใหม่ จากการฟื้นตัวที่ยังไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ

ทุกวันนี้ มีนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มองเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะนี้ว่าเป็น "ภาพลวงตา" ที่เกิดขึ้นจากการผลิตเพื่อชดเชยสต๊อกสินค้าที่โลกใช้ไปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้การส่งออกขยายตัวสูง ขณะที่เริ่มมีความขัดแย้งในการกระตุ้นเศรษฐกิจโลก จากฝั่งยุโรปที่จำเป็นต้องลดขนาด และมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจจากปัญหาหนี้สิน ระหว่างที่จีนกำลังขยายตัวร้อนแรงเกินต้องการ ดังนั้น ในแนวคิดที่มองภาพรวมของประเทศเป็นหลัก ในฐานะผู้ว่าการ ธปท. "การมองตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ และตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว จึงอาจไม่เพียงพอในการตัดสินใจแน่วแน่ ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายทันที ขณะที่ชนชั้นกลางและชั้นล่าง ยังไม่ฟื้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา" นโยบายอัตราแลกเปลี่ยน และการดูแลค่าเงินบาท ถือเป็นอีกหน้าที่ที่สำคัญมากของ ธปท. และเป็นนโยบายที่นักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่าย โดยเฉพาะในหมู่ภาคธุรกิจเอกชนที่ได้รับผลกระทบ จากความผันผวนของค่าเงินบาทโดยตรง แสดงความไม่พอใจออกมา

การลดความผันผวนของค่าเงินบาท อาจจะได้รับการยอมรับ เพราะค่าเงินบาทในแต่ละช่วงค่อนข้างมีเสถียรภาพ แต่ในภาพรวมของการแข็งค่าของเงินบาท ตั้งแต่ปี 2549 ที่ผ่านมา ซึ่งเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็วกว่า เมื่อเทียบกับค่าเงินในสกุลคู่แข่งทางการค้าของไทยนั้น ผู้คร่ำหวอดในแวดวงตลาดการเงิน และตลาดปริวรรตเงินตรา ให้ความเห็นว่า การดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของไทยจะต้องมีความชัดเจน และไม่มีมาตรการหรือกฎเกณฑ์ที่สร้างความได้เปรียบหรือเสียเปรียบของฝ่ายใด เพราะในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน หมายถึงกำไร หรือการขาดทุนมหาศาล ขณะเดียวกัน "อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท" ไม่ควรเป็นเพียงค่าของเงินบาท หรือภาพที่สะท้อนเงินทุนไหลเข้าหรือไหลออกประเทศเท่านั้น แต่ควรจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยนที่สร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติ ในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการค้าให้กับประเทศ"

ดังนั้น ผู้ว่าฯแบงก์ชาติไม่ควรที่จะหน้าบาง หรือกลัวเสียงครหานินทาจากต่างชาติ หาก ธปท.จะดำ เนินการแทรกแซงหรือดูแลค่าเงินบาทของเราให้อ่อนค่าลง เพื่อประโยชน์ในการส่งออก และช่วยให้เกิดการขยายตัวของประเทศชาติ

"เพราะหากมองไปในระดับสากล ทุกประเทศเองก็ทำอย่างเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารชาติจีน ที่ยืนหยัดให้เงินหยวนอ่อนค่า หรือการปล่อยเงินไหลไปลงทุนนอกประเทศจำนวนมหาศาลของธนาคารกลางญี่ปุ่น เพื่อหยุดการแข็งค่าของเงินเยน รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ใช้มาตรการทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง กดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าเพื่อสนับสนุนการส่งออก แม้กระทั่ง ประเทศที่ประกาศตัวเป็นศูนย์กลางทางการเงินอย่างฮ่องกง ก็ยังใช้อัตราแลกเปลี่ยนตายตัวกับค่าเงินดอลลาร์มาตั้งแต่ปี 2527"

แสดงให้เห็นว่า ในด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนฯ ทุกประเทศคำนึงถึงผลประโยชน์ และการใช้อัตราแลกเปลี่ยนช่วยสร้างการขยายตัวของประเทศของตนเป็นหลัก มากกว่าการดูกฎเกณฑ์หรือระบบสากล หน้าที่ ธปท.จึงควรดูแลค่าเงินบาท ภายใต้ระบบ "ลอยตัวอย่างมีการจัดการ" ให้สนับสนุนภาคการส่งออกของประเทศและช่วยให้เกิดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมากกว่านี้


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #55 เมื่อ: 11 ก.ค. 10, 17:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การกำกับดูแลระบบสถาบันการเงิน โดยให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงการคำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชนมากกว่าที่เป็นอยู่...เป็นโจทย์ใหญ่อีกข้อของ ธปท.ยุคปัจจุบัน ทั้งความพยายามในการปรับลดส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินฝาก (สเปรด) ที่อยู่ในระดับสูง และการปรับลดค่าธรรมเนียมการให้บริการทางการเงิน หนทางที่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริง โดยไม่บังคับหรือบิดเบือนตลาด คือ การสร้างการแข่งขันในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินให้เพิ่มขึ้น และการลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นของสถาบันการเงิน

เรื่องนี้กูรูทางเศรษฐศาสตร์ ตลาดทุน และนายธนาคาร เห็นตรงกันว่า ต้นทุนที่ไม่จำเป็นที่สำคัญ ที่สถาบันการเงินไทยต้องแบกอยู่ทุกวันนี้ คือ มาตรฐานสากลซึ่งเข้มงวดเกินไป ที่ ธปท.เลือกที่จะใช้ในการกำกับสถาบันการเงินในปัจจุบัน อย่างเกณฑ์การกำกับสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 ของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส) หรือบาเซิล 2 ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เป็นการรักษาหน้าตาของ ธปท.ในองค์กรการเงินระหว่างประเทศ มากกว่าการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสถาบันการเงินอย่างแท้จริง ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วตัดสินใจไม่ใช้เกณฑ์ดังกล่าว ธปท.เดินหน้าสู่การใช้งานอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง และกันเงินสำรองหนี้ในอัตราที่สูงมาก

ต้นทุนเหล่านี้ นอกเหนือจากทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องกดดอกเบี้ยเงินฝากให้ต่ำติดดิน และตั้งดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราที่สูง ซึ่งทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยห่างมากอย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงคิดค่าธรรมเนียมที่แพงเกินจริง เพื่อหารายได้และกำไรแล้ว ยังกลายเป็นกับดักทางการเงิน ที่ทำให้ธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังที่จะไม่ปล่อยกู้ใหม่มากเกินไป ขณะเดียวกัน จะต้องปรับเปลี่ยนปรัชญาการคิดความเสี่ยงด้านสินเชื่อที่มีมาช้านานที่ว่า คนจนเสี่ยงมาก คนรวยเสี่ยงน้อย คนยากจน หรือคนไม่มีหลักทรัพย์มาค้ำประกันสินเชื่อ ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูง เพราะมีความเสี่ยงที่สูงกว่า แต่เอกชนขนาดใหญ่ที่มีฐานะมั่นคง จ่ายดอกเบี้ยน้อยกว่าเพราะความเสี่ยงต่ำ

เรื่องนี้ ผู้ว่าการ ธปท.จำเป็นต้องมีความกล้าหาญ ทั้งในด้านการปรับลดกฎเกณฑ์ของ ธปท.ซึ่งเข้มงวดเกินความจำเป็นลง ขณะเดียวกัน ต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับธนาคารพาณิชย์ที่จะกดดัน และล้วงลึกเข้าไปในต้นทุนที่แท้จริงทั้งในเรื่องอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้สังคม เพราะเมื่อไรที่ ธปท.ยืนยันว่า จำเป็นต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เท่ากับว่า ธปท.กำลังสนับสนุนให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นธรรมให้สังคมให้เพิ่มมากขึ้น สนับสนุนให้คนจนถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนที่มีอำนาจเงินเหนือกว่า

ที่สำคัญที่สุด ผู้ว่าการ ธปท.ที่ดีจะต้องเรียนรู้จากบทเรียนของ ธปท.ที่ผ่านมา เพราะหลายครั้งที่ประเทศเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งแนวนโยบายของ ธปท.ที่ผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นทิศทางอัตราดอกเบี้ย นโยบายอัตราแลกเปลี่ยน หรือการกำกับดูแลสถาบันการเงินมีส่วนช่วยซ้ำเติมวิกฤติให้หนักยิ่งขึ้น ท้ายที่สุด สำหรับผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ ซึ่งเคยเป็นลูกหม้อของ ธปท.มาก่อน และได้มีโอกาสไปทำงานด้านตลาดทุน มีโอกาสสัมผัสกับภาคเอกชน และได้ทำงานในระบบสถาบันการเงิน เชื่อว่า การทำงานในฐานะผู้ว่าการ ธปท.จะช่วยตอบปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เพราะมีความรู้ ตระหนักถึงและเข้าใจการทำงานของธนาคารพาณิชย์ และภาคเอกชนเป็นอย่างดี แต่เมื่อเปลี่ยนหมวกมาเป็นผู้ว่าการ ธปท.แล้ว จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองว่า จะทำหน้าที่ สำคัญยิ่งของประเทศนี้อย่างโปร่งใสเป็นธรรม และไม่โอนเอียงเข้าข้างใดข้างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารพาณิชย์แห่งใดๆ หรือแม้แต่กระทั่งนักการเมืองที่แต่งตั้งตัวเองขึ้นมา เพราะต่อจากนี้ ทุกคนในประเทศกำลังจับตาคุณอยู่!!!

ทีมเศรษฐกิจ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #56 เมื่อ: 13 ก.ค. 10, 12:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ต้อง โหดร้ายขูดรีดเอาเปรียบได้เลวสุด ๆ อย่างนี้สินะ จึงชนะได้เป็นผู้ว่าแบงค์ชาติ!
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3163012.new#new


เบื่อคำโฆษณาสร้างภาพมายาจอมปลอมหลอกลวงผู้ คนให้หลงเชื่อโดยไม่รู้จักละอายใจ
"บริการทุกระดับประทับใจ" ที่แท้กลายเป็น "บริการเอารัดเอาเปรียบจนกว่าลูกค้าจะตาย"
ในเมื่อนาย ประสารไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ร้องเรียนมากว่า 5 ปีนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่เป็นธรรม
แล้วอย่างนี้ยังมีหน้ามาเสนอหน้าเป็นผู้ว่าการ แบงค์ชาติโดยไม่รู้จักละอายแก่ใจตัวเองบ้างเลย
อีกไม่กี่วันก็จะออก จากกสิกรไทยไปแล้ว ปัญหาก็ยังคาอยู่ แล้วจะมาสู้หน้าผู้ร้องเรียนได้อย่างไร
ศักดิ์ศรี ว่าที่ผู้ว่าการแบงค์ชาติคนใหม่ จะหาได้จากที่ไหนกัน น่าขายหน้าเสียจริง ๆ

เบื่อ หน่วยงานของรัฐที่ทำงานสนองนโยบายเฉกเช่นขี้ข้าสอพลอไร้ประสิทธิภาพไร้จุด ยืน
เบื่อนักการเมืองที่ไร้ความกล้าหาญในการยืนหยัดเพื่อต่อสู้ให้ได้มา ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
เบื่อผู้นำหลักการเสื่อม ไร้คุณธรรม ห้ำหั่นเข่นฆ่าเพื่อนร่วมชาติอย่างป่าเถื่อนไร้ความปรานี
เมื่อไรเราถึง จะมีคนดี ๆ มีความกล้าหาญที่สามารถยืนหยัดต่อสู้เพื่อรักษาความเป็นธรรมในสังคมให้คงไว้
เมื่อ ไรบ้านเมืองจึงจะสงบสุข มีสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคเท่าเทียมกันอย่างแท้จริงเสียที
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม