หน้า: 1 ... 8 9 10 11 12 13 14 15 16

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: คุยกันเรื่องปลูกยางพารากับdongbata  (อ่าน 7285 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« ตอบ #630 เมื่อ: 1 ม.ค. 11, 16:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

สวัสดีปีใหม่ครับ q*021

ขอให้ทุกคนโชคดีมีความสุขตอลดปีนี้ครับ q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ๊อก
เรทกระทู้
« ตอบ #631 เมื่อ: 4 ม.ค. 11, 11:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเบนเข็มขึ้นพบพระครับ..เนื่องจากการไป จ.เลย..รถติดหนึบ..เพื่อหลีกเลี่ยงความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง..ไม่ไปดีกว่า..
ผมไปดูเจ้าสาวในอนาคตให้รุ่นน้องครับ..จะเรียกได้ว่า..ดูแลกันมาตั้งแต่ยังหนุ่มๆ..นี่ก็คงจะเป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับรุ่นน้องคนนี้..เรื่องของการมีครอบครัว..
เขาเป็นคนสุดท้ายของรุ่นน้องที่ผมพาไปชุบตัว..เลิกเกเร..ไปเรียนหนังสือ..ไป4คน เหลือ3คน..ล้วนแข็งแรงในอาชีพทั้งหมด..เหลือเจ้าคนนี้เพียงคนเดียว..มันจะมีเมีย..
เจ้าคนนี้มันเกิดปีขาล2505..อายุเท่าไรแล้วลองนับกันดู...มันไม่เคยมีเมียมาก่อน เรียกว่าเป็นหนุ่มซิงๆเลยครับ..
เจ้าคนนี้เป็นคนแปลกๆ..มันไม่ชอบใช้บัตรต่างๆ..แต่มันจะพกเงินสด..มีอยู่ครั้งนึง..มันไปเที่ยวภาคเหนือ..ก็ไปกับเพื่อนๆของมัน..เมื่อถึงด่านตรวจ..ตำรวจตรวจพบเงินในตัวของมันเป็นแสน..เงินสดในตัวของมันเป็นแสน..ตำรวจจะถามว่าไง..ลองนึกกันดู..
ตำรวจถามว่า..เอาเงินมาจากไหน..รู้มั๊ย...ว่ามันตอบตำรวจไปว่าอย่างไร..มันตอบว่า..ก๊อทำงานอ่ะเซ่...มันตอบหน้าเฉย..ตรวจเยี่ยวของมันก็แล้ว..ค้นทุกซอก ทุกมุมก็แล้ว..ทำอะไรไม่ได้เลย..ขำไม่ออกเสียจริงๆ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #632 เมื่อ: 4 ม.ค. 11, 13:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีค่ะทุกๆ ท่าน คุณดง สบายดีนะคะ
สำหรับลุงจวบ คุยกันทางเฟชบุคทุกวัน ขี้เกียจทักแระ

ลุงจ๊อกคะ เฟชบุคลุงจ๊อกเสร็จแล้วนะคะ เด๋วนัทส่งไปให้หลังไมค์ แต่ต้องใช้เมล์ของ hotmail ค่ะ เลยเปิดให้ลุงจ๊อกใหม่ค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ๊อก
เรทกระทู้
« ตอบ #633 เมื่อ: 5 ม.ค. 11, 11:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่ะทุกๆ ท่าน คุณดง สบายดีนะคะ
สำหรับลุงจวบ คุยกันทางเฟชบุคทุกวัน ขี้เกียจทักแระ

ลุงจ๊อกคะ เฟชบุคลุงจ๊อกเสร็จแล้วนะคะ เด๋วนัทส่งไปให้หลังไมค์ แต่ต้องใช้เมล์ของ hotmail ค่ะ เลยเปิดให้ลุงจ๊อกใหม่ค่ะ


กลับบ้านตอนเย็นๆ จะให้เจ้าฟอสมันดูให้ครับ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #634 เมื่อ: 5 ม.ค. 11, 15:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลุงครับ สวัสดีครับ คิดจะเล่าเรื่องที่กระดาน
พอดีก็วุ่นๆตอนข้ามปี พอเลยปีใหม่เจอเรื่องปวดหัวอีก
เลยคิดว่าอยู่นิ่งๆซักพักคงดีขึ้นครับ.....คิดถึงครับลุง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ็อก
เรทกระทู้
« ตอบ #635 เมื่อ: 6 ม.ค. 11, 14:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คือว่า..ประมาณก่อนสองทุ่ม..ผมจะขึ้นชั้นบนครับ..และนิสัยของผม..เมื่อขึ้นชั้นบนแล้ว..ก็ไม่ค่อยจะลงมาชั้นล่างอีก..
การขึ้นชั้นบน..เป็นการอยู่แต่เพียงลำพังครับ..ผมต้องการโลกของการเป็นส่วนตัว...
กิจกรรมในช่วงระยะนั้น..ผมจะเข้าไปในทีวีช่องssb.และช่องหลวงตาบัว..ช่องdd.tv ถือโอกาสทำวัตรเย็นไปกับพระด้วย..
ผมห่างๆคอมพ์ไป..ไม่ใช่ว่าจะเบื่อหน่ายอะไร..แต่ว่าผมต้องการดัดนิสัยตนเอง..เพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง..ไม่อยากให้ตนเองห่างเหินธรรมออกไป..
ผมต้องการเข้าถึงธรรมปฏิบัติให้มากที่สุด ตามแต่วาสนา..ระยะทางที่ผ่านมา..มีมากกว่าระยะทางที่จะผ่านพ้น..ผมเหลือเวลาอีกไม่มากนัก..โดยไม่อาจจะทราบล่วงหน้าได้ สิ่งใหนดี สิ่งไหนเกิดประโยชน์ต่อตนเองได้..ผมคิดว่า..น่าจะเขาหาให้ถึงให้ได้
กระทู้นี้ ในบอร์ดแห่งนี้..เหลือใว้ให้ได้เป็นแห่งหนจะติดต่อกัน..หามิตรที่ดีได้อีกด้วย..
หลายท่าน..รู้วิธีติดต่อผมแล้ว..แต่ก็ยังเหลือใจใว้ให้กับเพื่อนๆอีก..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #636 เมื่อ: 6 ม.ค. 11, 15:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีปีใหม่ครับ ลุงจ๊อก ลุงจวบ ครูนัท
กลับมาแล้ว ครับ
ขออวยพรให้ลุงจ๊อก ลุงจวบ และครูนัท สุขภาพแข็งแรง
ครอบครัวมีสุข เจริญรุ่งเรือง คิดหวังสิ่งใดขอให้ได้สมดังปรารถนา..
ครับ
ดงบาทา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #637 เมื่อ: 6 ม.ค. 11, 21:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับหนุ่มดงฯ ขอบคุณครับกับคำอวยพร ขอให้ย้อนกลับไปที่หนุ่มดงฯเช่นกันครับ สาธุ

ที่นะที่ไมาอวยพรให้ร่ำรวยเป็นเศษฐี เพราะพรนี้ผมไม่ขอรับ อิอิ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #638 เมื่อ: 6 ม.ค. 11, 21:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลุงครับ...อ่านข่าวเจอ มะนาวกำแพงโลละบาท จริงหรือลุง?
ผมโทรไปหาแม่เมื่อสองสามวันก่อน แม่บอกว่าอยู่ในสวนจ้างคนขึ้นมะพร้าวต้นละสามสิบบาท
ได้มายี่สิบกว่าลูก มีคนมาหาซื้อให้ลูกละ15บาท แม่บอกว่าคุ้มแล้วกับค่าจ้างขึ้นครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ๊อก
เรทกระทู้
« ตอบ #639 เมื่อ: 7 ม.ค. 11, 08:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อ้า..เมื่อคืน เวลาใกล้เคียงกัน..ผมเข้ามาตอบ..แต่ใส่เลขผิดมั๊ง..
ก็ขออวยพรแด่คุณdongฯ..เช่นกัน..
มะนาวในฤดูนี้ก็เป็นอย่างนี้แหละครับ..อีกซั๊กหน่อย..ก็ลูกละห้าบาทครับ..เกษตรกรก็รออีช่วงนี้แหละ..คนอยากพูดเขาก็หาเรื่องพูดได้..
เกษตรกรที่ผมได้พูดคุยด้วย..เขาอดใจใว้รออีกเดือนเดียว..คนพวกนี้ฐานะดีๆทั้งนั้น...แต่ก่อนก็ธรรมดาๆ..ขนาดสายสืบสงสัยค้าของผิดกฏหมาย..ในเมื่อนำเงินเข้าแบงค์ทุกวันๆละหลายหมื่น..ถูกแอบติดตามพฤติกรรม..เป็นเรื่องน่าขัน..
พูดเรื่องเกษตรกรที่ปลูกมะนาว..เกษตรกรที่กำแพงเพชรกระเพิ่งจะมาตื่นตัวไม่เกินสิบปีมานี้..แต่ที่น่าเป็นห่วง..การใช้เคมีแบบไม่ระวังสุขภาพของตัวเอง..มีเกษตรกรเสียชีวิตจากการใช้เคมี..
เมื่อประมาฌปี30 ผมได้นั่งรถทัวร์ โดยนั่งคู่กับคนบ้านลาด เพชรบุรี..ก็เลยได้ความรู้ในเรื่องของการปลูกมะนาว...
โรคที่สำคัญสำหรับมะนาว..แคงเกอร์..หรือที่เรียกโรคยางไหล, หนอนกินใบ..
เจ้าหนอนกินใบนี่แหละ..เกษตรกรต้องใช้เคมี..ปราบยากครับ..
ไม่อยากจะโม้..เรื่องทำมะนาวนอกฤดู...ผมก็ทำเป็น..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #640 เมื่อ: 7 ม.ค. 11, 16:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่บ้านฉันมีมะนามเก่าแก่อยู่ต้นนึงแก่มาก มันดกมากไม่รู้ว่าพี่ชายดูแล ยังไง ฉันเองไม่เคยสนใจ มันมีลูกให้กินทุกปี เพื่อนบ้านก็พากันมาขอเก็บไปกินกัน

เมื่อกี้โพส์ไปแล้วอ่ะ มันหายไปใหนอ่ะ งงเลย q*011

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #641 เมื่อ: 8 ม.ค. 11, 13:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่บ้านฉันมีมะนาวเก่าแก่อยู่ต้นนึงแก่มาก มันดกมากไม่รู้ว่าพี่ชายดูแล ยังไง ฉันเองไม่เคยสนใจ
มันมีลูกให้กินทุกปี เพื่อนบ้านก็พากันมาขอเก็บไปกินกัน จนบางครั้งเจ้าของจะไปเก็บกินดันไม่เหลือลูกแก่ซะงั้น
มะนาวต้นนนี้จมน้ำเมื่อครั้้ำงน้ำท่วม หลังน้ำลดสวนทั้งสวนก็มีน้ำขังเป็นเดือนมะนาวต้นนั้นไม่เหลือแล้วครับ
ต่อมาพี่ชายก็เลยเอามะนาวพวงมาปลูกมันก็ลูกดก ดกขนาดที่ว่ากิ่งมันอยู่กับพื้นเลยครับ แต่กลับไม่มีคนชอบกิน เขาบอกว่ามันไม่อร่อย
กาลเวลาผ่านไปผู้คนเปลี่ยนความคิด การขอกันกินจึงเป็นเรื่องน่าอาย จึงไม่ค่อยมีใครขอใครกิน
จะมาแบบมาขอซื้อทำนองนั้น บางครั้งก็ให้ไม่เอาตังค์แต่พอคนที่บ้านฉันไปขออะไรบ้านเขาบ้างดันเอาตังค์
ก็จำๆไว้ว่าใครเป็นยังไง มาคราวหลังก็เอาคังค์มั่ง กลายเป็นคนไร้น้ำใจตามกันไปหมด
สมัยเมื่อสามสิบปีก่อนโน้นแถวบ้านนิยมมะม่วงหนองแซง พี่ชายก็ไปหาเอามาปลูก
เนื้อมันจะกรอบเวลากินดิบๆมีรสเปรี้ยวนิดหน่อย(ถ้าจำไม่ผิดนะ)เป็นที่นิยมมากในตอนนั้น
แต่ถ้าปล่อยให้สุกมะม่วงพันธุ์นี้ไม่อร่อย เพราะเสี้ยนมันเยอะ แล้วต่อมาเวลามันออกลูกๆมันเริ่มไม่สวย
คือผิวมันขรุขระ ดูไปเหมือนเป็นโรคเนื้องอกประมาณนั้น ไม่รู้นะฉันอาจจะคิดไปเอง
และฉันก็ไม่รู้ว่าหนอซงที่บ้านอื่นเขาเป็นยังไงกันบ้างแต่ในจอนนั้นมะม่วงพันธุ์นี้แถวบ้านฉันเป็นกันทั่วเลย มันอาจจะเป็นโรคชนิดนึงมั้ง อันนี้ฉันไม่รู้จริงๆ
ต่อมาพันธุ์โชคอนันต์มาแรงพี่ชายเลยตัดยอดหนองแซงออกแล้วทำการติดตาโชคอนันต์ไว้ จนมาณบัดนี้บ้านฉันมีมะม่วงโชคอนันต์ที่ออกลูกทุกปีไว้ให้พ่อแม่ได้กินกันแต่พี่ชายฉันไม่มีแล้ว q*001

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #642 เมื่อ: 8 ม.ค. 11, 14:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อสามปีที่แล้วได้กลับบ้าน มะม่วงพันธุ์นิยมก็เปลี่ยนไปแล้ว แต่ที่พอจะหากินได้โดยไม่แพักคือ ฟ้าลั่นและเขียวเสวย
แต่ก็มีมะม่วงพันธุ์นึงที่เริ่มหากินยากขึ้นทุกวันคือ มะม่วงกะล่อน ...ย้อนไปสมัยเป็นเด็ก
ต้นมะม่วงกะล่อนมีอยู่ทั่วไปตามที่ไร่ที่สวน เวลามีลมพัดแรงเด็กๆก็จะชวนกันไปเก็บ
ใครวิ่งเร็วก็ถึงต้นก่อนได้เลือกเก็บก่อน จากต้นนี้ไปต้นโน้น สนุกสนานโดยไม่หลัวฟ้ากลัวฝน
และก็มีอีกพันธุ์นึงชื่อว่า "อินผลัม" ไม่รู้ที่บ้านอื่นเรียกว่าอะไร แต่ที่บ้านฉันเรียกแบบนั้น
ลูกมันไม่โตนัก เปลือกมันจะเป็นจุดๆเวลามันแก่มันเริ่มเป็นสีแดงๆปนเหลืองๆ สุกแล้วเนื้อจะมีสีส้มๆหรือเหลืองเข้ม
กลิ่นมันจะแปลกๆ ไม่เหมือนมะม่วงกะล่อนเพราะมะม่วงกะล่อนกลิ่นหอมมาก
แต่บางคนก็ว่ามันเหม็นได้กลิ่นแล้วจะเป็นลม ว่า้งั้น
มะม่วอินผลัมก้หาไม่ค่อยได้กินเหมือนกัน แต่สวนที่บ้านฉันตอนนี้มีเหลือต้นนึง พ่อชอบกิน q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #643 เมื่อ: 8 ม.ค. 11, 14:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อพูดถึงของเปรี้ยวๆก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงมะขามดอง สมัยที่อยู่บ้านก่อนจะถึงปีใหม่นี่เริ่มหาเงินเก็บไว้ไปเที่ยวงานปีใหม่กับเขา ก็นี่เลยขึ้นต้นมะขามเอาฝักมันมาล่อนแช่น้ำปูนใสผสมเกลือ ให้พี่สาวเอาไปขายตลาดได้เงินมาก็แบ่งกัน โลละหกสลึงถึงสามบาท สมัยนี้เท่าไหร่แล้วไม่รู้ วิทีการดองก็ง่ายๆต้มน้ำอ้อยเดาะเกลือทิ้งไว้ให้เย็นแล้วค่อยใส่มะขามลงไปทิ้งไว้คืนนึงก็กินได้แล้ว แถวบ้านฉันจะเคี่ยวน้ำอ้อยกันช่วงนี้แระ หน้าตาของน้ำอ้อยจะเป็นแบบนี้ครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #644 เมื่อ: 8 ม.ค. 11, 14:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่เห็นในรูปไม่ใช่มือฉันนะลุง เพราะที่หัวแม่มือซ้ายของฉันจะมีแผลเป็นที่โดนมีดตั้งแต่เด้กๆคล้ายลุั่งแระครับ q*013

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ๊อก
เรทกระทู้
« ตอบ #645 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 09:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คนที่คิดถึงมะม่วงกะล่อน..เป็นสิ่งบ่งบอกอะไรบางอย่าง...แฮะๆ..
มะม่วงเป็นปุ่ม เป็นปม..เนื่องจากการติดเชื้อไวรัส..โดยแมลงเป็นพาหะ..
มะม่วงพันธุ์โชคอนันต์..เป็นมะม่วงทวาย..ออกลูกตลอดปี..หากต้องการคุณภาพ..ก็ต้องรู้จักวิธีการดูแล และบำรุง..
ในรูป..ฮ้าๆ..ของโปรดเลยครับ..เป็นของหวานประจำถิ่นของเรา..น้ำอ้อยงบ ที่ขึ้นชื่อ ต้องหวันโลก และท่าดินแดง..น้ำอ้อยกระทิ...
มาทีนี้ขอโม้ ยกยอภรรยาซั๊กกะหน่อย..
มะขามดอง..น้ำยายไหย..ภรรยาของผมดองอาอร่อยที่ซู๊ดด..แต่ผมไม่ได่จอจำว่า ภรรยาของผมทำอย่างไร..โดยเฉพาะน้ำดองมะขาม..ผมชอบซดมากเลยครับ..แต่ก็ซดแค่พอประมาณ..กลัวว่าจะไม่ดี...
สมัยที่พากันไปอยู่สตูลอ่ะครับ..ทีแรกๆภรรยาของผมเขาก็หัดทำขนมหน้าแตก..หัดทำอยู่หลายวัน..วันแรกๆ..ก็ทำได้ไม่ดีนัก หน้าไม่ฟู หน้าไม่แตก..ก๊อ..โยนให้สุนัขรับทานไป..หัดไป หัดมา..หน้าไม่แตก ไม่ฟู..โยนให้สุนัข..มันทำเมินเฉย..มันไม่รับประทาน..
เป็นที่มาของการหัดทำมะขามดอง..ก๊อ..ทำขนมหน้าแตก..มันไม่เวอร์คอ่ะครับ ผมก็เป็นคนงานหามะขาม เป็นพนักงานปลอกเปลือกมะขาม..เสาอาทิตย์ ผมสองคนจะไปขึ้นมะขาม..แล้ว..ก็นำมาดอง..ขายดีเหมือนกันครับ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ๊อก
เรทกระทู้
« ตอบ #646 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 12:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ต้นไม้..คนปลูกไม่อยู่แล้ว..แต่ต้นไม้ยังยืนยง..
ไม้ต้นนั้นปู่เป็นคนปลูก ตาลแถว..ปู่เป็นคนปลูก..ต้นนุ่นต้นนั้น..พ่อและย่าปลูกด้วยกัน..อะไรทำนองนี้..
คนกับต้นไม้..ต้นไม้กับคน..ความพูกพันระหว่างคน ระหว่างต้นไม้ สัตว์ แมลง..ก็เกี่ยวข้องกับต้นไม้..
ไม้ยืนต้น ไม้ผล..ไม้ใช้เนื้อ..และไม้ที่เป็นต้น..หากไม่อยู่ในป่า..จะเป็นไม้ที่ส่วนมากได้ถูกผู้คนปลูกขึ้น..
เห็นต้นไม้ ก็อดคิดถึงผู้ปลูกไม่ได้..ปลูกใว้ให้ดูต่างหน้า..ปลูกใว้ให้ลูกหลานยได้กิน ได้ใช้..คนกิน คนใช้จะรู้ถึงคุณของผู้ปลูกหรือเปล่า..ก็คงไม่ทราบได้ และผู้ปลูกเองก็คงไม่ต้องการทราบหรอก..เพราะเขา...ไม่ได้อยู่แล้ว
มีบ้างเหมือนกันครับ..ที่มีคนพูดว่า..จะปลูกไปทำไม..เด๋วก็ตาย(ห่า)แล้ว..ไม่ได้ทันกิน ทันใช้หรอก..
ผมว่าอ่ะครับ..ปลูกแล้วต้องรอได้กิน หรือได้ใช้ด้วยหรือ..คงไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องอย่างนั้น..ก็ได้อ่ะครับ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ็อก
เรทกระทู้
« ตอบ #647 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 12:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณคนไทยฯและเพื่อนๆครับ..ผมอ่ะครับ..ชอบทานน้ำอ้อยเป็นที่สุด..ผมหาชื้อในตลาดนัดครับ..และผมจะซื้อเฉพาะที่มาจากหวันโลก หรือตำบลท่าดินแดง คีรีมาศครับ..น้ำอ้อยจะหนึบดี
เพื่อนๆของผมเขาจะรู้ใจยิ่งนัก..เขาจะซื้อมาฝาก..เพื่อนๆเขาเล่าให้ฟัง..คนขายน้ำอ้อยงบ น้ำอ้อยปี๊บ..ใส่ทองเส้นเท่ากับโซ่..มาเร่ขายด้วยรถปิ๊คอัพ..
สมัยนี้ดีหนักหนา..หากเป็นสมัยก่อน..หาบกันหลังแทบหักครับ..เพราะน้ำอ้อยนั้น..น้ำหนักมากเหลือเกิน..
ที่บ้านผมในสมัยที่เป็นเด็กเรียนอยู่โรงเรียนคีรีมาศ(บ้านโตนด)..เวลาเขาบรรทุกอ้อยมากับล้อ(เกวียน) พวกเด็กๆในวัยเดียวกันจะวิ่งตาม แล้วช่วยกันดึงอ้อยลงจากล้อ..แล้วเดินกินกันจนกระทั่งถึงบ้าน..ส่วนเจ้าของอ้อยเขาไม่ว่า..เขาคงจะให้ทานเด็กๆกระมัง..
เมื่อกลับถึงบ้าน..ต้องผ่านบ้านย่าคนเล็ก..ผมเป็นตัวโปรด..ซดน้ำอ้อยสดๆหนึ่งขัน..แล้วตามด้วยอีเหนียว(ตังเม) ย่าคนเล็กจะเอามะพร้าวขูดปนไปกับอีเหนียว..หนึ่งกระป๋องนม...
ไม่ใช่ว่าเป็นคนโปรดแล้วจะได้กินดี ไม่ต้องทำงานนั้น..ไม่ได้..การงาน ต้องเทียมบ่า เทียมไหล่คนอื่นๆด้วย..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ็อก
เรทกระทู้
« ตอบ #648 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 13:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นานๆจะพรั่งพรูออกมาอ่ะครับ..ก็ด้วยความคิดถึงเพื่อนๆนั่นแหละครับ..
ผมตอบรับการอวยพรจากdongฯและคนไทยฯ..แต่คงผิดพลาดทางเทคนิค..มันไม่ขึ้น..เลยขอบอกว่า..ผมก็อวยพรให้เพื่อนๆได้พบแต่สิ่งดีๆ..ได้ประกอบแต่สิ่งที่เป็นกุศล..
ผมยังติดใจในน้ำอ้อยอยู่เลยครับ..
เพื่อนๆครับ..ผมมีลูกอยู่แค่2คนเท่านั้น..หากผมมีลูกหลายๆคนดังเช่นคนในยุคก่อนๆ ผมคงจะเปิดโรงงานหีบอ้ยไปแล้ว..โครงการนี้ผมเคยปรึกษาคุณแดงลูกพี่ ลูกน้องของผม..มันเชียร์เลยครับ..ผมคุยมานานสิบกว่าปีมาแล้ว..
รสหวานของน้ำตาลอ้อย..รสไม่เหมือนใคร..ลองนำมาทำขนมตาลดูซี..ลองนำไปทำขนมต่างดูกัน..
เมื่อคืนนี้ ผมนอนในสวน..เวลาประมาณสักทุมนึงกระมัง ผมขี้เกลียดเข้าไปหาของกินในบ้าน..ผมก๊อเลยไปตัดกล้วยน้ำว้ามาหนึ่งเคลือ..เอาที่แก่จัดๆหน่อย..เอาลูกมาปลอกเปลือก.งตัดเป็นชิ้นๆตามขวาง..เอาไปลงในน้ำอ้อยเชื่อม..ที่บ้านผมเขาเรียกว่า กล้วยน้ำว้าเคี่ยว..เชื่อมให้น้ำอ้อยแห้ง..เป็นยางเหนียว..อร่อยดีนักแล..
ผมอยากจะแนะนำเพื่อนๆ..ใครก็ได้..อยากให้คิดโครงการน้ำอ้อยงบ น้ำอ้อยปี๊บ..น้ำอ้อยกระทิครับ..ผมคิดว่า..ต้องเวอร์คอย่างแน่นอน..
ปลูกอ้อยเองได้ก็จะดีมากครับ..ปลูกไม่ต้องมาก ไม่เกินสิบไร่..ผมว่าอ่ะครับ..ไม่ต่ำกว่า3-4 แสนบาทต่อปีเลยทีเดียว..
เมื่อแปผรรูปเป็นน้ำอ้อยได้แล้ว..ให้สบายใจได้..ไม่มีเสีย..มีแต่จะได้ขาย..ไม่มีบูด ไม่มีเน่า..
ก็อย่างที่บอก..ผมมีลูกอยู่แค่2คน หากผมทำ ผมก็เหนื่อยอยู่เพียงคนเดียว..ผมอยากพักแล้ว ไม่อยากเหนื่อยยากอีกแล้ว เท่าที่มีก็พอเพียงแล้วครับ สำหรับตัวผม..
แต่ว่า..หากเพื่อนๆอยากลองทำดู หรือคิดว่า..น่าจะเป็นอาชีพที่ดีได้..ก็อยากให้พิจารณา..
เพื่อนๆลองคิดดู ..น้ำตาลทรายโลละเท่าไร..
โรงงานน้ำตาลทรายเจ๊งเพราะลูกยุของผมแน่ๆ ฮ่า ฮ่า..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #649 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 17:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โหลุงมาซะยาวเลย ฮ่ะๆดีครับดี เพราะฉันก็คิดถึงลุงเหมือนกัน คุยเรื่องทำน้ำอ้อยนี่ฉันคุยได้เพราะฉันก็ลูกชาวไร่อ้อยครับ
สมัยก่อนนู้นชาวบ้านแถบนั้นยังไม่นิยมปลูกอ้อยส่งโรงงาน(โรงน้ำตาล)ครับ ปลูกไว้ห ีบไว้เคี่ยวอย่างเดียว
เหนื่อยครับเหนื่อยมากหน้าเคี่ยวอ้อยต้องตื่นแต่ตีสามตีสี่มานั่อคิวเพื่อแบกอ้อยขึ้นโรงห ีบ
แบกอ้อยเสร็จก็ต้องคอบจับกาบอ้อยที่ถูกหนีบน้ำอ้อยออกแล้วใส่รถใส(รถเข็น)อีกคนก็คอบตักน้ำอ้อยใส่ปี๊บอีกสองคนหาบกลับไปใส่กระทะ พอห ีบอ้อยเสร็จก็ต้องเอากาบอ้อยไปกระจายตากแดดเพื่อจะได้ใช้เป็นเชื้อไฟในการเคี่ยวอ้อยต่อไป
คนนึั่งนั่งใส่ไฟเตาเคี่ยว คนอื่นๆรับกินข้าวเพราะเดี่ยวน้ำอ้อยบ้วน(บ้วนคือการที่น้ำอ้อยได้ทีสำหรับกวนเพื่อทำงบ)
พอน้ำอ้อยบ้วนก้ตักใส่อ่าง สมัยก่อนเป็นอ่างดินแดง มีสากที่ใช้ไม้อะไรก้ได้ที่พอหาได้มาเกลาให้มันมีรูปร่างคล้ายๆไม่เบสบอล แต่ปลายไม่เล็กขนาดนั้น
นั่นคือสากเอาไว้กวนน้ำอ้อยให้มันตกทรายพอได้ที่แล้วใส่อีแป้นหยอดลงในวงที่ทำมาจากไม้ไผ่ขดให้เป็นวง
เสียดายครับไม่สามารถหารูปมาให้ดูได้ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนการใช้อีแป้นเป็นกระบวย
ฉันนี่แชมป์ความเร็วในการหยอดน้ำอ้อยด้วยกระบวยในแถบนั้นเลยนะลุง จริงๆฮ่ะๆๆ
เสร็จแล้วก็ต้องปดน้ำอ้อยออกจากวง ทุกอย่างต้องรีบเพราะว่าพื้นที่มีน้อยอุปกรณ์ก้ไม่เพียงพอและต้องให้ทันกับน้ำอ้อยกระทะต่อไปที่รอให้กวน

ใช่ครับลุงน้ำอ้อยเก็บไว้ได้นานไม่เน่าไม่เสีย แต่ต้องเก็บดีๆนะครับเพราะไม่้นมันเยิ้มครับ(เยิ้มคือละลาย)เมื่อมันได้ไอฝน,ไอชื้น
ถ้าจะเก็บไว้นานๆต้องใส่ปี๊บไว้จะดีกว่าทำงบครับ เพราะทำงบแุถวบ้านผมจะเอาลงเข่งครับ
เรื่องเอาน้ำอ้อยลงเข่งก็เหมือนกัน พ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อน้ำอ้อยที่บ้านฉันมักจะบ่นตามๆกันว่า
เข่งน้ำอ้อยบ้านนนี้โคร ตหนักเพราะฉันมีฝีมือในการเรียงน้ำอ้อยลงเข่งที่ไม่มีใครสู้ได้เลยครับ
คือบ้านอื่นๆเข่ึงหนักสุดก้สี่สิบอต่ที่บ้านฉันน้อยสุดสี่สิบครับลุง โม้มะลุงฉันโม้เก่งมะ ฮ้าฮ่ะๆๆๆ
เล่าไม่ค่อยละเอียดนัก แต่ก้ประมาณนี้แระครับลุง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #650 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 17:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่คือเครื่องห ีบอ้อย สมัยก่อนไม่เหมือนแบบนี้ครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #651 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 17:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประมาณนี้ครับ โรงเคี่ยวอ้อย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #652 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 17:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อันนี้น้ำอ้อยที่ใส่ถั่ว ใส่งา ใส่มะพร้าวครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #653 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 19:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมใช้เครื่องที่บ้านครับ..ลงมาตรวจข้อความ และดูข่าว เด๋วขึ้นชั้นบนแล้ว..
ในรูป..ยังทันสมัยกว่าผมอ่ะครับ..สมัยผม..ไล่หลังควายครับ..ใช้แรงควายหมุนเครื่องหีบ..
เป๊ะเลย..คุณคนไทยฯทำน้ำอ้อยเก่งจริงๆครับ..หากคนไม่เคยสัมผัสจะบรรยายออกมาไม่ถูกครับ..น้ำอ้อยหวันโลกจะขาวกว่าที่อื่นๆครับ..แต่คุณไม่ได้พูดถึงอีเหนียว..แต่ว่า เป็นของโปรดของผมเลยแหละ..
ผมจะไม่เสบยเอาเสียเลย..ก๊ออีตอนเขาใช้ให้ผมขุดน้ำอ้อยออกจากปี๊บอ่ะครับ..บางครั้งเขาก็เอาน้ำอ้อยใส่ใหเคลือบ..เอาไม้นุ่นมาทำจุกปิดฝาให
ผมกระพึ่งจะรู้ว่า..น้ำอ้อยใส่งาด้วย..แต่ก่อนไม่มีหรอกครับ..ที่ผมชอบมาก..ก็ขนมตาล และกระยาสาทร์..ที่ใช้น้ำอ้อย..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #654 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 16:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครับลุง ฉันไม่ทันเครื่องหีบที่ใช้ควายแล้วครับ แล้วที่บ้านก็หยุดเลี้ยงควายไปหายปีก่อนที่ฉันเกิดครับ ตอนที่ฉันโตมาก็เห็นมีแต่วัวและก็ล้อครับ ยังเคยโดนวัวดีดกระเด็น ฮ่ะๆๆ แต่ยังทันลานตากข้าวที่ใช้ขี้วัวยาลานครับ

โธ่.. เรื่องอีเหนียว ที่ลุงวงเล็บไว้ว่า(ตังเม) ฉันยังงงๆว่าตังเอทำจากน้ำอ้อยมีเหรอ? ว่าจะถามลุงด้วยซ้ำแต่ลืม ตอนนี้รู้แระว่าลุงหมายถึงอีเหนียว อีกเหนียวเนี่ยะ ถ้าจะให้อร่อยต้องข้างๆกระทะ
คือพอน้ำอ้อยบ้วนแล้วเขาก็จะเปิดกระโจมออก และต้ออให้มันแข็งตัวได้ทีด้วยการตักน้ำอ้อยมาหยดในน้ำ
ถ้ามันยังอ่อนนิ่มแล้วตักออกมากวน ก็จะใช้เวลากวนนาน บางครั้งมันไม่แห้งด้วยครับ ต้องรอให้มันอีเหนียวมันแข็งพอดีๆ
คนที่ทำอาชีพนี้จะมีวิธีทำที่ต่างกันไป เนื่องจากว่าที่ปลูกอ้อยของแต่ละคน ดินไม่เหมือนกัน อันนี้ฉันบรรยายไม่ถูกเหมือนกันแต่ก็ประมาณนั้นแระครับ
แต่ถ้าจะกินอีกเหนียวอร่อยๆต้ออให้ข้างกระทะมันไหม้ แล้วตักต้อั้นมาล้ำ ยกมากินทันที มันจะกรอบเหนียว พูดปล้วก็คิดถึงบ้านแฮะ ฉันเองก้ไม่เคยกินมา20กว่าปีแล้วมั้งเพราะว่าจากบ้านมานานครับ

ทำไมน้ำอ้อยถึงขาว(เหลือง) เพราะเขาใส่ด่างกันครับ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณด่างนี่มันทำมาจากอะไร มันเป็นผงสีขาวครับลุง บ้านฉันถ้าจะเก็บน้ำอ้อยไว้กินเองตะใส่ด่างให้น้อยที่สุดครับ

หน้าที่เค้าทำกระยาสารท ฉันจะมีหน้าที่ขุดน้ำอ้อยเหมือนลุงว่านั่นแระ ขี้เกียจมาก เพราะมันแข็งต้องมีดดาบแซะเอา หรือไม่ก็มีดอีแหลม(คืออีโต้ปลาบแหลมนั่นแระครับ)
แซะกว่าจะได้สิบโลเหนื่อยจะตาย หลังจากที่ขุดน้ำอ้อยได้แล้ว ต่อมาก็ได้หน้าที่คั่วข้าวเม่าอีก
คือข้าวเหนียวที่เป็นข้าวเปลือกอ่ะครับแช่น้ำไว้สามคืน(มั้ง)แล้วก็ตักใส่กระบุงให้มันสะเด็ดน้ำ
จากนั้นเอามาคั่วให้สุก สุกแล้วคนโตก็มีหน้าที่เอาไปตำ ตำแล้วก็เอาใส่กระด้งฟัดให้แกลบมันออก และนั่นก็คือข้าวเม่า
พอได้มาแล้วก็ต้องเอามาคั่วให้เหลือง พร้อมทั้งถั่ว,งา,และอะไรอีกไม่รู้แระลืม ฮ่ะๆๆ
อ้อ มีข้าวตอกด้วย ข้าวตอกนี่ก็ต้องคั่วเหมือนกัน ฉันเองชอบขอให้แม่ทำข้าวตอกปั้นให้กิน ชอบมากเลย
ไม่ยากครับ แค่เอาข้าวตอกไปคลุกกับน้ำอ้อยที่เหนียวเป็นยางอาะครับ แล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ มันเป็นขนมที่อร่อยมากเลยครับลุง
ที่เล่ามาคือสมัยก่อนโน้นญาติพี่น้องจะมารวมตัวกันเพื่อนทำกิจกรรมนี้ร่วมกัน
แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ บ้านใครบ้านมัน บางบ้านบอกซื้อกินง่ายกว่า... ถูกมั้ยลุง q*013

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #655 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 16:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครับลุง ฉันไม่ทันเครื่องห ีบที่ใช้ควายแล้วครับ แล้วที่บ้านก็หยุดเลี้ยงควายไปหายปีก่อนที่ฉันเกิดครับ ตอนที่ฉันโตมาก็เห็นมีแต่วัวและก็ล้อครับ ยังเคยโดนวัวดีดกระเด็น ฮ่ะๆๆ แต่ยังทันลานตากข้าวที่ใช้ขี้วัวยาลานครับ

โธ่.. เรื่องอีเหนียว ที่ลุงวงเล็บไว้ว่า(ตังเม) ฉันยังงงๆว่าตังเอทำจากน้ำอ้อยมีเหรอ? ว่าจะถามลุงด้วยซ้ำแต่ลืม ตอนนี้รู้แระว่าลุงหมายถึงอีเหนียว อีกเหนียวเนี่ยะ ถ้าจะให้อร่อยต้องข้างๆกระทะ
คือพอน้ำอ้อยบ้วนแล้วเขาก็จะเปิดกระโจมออก และต้องรอให้มันแข็งตัวได้ที่ ด้วยการตักน้ำอ้อยมาหยดในน้ำ
ถ้ามันยังอ่อนนิ่มแล้วตักออกมากวน ก็จะใช้เวลากวนนาน บางครั้งมันไม่แห้งด้วยครับ ต้องรอให้มันอีเหนียวมันแข็งพอดีๆ
คนที่ทำอาชีพนี้จะมีวิธีทำที่ต่างกันไป เนื่องจากว่าที่ปลูกอ้อยของแต่ละคน ดินไม่เหมือนกัน อันนี้ฉันบรรยายไม่ถูกเหมือนกันแต่ก็ประมาณนั้นแระครับ
แต่ถ้าจะกินอีกเหนียวอร่อยๆต้องรอให้ข้างกระทะมันไหม้ แล้วตักตรงที่มันใหม้ใส่น้ำ ยกมากินทันที มันจะกรอบเหนียว พูดแล้วก็คิดถึงบ้านแฮะ ฉันเองก้ไม่เคยกินมา20กว่าปีแล้วมั้งเพราะว่าจากบ้านมานานครับ

ทำไมน้ำอ้อยถึงขาว(เหลือง) เพราะเขาใส่ด่างกันครับ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณด่างนี่มันทำมาจากอะไร มันเป็นผงสีขาวครับลุง บ้านฉันถ้าจะเก็บน้ำอ้อยไว้กินเองจะใส่ด่างให้น้อยที่สุดครับ

หน้าที่เค้าทำกระยาสารท ฉันจะมีหน้าที่ขุดน้ำอ้อยเหมือนลุงว่านั่นแระ ขี้เกียจมาก เพราะมันแข็งต้องมีดดาบแซะเอา หรือไม่ก็มีดอีแหลม(คืออีโต้ปลาบแหลมนั่นแระครับ)
แซะกว่าจะได้สิบโลเหนื่อยจะตาย หลังจากที่ขุดน้ำอ้อยได้แล้ว ต่อมาก็ได้หน้าที่คั่วข้าวเม่าอีก
คือข้าวเหนียวที่เป็นข้าวเปลือกอ่ะครับแช่น้ำไว้สามคืน(มั้ง)แล้วก็ตักใส่กระบุงให้มันสะเด็ดน้ำ
จากนั้นเอามาคั่วให้สุก สุกแล้วคนโตก็มีหน้าที่เอาไปตำ ตำแล้วก็เอาใส่กระด้งฟัดให้แกลบมันออก และนั่นก็คือข้าวเม่า
พอได้มาแล้วก็ต้องเอามาคั่วให้เหลือง พร้อมทั้งถั่ว,งา,และอะไรอีกไม่รู้แระลืม ฮ่ะๆๆ
อ้อ มีข้าวตอกด้วย ข้าวตอกนี่ก็ต้องคั่วเหมือนกัน ฉันเองชอบขอให้แม่ทำข้าวตอกปั้นให้กิน ชอบมากเลย
ไม่ยากครับ แค่เอาข้าวตอกไปคลุกกับน้ำอ้อยที่เหนียวเป็นยางอาะครับ แล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ มันเป็นขนมที่อร่อยมากเลยครับลุง
ที่เล่ามาคือสมัยก่อนโน้นญาติพี่น้องจะมารวมตัวกันเพื่อนทำกิจกรรมนี้ร่วมกัน
แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ บ้านใครบ้านมัน บางบ้านบอกซื้อกินง่ายกว่า... ถูกมั้ยลุง q*013

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #656 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 17:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครับลุง ฉันไม่ทันเครื่องห ีบที่ใช้ควายแล้วครับ แล้วที่บ้านก็หยุดเลี้ยงควายไปหายปีก่อนที่ฉันเกิดครับ ตอนที่ฉันโตมาก็เห็นมีแต่วัวและก็ล้อครับ ยังเคยโดนวัวดีดกระเด็น ฮ่ะๆๆ แต่ยังทันลานตากข้าวที่ใช้ขี้วัวยาลานครับ

โธ่.. เรื่องอีเหนียว ที่ลุงวงเล็บไว้ว่า(ตังเม) ฉันยังงงๆว่าตังเอทำจากน้ำอ้อยมีเหรอ? ว่าจะถามลุงด้วยซ้ำแต่ลืม ตอนนี้รู้แระว่าลุงหมายถึงอีเหนียว อีกเหนียวเนี่ยะ ถ้าจะให้อร่อยต้องข้างๆกระทะ
คือพอน้ำอ้อยบ้วนแล้วเขาก็จะเปิดกระโจมออก และต้องรอให้มันแข็งตัวได้ที่ ด้วยการตักน้ำอ้อยมาหยดในน้ำ
ถ้ามันยังอ่อนนิ่มแล้วตักออกมากวน ก็จะใช้เวลากวนนาน บางครั้งมันไม่แห้งด้วยครับ ต้องรอให้มันอีเหนียวมันแข็งพอดีๆ
คนที่ทำอาชีพนี้จะมีวิธีทำที่ต่างกันไป เนื่องจากว่าที่ปลูกอ้อยของแต่ละคน ดินไม่เหมือนกัน อันนี้ฉันบรรยายไม่ถูกเหมือนกันแต่ก็ประมาณนั้นแระครับ
แต่ถ้าจะกินอีกเหนียวอร่อยๆต้องรอให้ข้างกระทะมันไหม้ แล้วตักตรงที่มันใหม้ใส่น้ำ ยกมากินทันที มันจะกรอบเหนียว พูดแล้วก็คิดถึงบ้านแฮะ ฉันเองก้ไม่เคยกินมา20กว่าปีแล้วมั้งเพราะว่าจากบ้านมานานครับ

ทำไมน้ำอ้อยถึงขาว(เหลือง) เพราะเขาใส่ด่างกันครับ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณด่างนี่มันทำมาจากอะไร มันเป็นผงสีขาวครับลุง บ้านฉันถ้าจะเก็บน้ำอ้อยไว้กินเองจะใส่ด่างให้น้อยที่สุดครับ

หน้าที่เค้าทำกระยาสารท ฉันจะมีหน้าที่ขุดน้ำอ้อยเหมือนลุงว่านั่นแระ ขี้เกียจมาก เพราะมันแข็งต้องมีดดาบแซะเอา หรือไม่ก็มีดอีแหลม(คืออีโต้ปลาบแหลมนั่นแระครับ)
แซะกว่าจะได้สิบโลเหนื่อยจะตาย หลังจากที่ขุดน้ำอ้อยได้แล้ว ต่อมาก็ได้หน้าที่คั่วข้าวเม่าอีก
คือข้าวเหนียวที่เป็นข้าวเปลือกอ่ะครับแช่น้ำไว้สามคืน(มั้ง)แล้วก็ตักใส่กระบุงให้มันสะเด็ดน้ำ
จากนั้นเอามาคั่วให้สุก สุกแล้วคนโตก็มีหน้าที่เอาไปตำ ตำแล้วก็เอาใส่กระด้งฟัดให้แกลบมันออก และนั่นก็คือข้าวเม่า
พอได้มาแล้วก็ต้องเอามาคั่วให้เหลือง พร้อมทั้งถั่ว,งา,และอะไรอีกไม่รู้แระลืม ฮ่ะๆๆ
อ้อ มีข้าวตอกด้วย ข้าวตอกนี่ก็ต้องคั่วเหมือนกัน ฉันเองชอบขอให้แม่ทำข้าวตอกปั้นให้กิน ชอบมากเลย
ไม่ยากครับ แค่เอาข้าวตอกไปคลุกกับน้ำอ้อยที่เหนียวเป็นยางอาะครับ แล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ มันเป็นขนมที่อร่อยมากเลยครับลุง
ที่เล่ามาคือสมัยก่อนโน้นญาติพี่น้องจะมารวมตัวกันเพื่อนทำกิจกรรมนี้ร่วมกัน
แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ บ้านใครบ้านมัน บางบ้านบอกซื้อกินง่ายกว่า... ถูกมั้ยลุง q*013

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #657 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 17:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เครื่องห ีบโบราณจะเป็นแบบนี้ ใช่มั้ยครับลุง
ฉันเคยเห็นนะต่อมาก้เป็นฟืน หรือมีคนมาซื้อไปไม่รู้ จำไม่ได้แล้วครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #658 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 17:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แบบนี้ก็ยังมีให้เห็นสมัยเป็นเด็กๆ q*021
เอาไว้ใส่ข้าวให้หมู หรือใส่น้ำให้วัวครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ๊อก
เรทกระทู้
« ตอบ #659 เมื่อ: 12 ม.ค. 11, 09:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อีเหนียวข้างกระทะ..เขาเรียกว่าซี่โครงควาย..จะกรอบดี เพราะได้ความร้อนที่พอเหมาะ..
ที่ตื่นเต้น๊อ..อีตรงนี้นี่แหละ..ผมจ้องมอง..อาเขาเอามือลงไปควานเอาอีเหนียวในกระทะที่กำลังร้อนจัด..เอามือกอบออกมาใส่กระป๋องนม..
น่าตื่นเต้นครับ..ส่วนตัวของผม..เขาไม่ให้เข้าใกล้กระทะ..ต้องยืนดูอยู่ห่างๆ..
เคล็ดลับ..อีตอนที่เขานำน้ำอ้อยสดเทเข้ากระทะเพื่อกวนเป็นน้ำอ้อยในกระทะเดิม..น้ำอ้อยจะเข้าไปทำให้น้ำอ้อยที่ถูกตักออกไปไม่หมดและจะร้อนมาก..ถูกคลายความร้อนลงอย่างรวดเร็ว..และไม่ร้อนจนเป็นอันตรายต่อฝ่ามือ..ผมละ..ลุ้นแย่เลย..จะร้อนและจะพองแค่ไหน..อาของผมน่ะ..แกรวดลายน่าดู..
อีเหนียวนี้..หากกินเมื่อตอนร้อนๆ อุ่นๆ ก็ยังพอดี..หากเย็นเสียแล้ว..แข็งโป๊ก..
ผมไม่ค่อยจะเข้าหาคอมฯ..ที่บ้านใช้เนตฯคลื่น..เลยใช้คอมพ์ฯได้เพียงเครื่องเดียว..เจ้าฟอสมันหงุดหงิดผม..
ตอนนี้ก็พยามจะลองเข้าไปในfb.เพื่อติดต่อเพื่อนๆ..ยังเข้าเครื่องนี้ไม่ได้..และมีเรื่องงานที่เพิ่มเข้ามา..
เอาที่นี้ใว้ติดต่ออีกทางหนึ่งนะครับ..ผมจะเข้ามาดูทุกวัน..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ๊อก
เรทกระทู้
« ตอบ #660 เมื่อ: 12 ม.ค. 11, 11:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตามภาพถ่าย..ผมคิดว่า ภาพแบบนี้หายากครับ..หลายคนอาจจะไม่รู้ถึงประโยชน์..
เขาเรียกว่ารางน้ำ ทำจากท่อนซุง หรือนำไม้ที่เป็นโพรงมาทำ..สำหรับใส่น้ำให้สัตว์เลี้ยง..โค กระบือ..
อีนี้นี่แหละ..หน้าน้ำ..ผมและญาติๆพากันไปเล่นน้ำได้..มีเรืออีโปงอีกลำ..หน้าตาคล้ายๆกัน..ที่ทำจากตาลทั้งต้นก็มี..ของลุงยม..แกยกให้ผม..ทำจากตาลทั้งต้น..แกทำใว้อย่างดี..ลุงตายแล้ว..ผมไปเอาเรือที่ยกให้..ป้าบอก..ไม่มีแล้ว..ไม่รู้ว่าใครเอาไป..
ก็ดีครับ..ไม่มีก็ไม่มี..หายไป ก็เป็นอันว่าหายไป..จะได้ไม่เป็นภาระในการดูแลของผม..แหม..แต่ก็อดเสียดายไม่ได้ ลุงอุส่าห์ทำด้วยมือ..หายากด้วย..อยากจะเก็บใว้เป็นแบบอย่าง..
แต่ก็อย่างว่า..ผมไม่ได้อยู่กับน้ำอีกแล้ว..อยู่แต่บนบก..นานมาแล้วด้วย..หากเอาเรือลำที่ว่ามาเก็บใว้..ก็คงต้องทำโรงเก็บ..ไม่ได้ใช้พายไปไหน..เสียประโยชน์..คนเอาไปก็คงไม่ใช่คนอื่นไกล..คงจะเป็นลูกหลาน พี่น้องของผมนั่นแหละ..ขี้เกลียดถามหา..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #661 เมื่อ: 12 ม.ค. 11, 19:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
( พระอภัยมณี)

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์มันแสนสุด ลึกล้ำ เหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลดยังไม่คด เหมือนหนึ่งใน น้ำใจคน
มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถานบิดามารดารักมักเป็นผล
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่ใจตนเกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้อะไรก็ไม่สู้รู้วิชารู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี


คำอวยพรของดงบาทาเป็นผล ผลที่เห็นชัดเจนคือ ลุงทั้งสองมาคุยกันอย่างมีความสุข ..ดงบาทาก็มีความสุขครับผม

ดงบาทา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #662 เมื่อ: 13 ม.ค. 11, 00:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเข้ามาผิดเวลา..หลังจากทำกิจแล้ว..ยังติดเรื่องค้างคาใจอยู่..แล้วก็พบ..ผมพบคนรู้..ผมพบคนมีมรรค..เป็นบุญแท้ๆของพวกเราครับ..ให้คอยสังเกตุดู...
อยากลงมาเล่าเรื่องนี้..ไม่ได้เล่าแบบเจาะจงครับ..
ประมาณปี36..ผมได้มีโอกาสไปกราบนมัสการหลวงปู่โง่น สาระโย แห่งดอยพระบาทเขารวก..จ.พิจิตร..
วัดของท่านตั้งอยู่บนเขาพระบาทเขารวก..บริเวณวัดเป็นภูเขาเล็กๆ..มีไม้ที่มีผล..มีนกเงือกอาศัยอยู่ด้วย หลายตัว..คุ้นคนมากครับ..เห็นใกล้ๆ
ที่อยากจะบอกเล่าก็เรื่องนี้..ผมเห็นหลวงปู่โง่นฯเอาหัวมันใส่ตราชั่ง..แขวนดักทางเข้ากุฏิของท่าน..เป็นปริศนาธรรม..ช่างมัน..
ใช้แทนความหมายว่า..ช่างมัน..ช่างมัน..หมายถึงการปล่อยวาง..
แต่เพื่อนๆครับ..ผมมองเข้าไปให้มันลึกเข้าไปอีก..ผมเห็นดังนี้..
ผมเห็นตราชั่งทั้งสองข้าง..มันมีน้ำหนักไม่เท่ากัน..
มันเป็นการถ่วงดุลกันในตราชั่ง..ตามหลักกลศาสตร์..เพราะ..สิ่งของที่ใส่ชั่งในแต่ละข้าง..มีมวลอยู่ไม่เท่ากัน..จึงทำให้มีการเอียงเกิดขึ้นในตราชั่ง..
และจานลองที่ใส่มวลสำหรับชั่ง..ทั้งสองข้าง..มันไม่สามารถแกว่งเข้าหา เพื่อกระทบกันได้..
เป็นได้แค่..ส่วนหนึ่งของตราชั่ง..
ไม่ว่า..ข้างใดจะใส่มวลใว้มากกว่ากัน..มันไม่สามารถจะทำให้แกว่งมากระทบกันได้..
มันเป็นอนิจจัง..มันย่อมมีการถ่วงดุลย์กันและกัน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #663 เมื่อ: 13 ม.ค. 11, 00:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
( พระอภัยมณี)

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์มันแสนสุด ลึกล้ำ เหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลดยังไม่คด เหมือนหนึ่งใน น้ำใจคน
มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถานบิดามารดารักมักเป็นผล
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่ใจตนเกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้อะไรก็ไม่สู้รู้วิชารู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี


คำอวยพรของดงบาทาเป็นผล ผลที่เห็นชัดเจนคือ ลุงทั้งสองมาคุยกันอย่างมีความสุข ..ดงบาทาก็มีความสุขครับผม

ดงบาทา

ที่ผมห่างๆไปอ่ะ..คือว่า..ผมเร่งเครื่องในธุระอ่ะครับ..ไม่ได้งอนกันคนไทยซั๊กกะหน่อย..เข้าใจผิดแล้วครับ..แล้วคนไทยฯเขาก็เป็นแบบนั้น..มาๆหายๆเหมือนdongฯไง..
ผมอ่ะ..รักและนับถือทุกคนแหละ..คนไทยฯเขาเป็นคนบ้านเดียวกัน..เลยคิดถึงเขามากกว่านิดๆได้อ๊ะเป่า..เมื่อได้เวลาโม้..อ่ะ..ผมก็ขอโม้ให้หายคิดถึงและคันปากง่ะ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #664 เมื่อ: 13 ม.ค. 11, 15:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปใหนหรอกครับ เพียงแต่ห่างไปเพราะมัวไปจีบสาวมาน่ะครับ ฮิๆ q*002
แบบว่าเห็นเขามีfbเล่นกันเลยอยากลองมั่งเลยทำให้ห่างหายไป ป่าวงอนกับลุงครับ งอนได้ไงไม่ใช่ผู้หญิงขี้งอนจั๊กกะหน่อย จริงเม๊าะ q*013
ตอนที่หนุ่มดงฯมา ได้พูดถึงเรื่องก่อไฟผิงหน้าหนาวฉันก็ว่าจะมาโม้ต่อ แต่พอดีมีเรื่องกลุ้มๆมันเลยทำให้มีอาการขี้เกียจอ่ะครับ q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #665 เมื่อ: 14 ม.ค. 11, 11:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขออภัยครับ ท่านผู้อาวุโสคุณลุงท้้งสอง ลุงจ๊อก และลุงจวบ
บังเอิญว่าผมกำลังสาละวนอยู่กับการทำหาเลิี้ยงชีพ รีบเร่งสร้างหลักปักฐาน ให้มั่นคง ตอนนี้ยังเป็นไม้หลักปักขี้เลนตมอยู่ เลยทำให้ผลุบๆๆ โผล่ๆๆเป็นประจำ ..ทำงัยได้น้อ เมื่อรายรับเท่าเดิม แต่รายจ่ายนับวันเพิ่ม (โทษตัวเองที่สร้างหนี้สินมากกว่าสร้างสินทรัพย์) ก็ต้องพยายามออกแรงเพิ่มขึ้น เผื่อ 50 เมื่อไรจะได้มีเวลาท่องไปตามใจชอบได้ นะครับ.. q*022q*022
พอแวะเข้ามา ก็เจอเรื่องอ้อยหวานๆๆ ดงบาทา ดีใจมากที่อ่านแต่ไม่รู้จะคุยเรื่องอ้อยได้อย่างไร เพราะขาดภูมิ ก็เอย หยิบเอากลอนพระอภัยมนีมาฝาก..ดันไปหยิบมาผิด.ขออภัยด้วยครับ ..(แสดงว่า ดงบาทาเริ่มแก่แล้วแค่ข้ามปีใหม่ได้ไม่กี่วัน 55555) q*013q*013 ที่จริงตั้งใจ จะฝากกลอนนี้ครับ ซี่งเกี่ยวข้องกับอ้อย..
***อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก

แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย

แม้เจ็บอื่นหมื่นแสนจะแคลนคลาย

เจ็บจนตายนั้นเพราะเหน็บให้เจ็บใจ ******

อภัยเถิดนะคร๊าบบ... q*013q*013


....ตอนนี้ เห็นมันมีราคา..ด้วยความที่เคยขาดทุนมาคราหนึ่งเข็ด หยุดทำตั้องสองปี(เคยเล่าให้ลุงจ๊อกฟังไปบ้างแล้ว จนต้องขายที่ทิ้ง7-8 ไร่) ด้วยที่่ความขยันและโลภเลยขีดจำกัด พอเห็นเพื่อนบ้านเขาขุดได้ราคา มันหัว กก.ละ 4 บาท q*00q*00 สองปีที่แล้วดงบาทา ขายมันเส้น ได้แค่กก.ละ บาท แปดสิบสตางค์เอง.. แต่เพราะความโลภ เมื่อก่อนปีใหม่ รีบไปซื้อต่างขอลำมันจากเพื่อนบ้าน(กลัวถึงฤดูฝนลำมันจะราคาแพง)..แล้วขอแปลงร่องยางของคนรู้จัก ยกร่องปลูกมัน ไปสิบไร่ ....ฮือๆๆ ฝนไม่มาสักเม็ด..สงสัยลำมันอ่อนด้วย ...ตายเกือบหมด q*001q*001 ขึ้นเพียงไม่ถึง สี่สิบเปอร์เซนต์ .. q*009q*009.ตอนนี้กำลังวิ่งขอลำมันชาวบ้านไว้ซ่อมตอนฝนตกครับ.....
ส่วนเรื่องอ้อยกำลังหาลำอ้อยอยู่ ไม่รู้จาได้หรือเปล่าติดต่อไว้แล้ว..
พอดีมีร่องยางที่เหลือไว้ประมาณ เกือบสองไร่ ดินชุ่มน้ำดี ปลูกข้าวก็ได้ แต่คิดว่าต้องปลูกอ้อยตามคำแนะนำลุงจ๊อกครับ .....
ได้ผลอย่างไรจะแจ้งให้ทราบ ... q*014
เดี๋ยวบางทีอาจมีรูปภาพแปลงยางที่รอดตายมาฝากครับ...
ดงบาทา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ๊อก
เรทกระทู้
« ตอบ #666 เมื่อ: 14 ม.ค. 11, 13:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ที่จริงวันนี้..ผมจะหยุดงาน..เพื่อไปเดินน้ำทุเรียน และเงาะ..แต่ด้วยงานที่เพิ่มขึ้น..และวัยที่ชรา..เลยลืมส่งเรื่องเบิกค่าเช่าชื้อ(บ้านหลังใหม่) เดือนละตั้งสามพัน ก๊อต้องควบมอไชด์คันแก่..กลับมาทำเรื่องเบิกฯ..
หากdongฯคิดจะปลูกอ้อยคั้นน้ำ..ในเนื้อที่ประมาณสองไร่..และหากบริหารน้ำได้..เอาเลยครับ..พื้นที่แค่สองไร่..ไม่ทำให้เราต้องได้เหนื่อยเปล่าๆอย่างแน่นอน..
ผลตอบแทนนั้น..น่าภูมิใจครับ..และเป็นของที่เราผลิด และขายเองเลย..มันเป็นกิจกรรมที่ท้าทายความมานะ ความพยายามเป็นอย่างยิ่ง..
ของอะไรก็ตาม..หากเป็นของกิน และในถิ่นนั้นไม่ค่อยมี..จะขายดี..เช่นอ้อยคั้นน้ำ..บางทีเราส่งตามแหล่งต่างๆ นอกจากรีดขายเองได้อีก..
ในพื้นที่หนึ่งร้อยตารางเมตร..สามารถปลูกอ้อยได้สักกี่ลำ และในหนึ่งไร่..มีพื้นที่หนึ่งพันหกร้อยตารางเมตร..จะปลูกอ้อยได้กี่ลำ..แล้วเอาห้าคุณ..รายได้จะไม่ต่ำกว่าตัวเลขที่คูณออกมาครับ
ระยะการเก็บเก็ยว..หลังการปลูกประมาณ แปด-เก้าเดือน...
ห้วงเวลาที่ควรปลูกอ้อยคั้นน้ำ..ประมาณต้นเดือนมิถุนายน..เพราะไม่เสี่ยงต่อการถูกฝนทิ้งช่วง..และประมาณเดือนกุมภา มีนา ก็เริ่มเอามาคั้นน้ำขายได้แล้ว..
การเตรียมก่อนการปลูก..ให้ไถให้ดินร่วนดีๆ..แล้วชักร่อง..หากสามารหาขี้ไก่ไข่..เน้น ขี้ไก่ไข่..หรือขี้นกกระทา..ให้โรยลงร่องก่อน..อ้อยจะหวานดีครับ แต่ขี้นกกระทา..ให้ใช้น้อยๆหน่อย..เพราะเข้ามันเข้มข้นมาก..
การปลูกแบบหลุมกอ..คือขุดหลุมตื้นๆ เป็นระยะๆ..เป็นการปลูกแบบเป็นกอ..การปลูกแบบนี้ จะดูแลง่าย แต่จะได้ลำอ้อยน้อยกว่าการปลูกแบบชักร่อง..
มีอะไรก็บอกเล่ามา..เราเป็นเพื่อนกัน..ย่อมแนะนำแต่สิ่งที่ดีๆให้แก่กัน..หากพวกเรา(ประชาชน)เข้มแข็ง บ้านเมือง สังคมก็เข้มแข็ง.. อ้อย..ผมคิดราคาแค่ลำละห้าบาท..คือที่มาของการเอาห้าคุณครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
chaub
เรทกระทู้
« ตอบ #667 เมื่อ: 16 ม.ค. 11, 15:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลุงครับ ไม่สบายใจอีกแล้วครับ เลยไม่รู้จะเขียนอะไร คิดไม่ออกครับ q*001

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #668 เมื่อ: 20 ม.ค. 11, 22:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขออภัยครับ พอดีมีเรื่องวุ่นๆ(วุ่นตลอด) คือพื่ชายที่รักนับคนหนึ่งเสียครับ
เสียด้วยโรคปัจจุบัน แกล้มในห้องน้องน้ำตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. แล้วไม่รู้สึกตัวอีกเลยครับ เส้นเลือดฝอยแตกครับ ..ผมรักเคารพและนับถือเป็นพี่ชายคนหนึ่ง ...
เลยไม่รู้ว่าลุงจวบไม่สบายใจเรื่องอะไร ..ลุงจ๊อกพอทราบใหม่ครับ
อย่างไรก็ขอให้ลุงจวบผ่านความไม่สบายใจไปด้วยดีนะครับ หากสบายใจเมื่อไรแล้วค่อยกลับมานะครับ
ผมก็จะแวะเวียนไปมาอยู่ที่นี่เรื่อยไปครับ
เรื่องปลูกอ้อยอย่างไรใกล้ถึงฤดูปลูกแล้วจะขอความรู้จากลุงจ๊อกอีกนะครับ
รักษาสุขภาพด้วยครับ
ด้วยรัก
ดงบาทา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #669 เมื่อ: 22 ม.ค. 11, 13:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตามใจครับ..เริ่มเมื่อไรก็ถามมา..แต่ขอบอก..ผมคงไม่เก่งอย่างมืออาชีพนะครับ..
คนเรานะ..อยู่ที่ตัวของคนครับ..บางคนเกษียนแล้ว..ยังเช่าบ้านคนเขาอยู่..บางคนมีโชค..แต่ใช้โชคไม่เป็น..ก๊อลำบาก..
คำว่าลำบาก..หมายถึงความไม่สุข..
บางคน..ลำบากกาย บางคนลำบากใจ..เช่นซาเล้งเก็บขยะ..เห็นมีลูกมาด้วย..วัยไล่เรี่ยกัน..นั่งรถซาเล้งหน้าบานเชียว..มีสุนัขมาด้วย..
ผมไปเห็นที่อยู่อาศัย..ไม่เหมาะเอาเสียเลย..หลายคนคงนึกภาพออกครับ..แต่ทว่า..ผมไม่เห็นแววตาที่เศร้าหมองของพวกเขาเลย..กระทั่งสุนัขที่มีอยู่รอบบกายของเขา..ก็ไม่มีผอมเลยสักตัว..มีเป็นฝูง..จับฉีดวัคซีนได้ง่ายด้วย..
แต่คนที่มีฐานะ..ผมไม่เห็นรอยยิ้มได้ง่ายๆ..ตระหนี่อีกต่างหาก..ไม่มีกระทั่งสัตว์เลี้ยง..มักไม่ค่อยจะเสวนา..ผมมองว่า..ทุกข์ใจครับ..
คนเรา..ปล่อยวางบ้าง..การปล่อยวาง..ไม่ใช่ความหมายว่า..ไม่ต้องทำ..
ปล่อยวาง จะคล้ายๆกับว่าผ่อนคลายครับ..เมื่อปล่อยวาง..ทำให้เราตั้งหลักใหม่ได้..จะได้กลับมาพิจารณา และไตร่ตรองครับ..
อย่าลืมเสียก็แล้วกัน..ระยะเวลาที่ผ่านพ้นมา..เราใช้เวลาไปมาก น้อยอย่างไร..และเราไม่อาจล๊อคเวลาในอนาคตได้..
ผมพูดมาถึงตรงนี้dongฯก็น่าจะรู้ว่าผมพยามจะสื่ออะไรมานะครับ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #670 เมื่อ: 22 ม.ค. 11, 20:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตามใจครับ..เริ่มเมื่อไรก็ถามมา..แต่ขอบอก..ผมคงไม่เก่งอย่างมืออาชีพนะครับ..
คนเรานะ..อยู่ที่ตัวของคนครับ..บางคนเกษียนแล้ว..ยังเช่าบ้านคนเขาอยู่..บางคนมีโชค..แต่ใช้โชคไม่เป็น..ก๊อลำบาก..
คำว่าลำบาก..หมายถึงความไม่สุข..
บางคน..ลำบากกาย บางคนลำบากใจ..เช่นซาเล้งเก็บขยะ..เห็นมีลูกมาด้วย..วัยไล่เรี่ยกัน..นั่งรถซาเล้งหน้าบานเชียว..มีสุนัขมาด้วย..
ผมไปเห็นที่อยู่อาศัย..ไม่เหมาะเอาเสียเลย..หลายคนคงนึกภาพออกครับ..แต่ทว่า..ผมไม่เห็นแววตาที่เศร้าหมองของพวกเขาเลย..กระทั่งสุนัขที่มีอยู่รอบบกายของเขา..ก็ไม่มีผอมเลยสักตัว..มีเป็นฝูง..จับฉีดวัคซีนได้ง่ายด้วย..
แต่คนที่มีฐานะ..ผมไม่เห็นรอยยิ้มได้ง่ายๆ..ตระหนี่อีกต่างหาก..ไม่มีกระทั่งสัตว์เลี้ยง..มักไม่ค่อยจะเสวนา..ผมมองว่า..ทุกข์ใจครับ..
คนเรา..ปล่อยวางบ้าง..การปล่อยวาง..ไม่ใช่ความหมายว่า..ไม่ต้องทำ..
ปล่อยวาง จะคล้ายๆกับว่าผ่อนคลายครับ..เมื่อปล่อยวาง..ทำให้เราตั้งหลักใหม่ได้..จะได้กลับมาพิจารณา และไตร่ตรองครับ..
อย่าลืมเสียก็แล้วกัน..ระยะเวลาที่ผ่านพ้นมา..เราใช้เวลาไปมาก น้อยอย่างไร..และเราไม่อาจล๊อคเวลาในอนาคตได้..
ผมพูดมาถึงตรงนี้dongฯก็น่าจะรู้ว่าผมพยามจะสื่ออะไรมานะครับ..


ลุงครับ ผมยอมรับว่าลุงจี้ถูกใจดำผมตลอด ..และเข้าใจที่ลุงสื่อความหมาย
ชีวิตคนเราเป็นตามเหตุและปัจจัย ..ทำให้แตกต่างกันไปครับ
ปัจจุบันนี้ ผมก็พยามหาฝันที่ฉันหา ..พบพานบ้างปะปาย แต่ก็ไม่เสียดายที่ได้กระทำ...ผมกะว่าจะทดลองปลูกในร่องยาง จะทำได้หรือไม่..อันนี้ต้องศึกษาอีกทีครับ
ขอบคุณมากครับ
รักและนับถือเสมอ
ดงบาทา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #671 เมื่อ: 23 ม.ค. 11, 07:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมจำระยะความห่างระหว่างแถวของยางพาราไมได้แล้วครับ..มันนานมาแล้ว..
หากจะปลูกแซมในร่องยาง..น่าจะปลูกแบบเป็นกอๆอ่ะครับ..ลองดูนะครับ..
ขอเสนอไม้ที่ปลูกแซมอีกอย่างนึง..กลั้วยน้ำว้าอ่ะครับ..ราคาแพงนะครับ..ที่กำแพงเพรช..ขายกล้วยปิ้ง สามลูกห้าบาทแน่ะ..และน้องๆที่ขายอยู่หน้าอำเภอ..มันเอามาทำเป็นท่อนๆคล้ายๆลูกชิ้นปิ้งไปแล้ว..มันบอกว้า..กล้วยแพง..ขายแบบนั้น..ไม้ละห้าบาท..
กล้วยน้ำว้า เป็นพืชที่ปลูกง่าย แสนง่าย..
เวลาปลูก ให้ห่างกันมากๆ..มันจะได้ไม่รบกวนยางฯซึ่งเป็นไมม้หลัก..
ต้นยางจะยืนต้นตรงดีด้วย..บังลมไม่ให้ไปโนต้นยางได้ดีอีกด้วย..
ลองหลับตา..ลองนั่งนิ่งๆ..วาดภาพดูนะครับ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ็อก
เรทกระทู้
« ตอบ #672 เมื่อ: 25 ม.ค. 11, 13:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตั้งแต่เมื่อวาน..แล้ว..ก๊อเมื่อคืน..แล้วกระทั่งรุ่งเช้า..
ผมเป็นคนได้ถึงสามคน..
นี่แหละ(จะขอรำพึง รำพัน)อิทธิพลแห่งระบบการสื่อสาร..การถ่ายทอด..
ก็อยากจะขอบคุณการทำระบบสื่อสารนี้..แต่ก็คงไม่จำเป็นนะครับ..
คุณของการสื่อสารในระบบนี้..ผมเน้น,,คุณ,,เพราะผมได้คุณประโยชน์..ประโยชน์ในการแสวงหา..ผมไม่ได้พบเพชรเม็ดงาม..หรือ..อะไร..แต่ผมพบทางส่องสว่าง..ในหนทางแห่งนั้น..มีเพื่อนหลายคน..มีอาจารย์ที่มีเมตาด้วย..มีเพื่อนแจ๋วๆอีกมากมาย..
ชักแม่น้ำมาหลายสายแล้ว..อยากจะอวดสักหน่อย..การหาครู หาอาจารย์ที่เรียกว่าใช่เลย..หาไม่พบได้ง่ายๆ..
ผมเจริญพรมวิหารสี่มานานมาก..เพราะที่บ้านสอน..แต่ก็แค่นั้น..ไม่ไปไหนไกล..
เมือ่คืน..อาจารย์ของผมได้แนะเคล็ดในการดำเนินพรมวิหารสี่แก่ผม..
ผมอ่านแค่รอบเดียวเอง..
ชัดเป้ง...แจ่มแจ้ง..หยิบ..จับ..และวาง..
ผมไม่โหยหวนอะไร..ไม่มีอาการเศร้าหมองอีกต่อไป..ผมต้องดำเนินชีวิตต่อไป..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #673 เมื่อ: 27 ม.ค. 11, 22:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*021 สาธุค่ะ ลุงจ๊อก บางครั้ง ธรรมะก็ง่าย แค่ความว่างเปล่า สุดท้าย ไม่มีอะไร ไม่เหลืออะไร และที่สุดแห่งชีวิต เราก้ไม่เหลือใคร เกิดคนเดียว ตายคนเดียว อย่าได้กังวลใดๆ อีกต่อไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลุงจ็อก
เรทกระทู้
« ตอบ #674 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 11:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นี่แหละครับคุณนัทฯ..ผมเคยผ่านความคิดนั้นๆมาครับ..มันเหมือนกับหนังที่เขารีเพลอ่ะครับ..มองเห็นภาพเป็นภาบๆไป..แว๊บๆ..
เกิดมาเพียงคนเดียว..และตายเพียงคนเดียว..ผมพูดกับภรรยาของผมาหลายปีแล้ว..ผมก็แค่คิดอยู่เพียงลำพัง..บ่น พูดให้ภรรยาฟังได้เพียงคนเดียว..
ใครไม่ตายตามกันไปหรอก..ไม่มีเพื่อนตายหรอก..เพราะร่างเดียว..ตายไป ก็ไปคนเดียว..ไปไหน ก็ไปคนเดียว..ใครไปเป็นเพื่อนไม่ได้หรอกครับ.จิงอย่างคุณนัทฯว่า..
สำหรับผม..เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้ว..เหลือเพียง..ความพยามยาม..ผมจะต้องถึงให้ได้..
ผมจะเปรียบห้ทราบ.หากผมเรียนวิธีการว่ายน้ำ..ศึกษาทั้งในหนังสือ หาดูตามเนตฯ..รู้หลัการการว่ายน้ำอย่างมาก..เมื่อสอบ..สามารถทำข้อสอบได้แบบว่า TOP
แต่เมื่อคราวเกิดอุทกภัย..น้ำป่าไหลหลาก..น้ำท่วมอย่างมาก..
คุณๆคิดว่าผมจะว่ายน้ำหนีได้พ้นหรือไม่..
แต่ผมคิดว่า..ผมต้องจมน้ำตายอย่างแน่นอนเลย.เพราะผมรู้แค่หลักการ วิธีการในการว่ายน้ำเท่านั้น..แต่ผมมิเคยลงไปในสระน้ำ หรือแม่น้ำ ลำคลอง เพื่อหัดว่ายน้ำจริงๆ..
หากเป็นงั้น..ผมต้องจมน้ำ..เอาตัวไมม่รอกหรอก..และหากเกิดแบบ..นั้น..ใครๆก็ช่วยกันไม่ได้..เขาก๊อต้อง..ตัวใคร ตัวมัน..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 8 9 10 11 12 13 14 15 16

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม