Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 32
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.  (อ่าน 22000 ครั้ง)
Guest
ฝขว.ฉก.ร.๗
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #135: 31 มี.ค. 10, 10:56 น

ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้า

 
Guest
ฝขว.ฉก.ร.๗
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #136: 31 มี.ค. 10, 10:58 น

ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข

Guest
ฝขว.ฉก.ร.๗
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #137: 31 มี.ค. 10, 11:02 น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย

Guest
ฝขว.ฉก.ร.๗
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #138: 31 มี.ค. 10, 11:04 น

ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ

Guest
ฝขว.ฉก.ร.๗
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #139: 31 มี.ค. 10, 11:19 น

เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ

Guest
ฝขว.ฉก.ร.๗
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #140: 31 มี.ค. 10, 11:31 น

เราเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยพระบารมีของพ่อหลวง

Guest
ฝขว.ฉก.ร.๗
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #141: 31 มี.ค. 10, 11:32 น

สถาบันชาติ ศาสน์  กษัตริย์  เป็นสถาบันหลักในผืนธงชาติไทยที่เราเคารพ

Guest
ส.อ.สุวิทย์
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #142: 4 เม.ย. 10, 17:49 น

ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

Guest
ร.4พัน.3
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #143: 15 เม.ย. 10, 08:14 น

อยากให้เหงื่อ พ่อแห้ง พักตร์แดงเรื่อ
องค์หน่อเนื้อ สละสุข ทุกข์ยังฝืน
หกสิบปี ที่ทรงงาน ทุกวันคืน
พ่อนั้นตื่น ทุกเวลา จนชาชิน
ลูกทั้งหลาย ได้พักผ่อน ตอนหกสิบ
องค์พ่อทิพย์ แปดสิบศก ยังผกผลิน
ทำเพื่อลูก เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน
ทั่วโลกยิน ล้วนยกย่อง พ่อผองไทย

Guest
ร.4พัน.3
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #144: 15 เม.ย. 10, 08:17 น

เรารักในหลวง  ทรงพระเจริญ

Guest
ร.4พัน.3
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #145: 15 เม.ย. 10, 08:19 น

1. กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
2. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
3. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
4. ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ( ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
5. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
6. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์
7. ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
8. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
9. ความเสียหายของชาติจะบานปลาย ถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
10. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
11. พระองค์ทรงเป็นผู้นำตามแนวพระราชดำริ ให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคคลบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

 
Guest
ร้อย.ร.723
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #146: 14 พ.ค. 10, 09:39 น

   ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ
๑. กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
๒. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
๓. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
๔. รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
๕. ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ( ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
๖. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
๗. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์
๘. ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
๙. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
๑๐. ความเสียหายของชาติจะบานปลาย ถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๑๑. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
๑๒. พระองค์ทรงเป็นพระมหาบพิตรที่สถิตในดวงใจของปวงประชา
๑๓. พระองค์ทรงเป็นผู้นำตามแนวพระราชดำริ ให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคคลบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
๑๔. ร้อยรัดดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
๑๕. กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
๑๖. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
๑๗. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
๑๘. รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
๑๙. ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ( ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
๒๐. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
๒๑. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์
๒๒. ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
๒๓. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
๒๔. ความเสียหายของชาติจะบานปลาย ถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒๕. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
๒๖. พระองค์ทรงเป็นพระมหาบพิตรที่สถิตในดวงใจของปวงประชา
๒๗. พระองค์ทรงเป็นผู้นำตามแนวพระราชดำริ ให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคคลบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
๒๘. ร้อยรัดดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
๒๙. เราเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยพระบารมีของพ่อหลวง
๓๐. ๓ สถาบันหลักของชาติไทยเป็นมรดกมาจากบรรพบุรุษของเรา
๓๑. ธงชาติไทยมี ๓ สี แต่ละสีมีความหมาย ช่วยไทยรักสามัคคี
๓๒. แม้แต่โจรยังรักในหลวง แล้วเราเป็นใครล่ะจะไม่รักหรือ
๓๓. เราคงสิ้นแผ่นดินถิ่นอาศัย หากสิ้นชาติ สิ้นศาสน์ สิ้นกษัตริย์
๓๔. ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้า
๓๕. ในหลวงพระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ได้มีความสุข
๓๖. พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
๓๗. พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
๓๘. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดินดี ด้วยพระบารมีของทั้ง ๒ พระองค์
๓๙. เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเรา
๔๐. ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
๔๑. ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน
๔๒. สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
๔๓. พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
๔๔. ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
๔๕. บรรพบุรุษท่านต่อสู้กอบกู้ชาติ ศาสน์ ราชัน แล้วเราเป็นใครกันไม่รักษาให้จงดี
๔๖. ราชันราชินีบารมีคู่แผ่นดิน หากแม้นไทยเราสิ้นจะสูญสิ้นแผ่นดินธรรม
๔๗. แหลมทองจะเป็นไฟหากชาติไทยไร้ราชัน จะมีแต่ฆ่าฟันเพื่อห้ำหั่นแย่งชิงดี
๔๘. ในหลวงพระองค์ทรงไม่ละทิ้งประชาชนของพระองค์ แม้พระองค์จะทรงงานหนักและเหนื่อยมานาน
๔๙. ทั่วโลกยกย่องชื่นชมยินดีกับบารมีของล้นเกล้าทั้ง ๒ พระองค์ แล้วเราคนไทยยังจะมาค้นหาคำตอบอะไรกันอีกหรือ
๕๐. พระองค์ทรงมีแนวพระราชดำริด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการ เกษตรมากมาย

Guest
i.723
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #147: 14 พ.ค. 10, 09:49 น

   ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ
๑. กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
๒. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
๓. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
๔. รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
๕. ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ( ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
๖. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
๗. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์
๘. ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
๙. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
๑๐. ความเสียหายของชาติจะบานปลาย ถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๑๑. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
๑๒. พระองค์ทรงเป็นพระมหาบพิตรที่สถิตในดวงใจของปวงประชา
๑๓. พระองค์ทรงเป็นผู้นำตามแนวพระราชดำริ ให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคคลบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
๑๔. ร้อยรัดดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
๑๕. กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
๑๖. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
๑๗. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
๑๘. รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
๑๙. ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ( ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
๒๐. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
๒๑. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์
๒๒. ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
๒๓. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
๒๔. ความเสียหายของชาติจะบานปลาย ถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒๕. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
๒๖. พระองค์ทรงเป็นพระมหาบพิตรที่สถิตในดวงใจของปวงประชา
๒๗. พระองค์ทรงเป็นผู้นำตามแนวพระราชดำริ ให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคคลบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
๒๘. ร้อยรัดดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
๒๙. เราเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยพระบารมีของพ่อหลวง
๓๐. ๓ สถาบันหลักของชาติไทยเป็นมรดกมาจากบรรพบุรุษของเรา
๓๑. ธงชาติไทยมี ๓ สี แต่ละสีมีความหมาย ช่วยไทยรักสามัคคี
๓๒. แม้แต่โจรยังรักในหลวง แล้วเราเป็นใครล่ะจะไม่รักหรือ
๓๓. เราคงสิ้นแผ่นดินถิ่นอาศัย หากสิ้นชาติ สิ้นศาสน์ สิ้นกษัตริย์
๓๔. ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้า
๓๕. ในหลวงพระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ได้มีความสุข
๓๖. พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
๓๗. พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
๓๘. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดินดี ด้วยพระบารมีของทั้ง ๒ พระองค์
๓๙. เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเรา
๔๐. ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
๔๑. ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน
๔๒. สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
๔๓. พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
๔๔. ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
๔๕. บรรพบุรุษท่านต่อสู้กอบกู้ชาติ ศาสน์ ราชัน แล้วเราเป็นใครกันไม่รักษาให้จงดี
๔๖. ราชันราชินีบารมีคู่แผ่นดิน หากแม้นไทยเราสิ้นจะสูญสิ้นแผ่นดินธรรม
๔๗. แหลมทองจะเป็นไฟหากชาติไทยไร้ราชัน จะมีแต่ฆ่าฟันเพื่อห้ำหั่นแย่งชิงดี
๔๘. ในหลวงพระองค์ทรงไม่ละทิ้งประชาชนของพระองค์ แม้พระองค์จะทรงงานหนักและเหนื่อยมานาน
๔๙. ทั่วโลกยกย่องชื่นชมยินดีกับบารมีของล้นเกล้าทั้ง ๒ พระองค์ แล้วเราคนไทยยังจะมาค้นหาคำตอบอะไรกันอีกหรือ
๕๐. พระองค์ทรงมีแนวพระราชดำริด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการ เกษตรมากมาย

Guest
eng.
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #148: 24 พ.ค. 10, 09:06 น

1.พระผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
๒. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
๓. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
๔. รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
๕. ทรงยึดหลักศาสนา  ทรงศึกษาสรรพวิทยา  ทรงนำมาปฏิบัติ  ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม  ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ  ทรงสละหยาดพระเสโท  เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก
๖. ขอจงทรงพระเจริญ
๗. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น  จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์
๘. ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #149: 11 มิ.ย. 10, 08:03 น

พระปรีชาสามารถทางการทูต
ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนต่างประเทศอีกเพียงครั้งเดียว คือเมื่อพุทธศักราช 2538    เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว         เนื่องจากมีพระราชดำริว่า มีพระราชประสงค์ที่จะประทับใกล้ชิดกับพสกนิกรของพระองค์ เพื่อช่วยเหลือพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้มากที่สุด
แม้จะทรงให้ความสำคัญต่อพระราชภารกิจภายในประเทศอย่างยิ่ง หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็มิเคยละเลยพระราชภารกิจ เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีกับมิตรประเทศต่างๆ ด้วยการทรงต้อนรับพระประมุข และ ประมุข ของประเทศต่างๆ ที่เสด็จพระราชดำเนิน และ เดินทางมาเยือนประเทศไทย ในฐานะพระราชอาคันตุกะ
อีกทั้งยังโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้บรรดาทูตานุทูตของประเทศต่างๆ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาสน์ และ สาส์นตราตั้งในการเข้ามารับตำแหน่งใน ประเทศไทย และกราบบังคมทูลลาเมื่อครบวาระ
นี่คือพระมหากรุณาธิคุณ และพระปรีชาสามารถของล้นเกล้า ล้นกระหม่อม ที่ช่วยให้ประเทศไทย ยังคงกระชับสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ ได้อย่างแน่นแฟ้น  ไม่เว้นแม้ขณะกำลังทรงงานหนักเพื่อปากท้องของพสกนิกรของพระองค์

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #150: 11 มิ.ย. 10, 08:06 น

แพทย์พระราชทาน
ทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยือนราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารก็มักเนืองแน่นไปด้วยพสกนิกรที่มาเฝ้ารอชมพระบารมี แม้แต่ผู้มีร่างกายพิการทุพลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง ด้วยเป็นชาวบ้านห่างไกลสถานพยาบาล ก็ยังมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรอรับเสด็จ ขอเพียงได้เห็นพระผู้เป็นมิ่งขวัญสักครั้งในชีวิต ภาพที่พระองค์ได้ทอดพระเนตร ทำให้ทรงกังวลพระราชหฤทัย ด้วยทรงเห็นว่า ประชาชนเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ถ้าประชาชนสุขภาพไม่ดี ก็จะไม่สามารถประกอบอาชีพการงานและพัฒนาประเทศชาติให้เจริญได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานแพทย์หลวงให้รักษาราษฎรเหล่านั้น ให้มีสุขภาพดี จนกลายเป็นธรรมเนียมว่า ทุกที่ที่เสด็จพระราชดำเนินจะมีแพทย์หลวงพระราชทานแก่ราษฎรผู้เจ็บไข้ของพระองค์เสมอ จากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน ขยายผลสู่โครงการแพทย์เฉพาะทาง มีทั้งหน่วยทันตแพทย์, ศัลยแพทย์อาสา, แพทย์หู คอ จมูกหน่วยจักษุแพทย์ และหน่วยแขนขาเทียมพระราชทาน พระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกร ทำให้ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปยังแห่งหนใด จำนวนราษฎรที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จก็จะเพิ่มมากขึ้นทุกครั้งไป

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #151: 11 มิ.ย. 10, 08:08 น

พลังงานทดแทน
ท่ามกลางความต้องการในการใช้น้ำมันดีเซลที่เพิ่มมากขึ้น และราคาของน้ำมันดีเซลที่ขยับตัวสูงขึ้น         ล้วนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมองเห็นคุณค่าของปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบในท้องถิ่นที่มีศักยภาพสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนได้     และถึงแม้ว่า  น้ำมันเชื้อเพลิงจากฟอสซิล  อาจหมดลงในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า   แต่ประเทศไทยก็ยังมีแหล่งน้ำมันที่เราสามารถปลูกและผลิตขึ้นได้เอง
พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัย   และให้ทดลองนำปาล์มน้ำมันมาสกัดเป็นน้ำมันไบรโอดีเซล  ซึ่งสามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้ อีกทั้งยังไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
น้ำมัน ไบรโอดีเซล    เป็นอีกหนึ่งใน โครงการตามแนวพระราชดำริ ที่จะช่วยให้ราษฎรสามารถยืนหยัดและพึ่งพาตนเองได้ ด้วยวิถีกสิกรรมผสมผสานกับเทคโนโลยี สมัยใหม่ ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกลง
น้ำมันไบรโอดีเซล    พลังงานทดแทน ซึ่งเป็นประจักษ์พยานถึงพระอัจฉริยภาพ ที่พระราชทานแนวทางใหม่ในการพัฒนาเชื้อเพลิงทดแทนภายในประเทศให้เป็นแหล่งพลังงานที่ยั่งยืน   เพื่อเศรษฐกิจ เพื่อสิ่งแวดล้อม และเพื่ออนาคตที่ดีของเราทุกคน

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #152: 11 มิ.ย. 10, 08:10 น

พลังงานทดแทน
ท่ามกลางความต้องการในการใช้น้ำมันดีเซลที่เพิ่มมากขึ้น และราคาของน้ำมันดีเซลที่ขยับตัวสูงขึ้น         ล้วนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมองเห็นคุณค่าของปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบในท้องถิ่นที่มีศักยภาพสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนได้     และถึงแม้ว่า  น้ำมันเชื้อเพลิงจากฟอสซิล  อาจหมดลงในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า   แต่ประเทศไทยก็ยังมีแหล่งน้ำมันที่เราสามารถปลูกและผลิตขึ้นได้เอง
พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัย   และให้ทดลองนำปาล์มน้ำมันมาสกัดเป็นน้ำมันไบรโอดีเซล  ซึ่งสามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้ อีกทั้งยังไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
น้ำมัน ไบรโอดีเซล    เป็นอีกหนึ่งใน โครงการตามแนวพระราชดำริ ที่จะช่วยให้ราษฎรสามารถยืนหยัดและพึ่งพาตนเองได้ ด้วยวิถีกสิกรรมผสมผสานกับเทคโนโลยี สมัยใหม่ ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกลง
น้ำมันไบรโอดีเซล    พลังงานทดแทน ซึ่งเป็นประจักษ์พยานถึงพระอัจฉริยภาพ ที่พระราชทานแนวทางใหม่ในการพัฒนาเชื้อเพลิงทดแทนภายในประเทศให้เป็นแหล่งพลังงานที่ยั่งยืน   เพื่อเศรษฐกิจ เพื่อสิ่งแวดล้อม และเพื่ออนาคตที่ดีของเราทุกคน

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #153: 11 มิ.ย. 10, 08:12 น

ภาพวาดฝีพระหัตถ์
จิตรกรรมเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัย มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ โดยทรงเริ่มศึกษาวิธีวาด และฝึกเขียนภาพด้วยพระองค์เอง หากแต่งานจิตรกรรมของพระองค์ได้เริ่มต้นอย่างจริงจัง เมื่อประมาณ พ.ศ.2502 ภายหลังที่เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ทรงใช้เวลาว่างจากพระราชภารกิจมาทรงเขียนภาพ ซึ่งโดยมากจะเป็นพระสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์
และเมื่อคราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี กรมศิลปากรได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติ ให้จัดนิทรรศการจิตกรรมฝีพระหัตถ์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าชมผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในพระองค์
หากแต่พระราชภารกิจเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาด้านต่างๆ ทำให้ต้องทรงอุทิศเวลาส่วนใหญ่ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของราษฎร จึงไม่ทรงมีเวลาสร้างสรรค์ผลงานด้านจิตรกรรม แต่ถึงกระนั้นก็ทรงมีภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ที่เผยแพร่ไปแล้วถึง 47 ภาพ และที่ยังไม่เคยเผยแพร่อีกกว่า 60 ภาพ นับได้ว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีความสามารถ และเชี่ยวชาญในด้านจิตรกรรมอย่างแท้จริง

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #154: 16 มิ.ย. 10, 08:51 น

แผนพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๐๔-๒๕๐๙) :
น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี
แนวทางการพัฒนา
เป็นแผนฯ ฉบับเดียวที่มีระยะเวลาครอบคลุมรวม ๖ ปี กำหนดแนวทางหลักในการพัฒนาประเทศ
โดยเน้นด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ มีการลงทุนในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป็นอันมาก
อาทิ ถนน ท่าเรือ เขื่อนอเนกประสงค์ โรงไฟฟ้า ฯลฯ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน และ
เพิ่มผลผลิตทางสาขาเกษตรและอุตสาหกรรม อันจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ผลการพัฒนา
การพัฒนาประเทศในช่วงแผนฯ ๑ ผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศรุดหน้าไปอย่างเห็นได้ชัดเจน
โดยขยายตัวเฉลี่ยถึงร้อยละ ๘.๗ ต่อปี รายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มสูงขึ้น มูลค่าสินค้าออกขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ดุลการชำระเงินของประเทศมีฐานะเกินดุล ทุนสำรองระหว่างประเทศมีมูลค่าสูงขึ้นถึง ๙๒๔ ล้านเหรียญ
สหรัฐ ฯ ส่วนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้เน้นงานชลประทาน การก่อสร้างและบูรณะทางหลวงแผ่นดิน เริ่มส่ง
พลังงานไฟฟ้าจากโครงการยันฮี และโครงการไฟฟ้าลิกไนต์ที่กระบี่ เป็นต้น

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #155: 16 มิ.ย. 10, 08:52 น

แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๔) :
กระจายโครงการพื้นฐานสู่ชนบท
แนวทางการพัฒนา
ยุทธศาสตร์การพัฒนาของแผนฯ ๒ ยังคงดำเนินการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่องจากแผน
ฯ ๑ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และให้ความสำคัญกับการกระจายการพัฒนาให้เกิดผลทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งในเขตทุรกันดารและห่างไกลความเจริญ เพื่อปรับปรุงฐานะของประชาชนในชนบท ดังจะเห็นได้จาก
งบประมาณร้อยละ ๗๕-๘๐ ของงบพัฒนาทั้งหมดเป็นการลงทุนในส่วนภูมิภาค รวมทั้งยังมีโครงการพิเศษ
เช่น โครงการพัฒนาภาค โครงการเร่งรัดพัฒนาชนบท และโครงการช่วยเหลือชาวนา เป็นต้น รวมทั้งเริ่มให้
ความสำคัญกับการพัฒนาสังคม และเพิ่มคำว่า “สังคม” ในชื่อแผนฯ
ผลการพัฒนา
อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยร้อยละ ๗.๒ ต่อปี อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเจริญเติบโต
ทางเศรษฐกิจจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ปรากฏว่าช่องว่างของรายได้ในหมู่ประชากรของประเทศ และ
ระหว่างภูมิภาคของประเทศเริ่มห่างกันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากประชาชนที่อยู่ใกล้บริการพื้นฐานได้ใช้ประโยชน์
มากกว่าผู้ที่อยู่ห่างไกล ส่วนด้านการขยายบริการพื้นฐานมีกำลังการผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว
ถนนทั่วประเทศเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๓๘ และการชลประทานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #156: 16 มิ.ย. 10, 08:54 น

แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๑๕-๒๕๑๙) :
จากเศรษฐกิจสู่การพัฒนาสังคม
แนวทางการพัฒนา
ปัญหาการกระจายรายได้ที่รุนแรงมากขึ้นในช่วงแผนฯ ๒ ทำให้มีการให้ความสำคัญกับการพัฒนา
สังคมในแผนฯ ๓ มากขึ้น โดยในด้านการลดความแตกต่างของรายได้และบริการสังคมเน้นการดำเนินงาน
แนวใหม่ ๓ แนวคือ การลดอัตราการเพิ่มของประชากร การกระจายบริการด้านเศรษฐกิจและสังคม และ
การสร้างโอกาสและขีดความสามารถของประชาชนให้ได้รับประโยชน์จากบริการพื้นฐานทางเศรษฐกิจและ
สังคมมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ได้เร่งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และขยายขีดความสามารถทางการผลิต
ให้สูงขึ้น เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้แก่ประชาชนในชนบท พร้อมทั้ง
ส่งเสริมการส่งออกและปรับปรุงโครงสร้างการนำเข้า เพื่อรักษาเงินทุนสำรองระหว่างประเทศให้มั่นคง
ผลการพัฒนา
การพัฒนาประเทศในช่วงแผนฯ ๓ เริ่มขึ้นในภาวะที่เศรษฐกิจของโลกและของประเทศไทยไม่
เอื้ออำนวย โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นถึง ๔ เท่าตัว ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะงักงัน
รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อคลี่คลายปัญหา ส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตทาง
เศรษฐกิจเพิ่มขึ้นร้อยละ ๖.๕ ต่อปี พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๖ ถนนจากไร่นาสู่ตลาดเพิ่มขึ้นเป็น
ร้อยละ ๕๐ ของระยะทางทั้งหมด ด้านสังคม อัตราการเพิ่มของประชากรลดลงจากร้อยละ ๓.๑ ในปี
๒๕๑๔ เหลือเพียงร้อยละ ๒.๖ ในปี ๒๕๑๙ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาความไม่เสมอภาคทางการศึกษา
และการขาดแคลนด้านสาธารณสุขในเขตชนบท

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #157: 16 มิ.ย. 10, 08:55 น

แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๔ (พ.ศ.๒๕๒๐-๒๕๒๔) :
กระจายความเจริญสู่ชนบท
แนวทางการพัฒนา
เนื่องจากการพัฒนาในช่วงที่ผ่านมาเน้นเฉพาะในส่วนกลาง ประกอบกับการเกิดภาวะเงินเฟ้อ การ
ว่างงาน ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และสังคม และความไร้เสถียรภาพทางการเมือง (หลังเหตุการณ์ ๑๔
ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ และ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙) แผนฯ ๔ จึงมุ่งกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค โดยเน้น
การพัฒนาที่สำคัญ ๒ แนวทาง คือ เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการมุ่งขยายการผลิตด้าน
การเกษตร และปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่อขยายการส่งออก การกระจายรายได้ และการมีงานทำ
ในภูมิภาค พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าและเร่งรัดการส่งออก ขณะเดียวกัน
ได้เร่งบูรณะและปรับปรุงการบริหารทรัพยากรหลักของชาติให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนส่วนใหญ่
ทั้งที่ดิน แหล่งน้ำ ป่าไม้ และเหมืองแร่
ผลการพัฒนา เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ ๗.๔ ต่อปี สูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย การผลิตในด้าน
ต่างๆ ขยายตัวสูงกว่าเป้าหมาย ยกเว้นด้านที่สำคัญคือเกษตรและอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นต่ำกว่าเป้าหมาย
ประกอบกับการที่ไม่สามารถรักษาระดับราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับสูงทั่วทั้งประเทศ ทำให้ประชากร
ในภาคเกษตรมีรายได้ต่ำกว่าภาคอื่นๆ มาก นอกจากนี้ การที่ต้องพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศทำให้
ประเทศไทยขาดดุลการค้า ทั้งการกระจายบริการสังคมที่ไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง ประชาชนในเขตชนบท
ยังคงล้าหลังและยากจน ประกอบกับทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรมลงมาก ทำให้ประสิทธิภาพการผลิต
ทางการเกษตรอยู่ในระดับต่ำ

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #158: 16 มิ.ย. 10, 08:57 น

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๒๙) :
ยึดพื้นที่ในการพัฒนาทั้งรับและรุก
แนวทางการพัฒนา
การประเมินผลการพัฒนาที่ผ่านมาพบว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นไปตามเป้าหมายใน
ระดับที่น่าพอใจ แต่ปัญหาความยากจนของประชาชนในเขตชนบทยังคงอยู่ในระดับสูง แผนฯ ๕ จึงปรับ
แนวทางการพัฒนาประเทศ “แนวใหม่” ให้มีลักษณะเป็นแผนนโยบายที่ “ยึดพื้นที่” เป็นหลักในการ
วางแผนกำหนดแผนงานและโครงการ เช่น พื้นที่เป้าหมายเพื่อการพัฒนาชนบท พื้นที่ชายฝั่งทะเล
ตะวันออก และพื้นที่เมืองหลัก เป็นต้น เน้นการแก้ไขปัญหาความยากจนในชนบทล้าหลังในภูมิภาคต่างๆ
เพื่อให้ชาวชนบทพออยู่พอกิน และช่วยเหลือตัวเองได้ในที่สุด เน้นความสมดุลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
และสังคมของประเทศ ระดมความร่วมมือจากภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และปฏิรูป
ระบบการบริหารงานพัฒนาของรัฐทุกภาคส่วน
ผลการพัฒนา
ในช่วงระยะเวลาของแผนฯ ๕ เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะซบเซา อันเป็นผลเนื่องมาจากวิกฤตการณ์
ราคาน้ำมัน ทำให้ประเทศต่าง ๆ ต้องปรับนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อความอยู่รอด การกีดกัน
ทางการค้ามีมากยิ่งขึ้น รัฐบาลไทยต้องดำเนินมาตรการหลายประการ เพื่อรักษาการเจริญเติบโตและ
เสถียรภาพทางเศรษฐกิจไว้ รวมถึงการปรับค่าเงินบาท ใช้มาตรการประหยัด นิยมไทย และร่วมใจส่งออก
ถึงแม้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยส่วนรวมจะมีอัตราต่ำโดยเฉลี่ยร้อยละ ๕.๔ ต่อปี แต่การ
พัฒนาหลายประการประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ อาทิ การแก้ไขปัญหาความยากจนในชนบทล้าหลัง
สามารถจัดโครงการเข้าไปแก้ไขปัญหาได้ตามเป้าหมาย ช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนา
ส่วนด้านการกระจายบริการทางสังคมสามารถดำเนินการได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

Guest
AUGUSTIN
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #159: 17 มิ.ย. 10, 09:19 น

เดินตามรอยพ่อ อย่าย่อท้อต่ออุปสรรค จะประจักษ์ในความสำเร็จ

Guest
ชั้นค่ะ
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #160: 19 มิ.ย. 10, 20:11 น

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงเป็น King of the King ทรงเป็นที่เคารพสูงสุดในชีวิตของข้าพเจ้าปวงประชา ทรงเป็นมิ่งขวัญแห่งแคว้นแดนสยาม ขอพระพลานามัยสมบูรณ์ เพื่อปวงชนปิติ
ทรงพระเจริญ.

Guest
sw2002
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #161: 21 มิ.ย. 10, 09:31 น

เราคนไทยควรน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงขอให้เกิดความสามัคคีและเห็นแก่ประเทศชาติ

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #162: 22 มิ.ย. 10, 13:03 น

พระองค์ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์

Guest
2DevregT
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #163: 23 มิ.ย. 10, 09:46 น

ทรงพระเจริญ

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #164: 30 มิ.ย. 10, 16:34 น

ทรงพระเจริญ

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #165: 30 มิ.ย. 10, 16:38 น

รักพ่อหลวง ขอพระองค์ทรงพระเจิญ

Guest
ช.พัน.202
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #166: 3 ก.ค. 10, 08:22 น

คนไทยรักชาติ คนไทยนับถือศาสนา คนไทยรักพระมหากษัติย์

Guest
ช.พัน.202
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #167: 3 ก.ค. 10, 08:26 น

ขอให้พระองค์ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรง

Guest
จ.บอย
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #168: 5 ก.ค. 10, 13:45 น

เราขอนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในการทำความดีและอยู่อย่างพอเพียงตราบชีวิตจะหาไม่

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #169: 8 ก.ค. 10, 07:56 น

ทฤษฎี "แกล้งดิน" อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  
  
         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ ฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในเขตจังหวัดนราธิวาส ในปี พ.ศ. 2524 ทรงพบว่า หลังจากมีการชักน้ำออกจากพื้นที่พรุึ เพื่อจะได้มีพื้นที่ใช้ทำการเกษตรและเป็นการบรรเทาอุทกภัยนั้น
ปรากฎว่าดินในพื้นที่พรุแปรสภาพเป็นดินเปรี้ยวจัด ทำให้เพาะปลูกไม่ได้
ผล จึงมีพระราชดำริให้ส่วนราชการต่าง ๆพิจารณาหาแนวทางในการ
ปรับปรุงพื้นที่พรุที่มีน้ำแช่่ขังตลอดปีให้เกิดประโยชน์  
 
        ในทางการเกษตรมากที่สุดและให้คำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ด้วย การแปรสภาพเป็นดินเปรี้ยวจัด
เนื่องจากดินมีลักษณะเป็นเศษอินทรีย์วัตถุหรือซากพืชเน่าเปื่อย อยู่ข้างบนและมีระดับความลึก 1-2 เมตรเป็นดินเลนสีเทาปนน้ำเงิน ซึ่งมีสารประกอบกำมะถัน ที่เรียกว่า สารประกอบไพไรท์ (Pyrite : FeS2) อยู่มาก ดังนั้น
เมื่อดินแห้ง สารไพไรท์จะทำปฏิกิริยากับอากาศปลดปล่อยกรดกำมะถันออกมา ทำให้ดินแปรสภาพเป็นดินกรดจัดหรือเปรี้ยวจัด
        ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ จึงได้ดำเนินการสนองพระราชดำริโครงการ "แกล้งดิน" เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดของดิน เริ่มจากวิธีการ "แกล้งดินให้เปรี้ยว" ด้วยการทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไป เพื่อเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดิน ซึ่งจะไปกระตุ้นให้สารไพไรท์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ปลดปล่อยกรดกำมะถันออกมา ทำให้ดินเป็นกรดจัดจนถึงขั้น "แกล้งดินให้เปรี้ยวสุดขีด" จนกระทั่งถึงจุดที่พืชไม่สามารถเจริญงอกงามได้จากนั้นจึงหาวิธีการปรับปรุงดินดังกล่าวให้สามารถปลูกพืชได้ วิธีการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดตามแนวพระราชดำริ  

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #170: 8 ก.ค. 10, 07:59 น

ทฤษฎีการพัฒนาเพื่อพึ่งตนเองของเกษตรกร
 
         แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาชนบทที่สำคัญ คือ การที่ทรงมุ่งช่วยเหลือพัฒนา ให้เกิดการพึ่งตนเองได้ของคนใน ชนบทเป็นหลัก กิจกรรมและโครงการตามแนว พระราชดำริที่ดำเนินการอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศในปัจจุบันนั้นล้วนแล้วแต่มีเป้าหมาย สุดท้ายอยู่ที่การ พึ่งตนเองได้ ของราษฎรทั้งสิ้นโดยการพัฒนาทั้งด้านอาชีพและส่งเสริม การเกษตร ให้เกษตรกรสามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างมั่นคงเป็นปึกแผ่น ทรงดำเนินการ แนะนำสาธิตให้ประชาชน ดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทเป็นไปตามหลักการพัฒนา สังคมชุมชนอย่างแท้จริง โดยทรงมีหลักอยู่ว่า 
 
  •  ทรงไม่ใช้วิธีการสั่งการให้เกษตรกรปฎิบัติ
  •  ทรงเน้นให้พึ่งตนเองและช่วยเหลือตนเองเป็นสำคัญ
  •  ทรงใช้หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน
  •  ทรงใช้หลักประชาธิปไตยในการดำเนินการ หากเจ้าหน้าที่ทักท้วงสิ่งใดทางวิชาการ จะทรงรับฟังข้อสรุป  อย่างเป็น กลาง หากสิ่งใดที่เจ้าหน้าที่กราบบังคมทูลว่า ปฎิบัติได้ แต่ผลลัพธ์อาจไม่คุ้มค่ากับเงินที่ลงไป ก็ทรงให้เปลี่ยนแปลงโครงการ ได้เสมอ
  •  ทรงยึดสภาพของท้องถิ่นเป็นหลักในการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริทั้งด้านสภาพแวดล้อม ทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคของประเทศ
  •  การสร้างความแข็งแรงให้ชุมชน ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลักที่จำเป็นต่อการผลิตอันเป็นรากฐานนำไปสู่การ พึ่งตนเองได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นการพัฒนา ในลักษณะการเตรียมชุมชนให้พร้อมต่อการติดต่อสัมพันธ์กับโลกภายนอก ทรงเรียกว่า "การระเบิดจากข้างใน" และทรงชี้แนะว่าควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  •  ทรงสนับสนุนให้มีการส่งเสริมความรู้ด้านต่างๆ ด้วยทรงตระหนักว่า ชาวชนบท ควรจะมีความรู้ในเรื่องของการทำ มาหากิน การทำการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยี ที่เหมาะสม โดยทรงเน้นถึงความจำเป็นที่จะต้องมี "ตัวอย่างแห่งความสำเร็จ" ที่ชาวบ้านสามารถรับและนำไปปฎิบัติได้ผลจริง
  •  ทรงปฏิรูประบบราชการให้เกิดเอกภาพทางการบริหาร (Single Management or Unity Administration) อันเป็นลักษณะ พิเศษของศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีเอกภาพทางการบริหาร โดยได้ทำหน้าที่บริหารทั้งสองทางในเวลา เดียวกัน คือ บริหารงานองค์กรของระบบราชการและบริการประชาชนพร้อมกันไปด้วย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #171: 8 ก.ค. 10, 08:01 น

ทฤษฎีใหม่ การบริหารจัดการที่ดินเพื่อการเกษตรตามพระราชดำริ
          ในทุกคราที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศนั้นได้ทรงถามเกษตรกรและทอดพระเนตรพบสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการปลูกข้าวและเกิดแรงดล พระราช หฤทัย อันเป็นแนวคิดขึ้นว่า
1.ข้าวเป็นพืชที่แข็งแกร่งมาก หากได้น้ำเพียงพอจะสามารถเพิ่มปริมาณเม็ดข้าวได้มากยิ่งขึ้น
2.หากเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาไว้ได้แล้ว นำมาใช้ในการเพาะปลูกก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้มากขึ้นเช่นกัน
3.การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่นับวันแต่จะยากที่จะดำเนินการได้เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนและข้อจำกัด ของปริมาณที่ดิน เป็นอุปสรรคสำคัญ
4.หากแต่ละครัวเรือนมีสระน้ำประจำไร่นาทุกครัวเรือนแล้วเมื่อรวมปริมาณกันก็ย่อมเท่ากับปริมาณในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แต่สิ้นค่าใช ่จ่ายน้อย และเกิดประโยชน์สูงสุดโดยตรงมากกว่าในเวลาต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริให้ทำการทดลอง "ทฤษฎีใหม่" เกี่ยวกับการจัดการที่ดิน และแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรขึ้นณวัดมงคลชัยพัฒนาตำบลห้วยบงอำเภอเมืองจังหวัดสระบุรีแนวทฤษฎีใหม่กำหนดขึ้นดังนี้ให้แบ่งพื้นที่ถือครอง ทางการเกษตร ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วเกษตรกรไทย มีเนื้อที่ดินประมาณ 10-15 ไร่ต่อครอบครัว แบ่งออกเป็นสัดส่วน 30-30-30-10 คือ
         ส่วนแรก : ร้อยละ 30 เนื้อที่เฉลี่ย 3 ไร่ ให้ทำการขุดสระกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูก โดยมีความลึกประมาณ 4 เมตร ซึ่งจะสามารถรับน้ำได้จุถึง 19,000 ลูกบาศก์เมตรโดยการรองรับจากน้ำฝน ราษฎรจะสามารถนำน้ำนี้ไปใช้ในการเกษตร ได้ตลอดปีและยังสามารถเลี้ยงปลาและปลูกพืชน้ำ พืชริมสระ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย
         ส่วนที่สอง : ร้อยละ 60 เนื้อที่เฉลี่ย ประมาณ 10 ไร่ เป็นพื้นที่ทำการเกษตรปลูกพืชผลต่าง ๆ โดยแบ่งพื้นที่นี้ออกเป็น2ส่วนคือร้อยละ30ในส่วนที่หนึ่ง:ทำนาข้าวประมาณ5ไร่ร้อยละ30ในส่วนที่สองปลูกพืชไร่หรือพืชสวนตามแต่สภาพ ของ พื้นที่และภาวะตลาด ประมาณ 5 ไร่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคำนวนโดยใช้หลักเกณฑ์ว่า ในพื้นที่ทำการเกษตร นี้ต้องมีน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง ประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ถ้าหากแบ่ง แต่ละแปลงเกษตรให้มีเนื้อที่ 5 ไร่ ทั้ง 2 แห่งแล้ว ความต้องการน้ำจะต้อง ใช้ประมาณ 10,000 ลูกบาศก์เมตร ที่จะต้องเป็นน้ำสำรองไว้ใช้ในยามฤดูแล้ง
         ส่วนที่สาม : ร้อยละ 10 เป็นพื้นที่ที่ เหลือ มีเนื้อที่เฉลี่ยประมาณ 2 ไร่ จัดเป็นที่อยู่อาศัย ถนนหนทาง คันคูดินหรือคูคลอง ตลอดจนปลูกพืชสวนครัวและเลี้ยงสัตว์ ทฤษฎีใหม่จึงเป็นแนวพระราชดำริใหม่ที่บัดนี้ได้รับการพิสูจน์และยอมรับกันอย่าง กว้างขวางในหมู่เกษตรกรไทยแล้วว่า พระราชดำริของพระองค์เกิดขึ้นด้วย พระอัจฉริภาพ สูงส่งที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ความสมบูรณ์พูนสุขแห่งราชอาณาจักรไทย อุบัติขึ้นในครั้งนี้ด้วยพระปรีชาสามารถอันเฉียบแหลมของพระมหากษัตริย์ไทยผู้มิเคยทรงหยุดนิ่งที่จะระดมสรรพกำลังทั้งปวงเพื่อความผาสุข ของชาวไทย

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #172: 8 ก.ค. 10, 08:05 น

ทฤษฎีการป้องกันการเสื่อมโทรมและพังทลายของดินโดยหญ้าแฝก
          ทฤษฎีการป้องกันการเสื่อมโทรมและพังทลายของดินโดยหญ้าแฝก พืชจากพระราชดำริ กำแพงที่มีชีวิตในการอนุรักษ์และคืนธรรมชาติสู่แผ่นดิน
        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงสภาพปัญหาการชะล้างพังทลายของดินและการสูญเสียหน้าดิน ที่อุดมสมบูรณ์ จึงทรงศึกษาถึงศักยภาพของ“ หญ้าแฝก” ซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านของไทยที่มีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดินและอนุรักษ์ความชุ่มชื้นใต้ดิน ซึ่งมีวิธีการปลูกแบบง่าย ๆ
        เกษตรกรสามารถดำเนินการได้เองโดยไม่ต้องให้การดูแลหลังการปลูกมากนัก ทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าวิธีอื่น ๆ อีกด้วย จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการศึกษาทดลองเกี่ยวกับหญ้าแฝก 
 ลักษณะของหญ้าแฝก หญ้าแฝกมีชื่อสามัญเป็นภาษาอังกฤษว่า Vetiver Grass มีด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ หญ้าแฝกดอน (Vetiveria nemoralis A. Camus) และหญ้าแฝกหอม (Vetiveria zizanioides Nash)
เป็นพืชที่มีอายุได้หลายปี ขึ้นเป็นกอแน่น มีใบเป็นรูปขอบขนานแคบปลายสอบแหลม ยาว 35-80 ซม. มีส่วนกว้าง 5-9 มม. หญ้าแฝกจะมีการขยายพันธุ์ที่ได้ผลรวดเร็ว
โดยการแตกหน่อ จากลำต้นใต้ดิน ในบางโอกาสสามารถแตกแขนงและรากออกในส่วนของก้านช่อดอกได้ เมื่อหญ้าแฝกโน้มลงดินทำให้มีการเจริญเติบโตเป็นกอหญ้าแฝกใหม่ได้

การใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ
1. การปลูกเป็นแถวตามระดับขวางความลาดชัน เพื่อชะลอความเร็วของน้ำ และดักตะกอนดิน ส่วนน้ำจะไหลซึมลงไปสู่ดินชั้นล่างได้มากขึ้น เป็นการเพิ่ม ความชุ่มชื้นในดิน ส่วนรากหญ้าแฝกจะหยั่งลึกลงไปในดินอาจถึง 3 เมตร ซึ่งสามารถยึดดินป้องกันการพังทลายได้
2. การปลูกเพื่อแก้ปัญหาการพังทลายของดินเป็นร่องน้ำลึก
3. การปลูกในพื้นที่ที่มีความลาดชัน โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้ ให้ปลูกหญ้าแฝกเป็นแนวรั้วบริเวณคันคูขอบเขา หรือริมขั้นบันไดดินด้านนอก โดยควรปลูกเป็นแถวตามแนวขวางความลาดเทในต้นฤดูฝน
4. การปลูกเพื่อการอนุรักษ์ความชุ่มชื้นในดิน โดยปลูกแถวหญ้าแฝกขนานไปกับแถวของไม้ผล ปลูกแบบวงกลมรอบไม้ผล และปลูกแบบครึ่งวงกลมหงายรับน้ำฝน
5. การปลูกเพื่อป้องกันการเสียหายของขั้นบันไดดินหรือคันคูรับน้ำรอบเขา
6. การปลูกเพื่อป้องกันตะกอนดินทับถมลงสู่คลองส่งน้ำ ระบายน้ำ อ่างเก็บน้ำในไร่นาตลอดจนปลูกรอบสระ หรือปลูกเป็นแถวขนานไปกับแม่น้ำ ลำคลองเพื่อกรองตะกอนดิน
7. การปลูกเพื่อฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรม
8. การปลูกเพื่อป้องกันการพังทลายของไหล่ถนนที่ลาดชันสูง โดยปลูกหญ้าแฝกเพื่อยึดดินและเบี่ยงเบนทางน้ำไหลบริเวณไหล่ทางและปลูกขวางแนวลาดเทเพื่อ ป้องกันการพังทลายและเลื่อนไหลของดิน
9. การปลูกในพื้นที่ดินดาน รากหญ้าแฝกสามารถหยั่งลึกลงไปในดินดาน ทำให้ดินแตกร่วนขึ้น และหน้าดินจะมีความชื้นเพิ่มขึ้น
10. การปลูกเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสารพิษในแหล่งน้ำรากหญ้าแฝกจะเป็นกำแพงกักกั้นดินและสารพิษที่ปะปนมากับน้ำไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำเบื้องล่างและรากยังมีประสิทธิภาพ ในการดูดซับธาตุโลหะหนักและสารเคมีบางอย่างได้ดีกว่าพืชชนิดอื่น

ประโยชน์เอนกประสงค์อื่น ๆ ของหญ้าแฝก
-ปลูกหญ้าแฝกบนคันนา เพื่อให้คันนาคงสภาพอยู่ได้นาน
-ปลูกหญ้าแฝกเพื่อใช้ประโยชน์มุงหลังคา ตับหลังคาที่ทำจากหญ้าแฝกสามารถผลิตจำหน่ายได้ ส่วนรากที่มีความหอมนั้นคนไทยรุ่นเก่าเคยนำมาแขวนในตู้เสื้อผ้า ทำให้มีกลิ่นหอมและช่วยไล่แมลงที่จะทำลายเสื้อผ้าได้
-หญ้าแฝกมีสรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการท้องอืดเฟ้อ และแก้ไข้ได้ ส่วนรากสามารถนำมาสกัดทำน้ำมันที่มีประโยชน์และคุณค่าทางการค้าได้ อาทิเช่น ฝรั่งเศสผลิตน้ำหอมจากรากหญ้าแฝก ชื่อ “Vetiver”

Guest
bes
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #173: 8 ก.ค. 10, 16:04 น

ขอให้ทุกคนภาคภูมิใจ  ในความเป็นพลเมืองของพระองค์

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #174: 12 ก.ค. 10, 11:50 น

โครงการน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

   น้ำมันปาลม์กลั่นบริสุทธิ์ทดแทนน้ำมันดีเซล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนชาวไทย ทรงคิดพิจารณาหาหนทางบำบัดทุกข์บำรุงสุขอยู่ตลอดเวลา ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของแหล่งพลังงานทดแทน ที่จะสามารถนำมาใช้งานภายในประเทศ หากเกิดวิกฤตการณ์ ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นในอนาคต

        การนำน้ำมันที่สกัดจากพืชมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลก็เป็นโครงการในพระราชดำริอีกโครงการหนึ่ง โดยทรงให้ทดลอง นำน้ำมันปาล์มมาใช้กับ เครื่องยนต์ดีเซล เพราะปาล์มเป็นพืชที่ให้ปริมาณน้ำมันต่อพื้นที่ปลูก สูงกว่าพืชชนิดอื่นๆ และมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด ในกระบวนการผลิตน้ำมันพืชในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นผลผลิต ที่เกษตรสามารถผลิตขึ้น ได้เองภายในประเทศ การทดลองใช้น้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล เริ่มต้นลงมือกันตั้งแต่ เดือนกันยายน 2543 เป็นต้นมา โดยแนวความคิดจากสมมุติฐาน
         การออกแบบเครื่องยนต์ดีเซลต้นแบบเดิมที่ออกแบบสำหรับใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีความไวไฟต่ำ เช่น น้ำมันพืชทั่วๆไป และหลักการทำงานพื้นฐานของ เครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบันก็ยังคงเดิมอยู่ หากแต่ว่าได้มีการพัฒนานำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริมให้ ประสิทธิภาพ และสมรรถนะของเครื่องยนต์ ให้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ในการทดลองนี้ได้ นำเอาน้ำมันปาล์มประเภทต่างๆ มาทดลอง ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลประเภทต่างๆ ที่มีใช้อยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน รวมไปถึงเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ ที่กำลังจะนำเข้ามาใช้ในอนาคต ทำการทดลองทั้งในห้องทดลอง และในสภาพแวดล้อมการ ใช้งานปกติทั่วไป ซึ่งปรากฎว่า น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ (R.B.D. Palm Olein) มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลมากที่สุด โดยไม่ต้องมีการปรับแต่ง หรือดัดแปลงเครื่องยนต์ แต่ประการใด ทั้งยังสามารถสลับเปลี่ยนหรือผสมกับน้ำมันดีเซลทั่วไป ได้ทันทีทุกอัตราส่วน ในด้านประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ที่ใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ก็ยังคงให้ประสิทธิภาพการทำงาน สูงสุดของเครื่องยนต์ ตามที่ผู้ออกแบบได้ออกแบบไว้ ทั้งแรงม้า (Power) แรงบิด (Torque) และรอบการทำงานของเครื่องยนต์ และจากการทดลองก็พบว่า ในเครื่องยนต์ดีเซลบางแบบ กลับให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่าการใช้น้ำมันดีเซลธรรมดา หลังจากการทดลองประสบความสำเร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงขอจดสิทธิบัตร ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา
         กระทรวงพานิชย์ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2544 ได้สิทธิบัตรเลขที่ 10764 ในชื่อ การใช้น้ำมันปาล์ม กลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล การนำน้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ มาใช้แทนน้ำมันดีเซล ก็พบว่าน้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ หรือที่เรียกกันว่า ปาล์มโอเลอีน ซึ่งเป็นน้ำมันที่ใช้ในการปรุงอาหาร มาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลมีข้อดี ในส่วนที่เป็นน้ำมันสะอาด และมีความไวไฟต่ำทำให้สะดวกในการเก็บ เป็นสารชีวภาพที่สามารถย่อยสลายตัวได้ง่าย หากปนเปื้อนไปในสิ่งแวดล้อม และจากการทดลองก็พบว่าไอเสียที่ปล่อยจากการสันดาปภายในเครื่องยนต์ มีคุณภาพดีกว่า น้ำมันดีเซล คือควันดำและเขม่าน้อยมาก ไม่มีกลิ่นฉุน และไม่มีสารซัลเฟอร์อันเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและกัดกร่อนสร้างความเสียหาย แก่อุปกรณ์ในเครื่องยนต์ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติด้านการหล่อลื่นในตัวเอง ทำให้ช่วยลดการสึกหรอและเสียงรบกวนของเครื่องยนต์ซึ่งจะส่งผลให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานยืนยาวขึ้น อีกทั้งยังช่วย อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสามารถผลิตได้เองภายในประเทศ ลดการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศ เป็นการช่วยเหลือเกษตรกร

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #175: 12 ก.ค. 10, 11:52 น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นความสำคัญของ "ภาษาไทย"

           ด้วยทรงตระหนักว่าเป็นภาษาประจำชาติ ซึ่งไม่ได้สำคัญเพียงใช้พูด อ่าน และเขียนเท่านั้น แต่ในความเป็นภาษาของชาติ ยังได้แสดงถึงความเป็นเอกราช ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของใคร ภาษาไทยจึงมีเอกลักษณ์ที่เป็นของตนเอง คนไทยทุกคนจึง ควรภูมิใจในมรดกอันล้ำค่าที่บรรพบุรุษไทยได้คิดค้นขึ้นมา
        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระอัจฉริยภาพทางด้านภาษาและหนังสืออย่างยอดเยี่ยม ทรงสนพระราชหฤทัยและทรงศึกษาภาษาไทยอย่างลึกซึ้งจนทรงแตกฉานด้านภาษาไทย ซึ่ง ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในกระแสพระราชดำริ พระบรมราโชวาท หรือพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่บุคคลและคณะบุคคลในวโรกาสและสถานที่ต่างๆ
ทรงมีพระเมตตาห่วงใยในการใช้ ภาษาไทย การออกเสียง และการบัญญัติศัพท์ ดังเช่นกระแสพระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จไปร่วม ประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย

คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พุทธศักราช 2505 มีความบางตอนดังนี้
        "ภาษาไทยเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลายเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง เช่น ในทางวรรณคดี เป็นต้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี… เรามีโชคดีที่มีภาษาเป็นของตนเอง แต่โบราณกาล อย่างหนึ่งต้องรักษาไว้… ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่าวิธีใช้คำมาประกอบเป็นประโยคนับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือ ความร่ำรวยในคำภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้… การบัญญัติศัพท์ใหม่ก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน จำเป็น แต่อันตราย… คำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็น ทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรใช้คำเก่าๆที่มีอยู่ ไม่ควรตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก และผู้ที่ตั้งคำนั้นต้องรู้คำและหลักภาษาลึกซึ้งทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ…"
        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยใช้ภาษาไทยในทุก ภูมิภาค แม้ในบางท้องถิ่นมีการใช้ภาษาถิ่น เช่น ชาวเขาเผ่าต่างๆ ชาวกะเหรี่ยง ชาวไทยมุสลิมในภาคใต้
ก็จะพระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสอนภาษาไทยให้แก่คนเหล่านี้ เพื่อที่จะได้พูดภาษาไทยในการติดต่อสื่อสารกัน การที่ทรงพระปรีชาญาณ ทรงวิจารณ์และพระราชทานกระแสพระราชดำริเกี่ยวกับภาษาได้อย่างลึกซึ้ง ส่วนหนึ่งเนื่องจากการฝึกฝนของพระองค์ในยามว่างเว้นจากพระราชกรณียกิจ ทำให้ทรงแตกฉานด้านภาษาไทย ซึ่งจะเห็นได้จากงานพระราชนิพนธ์ของพระองค์หลายเรื่อง เช่น
- พระราชกิจรายวันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
- เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์
- พระราชนิพนธ์พระมหาชนก นอกจากนี้ ยังมีพระราชนิพนธ์แปลและบทความต่างๆ อีกหลายเรื่อง อาทิ
- นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ
- ติโต
- เศรษฐศาสตร์ตามนัยของพระพุทธศาสนา บทที่ 4 เล็กดีรสโต

         ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อภาษาไทยและหนังสือไทยอย่างมากมายนี้ จึงทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนจากองค์กรต่างๆ เช่น คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ทูลเกล้าฯถวายพระราชสมัญญา "อัครศิลปิน" เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2529 พระมหากรุณาธิคุณอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับแนวคิดใหม่ทางวรรณกรรมคือ ทรงเห็นว่า ควรมีหนังสือชุดที่ช่วยให้เยาวชนไทยสามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง แม้ว่าจะไม่มีโอกาสเรียนต่อในระดับสูงก็สามารถค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะในยามที่มีปัญหาการขาดแคลนครูและสถานที่เรียน หนังสือสารานุกรมจะช่วยคลี่คลายได้
         หนังสือชุดนี้ก็คือ "สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" จึงมีพระราชดำรัสให้จัดตั้งโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
เพื่อดำเนินการสร้างหนังสือสารานุกรมไทยฯ ฉบับใหม่ชุดหนึ่ง มีความมุ่งหมายที่จะนำวิชาการแขนงต่างๆที่ควรศึกษา ออกเผยแพร่แก่เยาวชนให้แพร่หลายและทั่วถึง เพื่อเยาวชนจัก ได้หาความรู้ช่วยตัวเองได้โดยการอ่านหนังสือ

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #176: 12 ก.ค. 10, 11:53 น

ในหลวงกับคอมพิวเตอร์

           พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่สนพระทัยใฝ่รู้และทรงศึกษาอย่างจริงจัง ลึกซึ้งในการค้นคว้าวิจัยเพื่อการพัฒนาในทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การเกษตร การชลประทาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น ทรงเห็นความสำคัญและประโยชน์อย่างยิ่ง ทรงสนับสนุนการค้นคว้าในทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ ในด้านส่วนพระองค์นั้นทรงศึกษาคิดค้น
สร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผลข้อมูลต่างๆ ด้วยพระองค์เองทรงประดิษฐ์รูปแบบ
ตัวอักษรไทยที่มีลักษณะงดงาม เพื่อแสดงผลบนจอภาพคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ ทรงใช้เครื่อง
คอมพิวเตอร์เพื่อบันทึกพระราชกรณียกิจต่างๆ และทรงติดตั้งเครือข่ายสื่อสารคอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนพระราชภารกิจต่างๆ ทั้งยังทรงเคยประดิษฐ์ ส.ค.ส. ด้วยคอมพิวเตอร์ เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนเพื่อทรงอวยพรปวงชนชาวไทย
         พระองค์ทรงสนพระทัยคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก สังเกตได้จากขณะเสด็จพระราชดำเนินชมงานนิทรรศการต่างๆ เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พระองค์สนพระทัยซักถามอาจารย์และนักศึกษาที่ประดิษฐ์ซอฟต์แวร์ต่างๆ อย่างละเอียดและเป็นเวลานาน
พระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์
         ในส่วนที่เกี่ยวกับศาสนานั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ บริจาคทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน ๑,๔๗๒,๙๐๐ บาท ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๔ ให้มหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำโครงการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาพระไตรปิฎกและอรรถกถาต่อเนื่องจากโครงการพระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์เดิม ที่มหาวิทยาลัยมหิดลพัฒนาเสร็จแล้วและได้ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสรัชมังคลาภิเษก ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๑ ทรงเห็นว่าโครงการนี้ควรได้รวบรวมเอาชุดอรรถกถาและฎีกาเข้าไว้ด้วยกัน นับเป็นโครงการที่นำวิทยาการชั้นสูงมาประยุกต์ใช้กับข้อมูลเนื้อหาทางด้านพุทธศาสนา ซึ่ง(ขออภัยค่ะ! คำนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ) ได้ทรงศึกษาพระไตรปิฎกและอรรถกถาฉบับคอมพิวเตอร์นี้ด้วยพระองค์เอง และมีพระบรมราชวินิจฉัย และพระราชวิจารณ์ในการออกแบบโปรแกรมสำหรับใช้ในการสืบค้นข้อมูล ในฐานะแห่งองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก การครั้งนี้กล่าวได้ว่า เป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนยาวนานสืบไปในอนาคตกาล

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #177: 12 ก.ค. 10, 11:55 น

พระราชกรณียกิจด้านสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์

           พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยด้านการสื่อสารตั้งแต่ทรงพระเยาว์ "...ทรงทดลองต่อสายไฟพ่วงขนานกับลำโพงขยาย ของเครื่องรับวิทยุส่วนพระองค์ที่ผลิตจากประเทศสวีเดน ยี่ห้อ 'Centrum' จากห้องที่ประทับพระองค์ท่านไปยังห้องที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทั้งสองพระองค์ทรงพอพระทัยในบริการเสียงตามสายไม่น้อย..." (สุชาติ เผือกสกนธ์, วันสื่อสารแห่งชาติ : ๒๕๓๐)

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงอุทิศพระองค์ พระอัจฉริยะและพระอุตสาหะทั้งมวลเพื่อราษฎรในทุกภูมิภาค พระองค์ทรงมีดำริให้มีการพัฒนาด้านระบบวิทยุสื่อสารอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กล่าวคือสามารถรับส่งได้ไกลยิ่งขึ้นดังจะเห็นได้จากการที่พระองค์ทรงใช้เครื่องมือสื่อสารพกติดพระองค์ เพื่อประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ อยู่เสมอ เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงขาดไม่ได้คือการสดับตรับฟังข่าวทุกข์สุขของประชาชน ดังเช่น ในระหว่างการเสด็จเยี่ยมราษฎรได้ทรงพบว่า มีผู้ใดที่กำลังป่วยเจ็บจำเป็นต้องบำบัดรักษา จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะแพทย์ผู้ตามเสด็จดูแลตรวจรักษาทันที ในบางรายที่มีอาการป่วยหนัก จำเป็นต้องส่งตัวเข้าบำบัดรักษาในโรงพยาบาลท้องถิ่นหรือโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร โดยเร็ว หากมีเวลาเพียงพอ พระองค์ท่านจะรับสั่งผ่านทางวิทยุถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจตระเวนชายแดน ขอรับการสนับสนุนเรื่องการขนส่ง เช่น เฮลิคอปเตอร์
         เพื่อนำผู้ป่วยเจ็บส่งยังที่หมายปลายทางด้วยพระองค์เอง นอกจากนี้ พระองค์ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำระบบสื่อสารแบบถ่ายทอดสัญญาณหรือ Repeater
ซึ่งเชื่อมต่อทางวงจรทางไกลขององค์การโทรศัพท์ฯ ให้มูลนิธิแพทย์อาสาฯ (พอ.สว.) นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือรักษาพยาบาลแก่ผู้เจ็บป่วยในท้องถิ่นห่างไกล
         ในเรื่องการปฏิบัติการฝนเทียมหรือฝนหลวงพระราชทาน ในการปฏิบัติระยะแรกๆ ได้ประสบปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ไม่ทราบล่วงหน้า ซึ่งนักบินผู้ปฏิบัติจำเป็นต้อง
ได้รับคำแนะนำแก้ไขโดยฉับพลัน เนื่องจากยังไม่มีการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติการด้วยกัน จึงเป็นเหตุให้ไม่ได้ผลเท่าที่ควร กล่าวคือฝนไม่ตกในเป้าหมายบ้าง ตกน้อย หรือไม่ตกตามที่คิดบ้าง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสดับตรับฟังข่าวการปฏิบัติการฝนเทียมทุกครั้ง และทรงทราบถึงปัญหาสำคัญคือ การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดี จึงโปรดเกล้าฯ ให้ติดตั้งวิทยุให้แก่หน่วยปฏิบัติการฝนเทียม ทั้งทางอากาศและทางภาคพื้นดิน
         นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้ทำการศึกษาวิจัย รวมถึงการออกแบบและสร้างสายอากาศย่านความถี่สูงมาก หรือที่เรียกว่า VHF (วี.เอช.เอฟ) ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ
      ประการแรก เพื่อที่จะได้ใช้งานกับวิทยุส่วนพระองค์ ทั้งนี้โดยมีพระราชประสงค์ที่จะให้ทราบเหตุการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสาธารณภัยที่เกิดขึ้นกับประชาชน เรื่องไฟไหม้ เรื่องน้ำท่วม ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ทรงช่วยเหลือได้ทันท่วงที
      ประการที่สอง เพื่อที่จะพระราชทานให้แก่หน่วยราชการต่างๆ
      ประการที่สาม เพื่อส่งเสริมให้คนไทยที่มีความรู้ ความสามารถและตั้งใจจริง ได้ใช้ความอุตสาหวิริยะในการพัฒนาระบบวิทยุสื่อสารขึ้นใช้เองภายในประเทศ
นอกเหนือจากวิทยุสื่อสารแล้ว ในเรื่องของเทเล็กซ์พระองค์ทรงสนพระทัยอยู่ไม่น้อย และสิ่งหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่เคยทรงขาดคือ การพระราชทานพรปีใหม่ นอกจากจะทรงมีกระแสพระราชดำรัส พระราชทานพรปีใหม่แก่พสกนิกรไทยทางวิทยุและโทรทัศน์ทุกแห่งแล้ว พระองค์ท่านยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพรทางเทเล็กซ์สม่ำเสมอทุกปี แต่ในปัจจุบันท่านทรงใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการประดิษฐ์บัตรอวยพรปีใหม่แทน นอกจากนี้พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารว่า การสื่อสารเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจทุกประเภท, การสื่อสารเป็นหัวใจของความมั่นคงของประเทศ และการสื่อสารเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศให้ประชาชนอยู่ดีกินดี

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #178: 19 ก.ค. 10, 09:07 น

โครงการน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

   น้ำมันปาลม์กลั่นบริสุทธิ์ทดแทนน้ำมันดีเซล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนชาวไทย ทรงคิดพิจารณาหาหนทางบำบัดทุกข์บำรุงสุขอยู่ตลอดเวลา ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของแหล่งพลังงานทดแทน ที่จะสามารถนำมาใช้งานภายในประเทศ หากเกิดวิกฤตการณ์ ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นในอนาคต

        การนำน้ำมันที่สกัดจากพืชมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลก็เป็นโครงการในพระราชดำริอีกโครงการหนึ่ง โดยทรงให้ทดลอง นำน้ำมันปาล์มมาใช้กับ เครื่องยนต์ดีเซล เพราะปาล์มเป็นพืชที่ให้ปริมาณน้ำมันต่อพื้นที่ปลูก สูงกว่าพืชชนิดอื่นๆ และมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด ในกระบวนการผลิตน้ำมันพืชในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นผลผลิต ที่เกษตรสามารถผลิตขึ้น ได้เองภายในประเทศ การทดลองใช้น้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล เริ่มต้นลงมือกันตั้งแต่ เดือนกันยายน 2543 เป็นต้นมา โดยแนวความคิดจากสมมุติฐาน
         การออกแบบเครื่องยนต์ดีเซลต้นแบบเดิมที่ออกแบบสำหรับใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีความไวไฟต่ำ เช่น น้ำมันพืชทั่วๆไป และหลักการทำงานพื้นฐานของ เครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบันก็ยังคงเดิมอยู่ หากแต่ว่าได้มีการพัฒนานำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริมให้ ประสิทธิภาพ และสมรรถนะของเครื่องยนต์ ให้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ในการทดลองนี้ได้ นำเอาน้ำมันปาล์มประเภทต่างๆ มาทดลอง ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลประเภทต่างๆ ที่มีใช้อยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน รวมไปถึงเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ ที่กำลังจะนำเข้ามาใช้ในอนาคต ทำการทดลองทั้งในห้องทดลอง และในสภาพแวดล้อมการ ใช้งานปกติทั่วไป ซึ่งปรากฎว่า น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ (R.B.D. Palm Olein) มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลมากที่สุด โดยไม่ต้องมีการปรับแต่ง หรือดัดแปลงเครื่องยนต์ แต่ประการใด ทั้งยังสามารถสลับเปลี่ยนหรือผสมกับน้ำมันดีเซลทั่วไป ได้ทันทีทุกอัตราส่วน ในด้านประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ที่ใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ก็ยังคงให้ประสิทธิภาพการทำงาน สูงสุดของเครื่องยนต์ ตามที่ผู้ออกแบบได้ออกแบบไว้ ทั้งแรงม้า (Power) แรงบิด (Torque) และรอบการทำงานของเครื่องยนต์ และจากการทดลองก็พบว่า ในเครื่องยนต์ดีเซลบางแบบ กลับให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่าการใช้น้ำมันดีเซลธรรมดา หลังจากการทดลองประสบความสำเร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงขอจดสิทธิบัตร ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา
         กระทรวงพานิชย์ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2544 ได้สิทธิบัตรเลขที่ 10764 ในชื่อ การใช้น้ำมันปาล์ม กลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล การนำน้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ มาใช้แทนน้ำมันดีเซล ก็พบว่าน้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ หรือที่เรียกกันว่า ปาล์มโอเลอีน ซึ่งเป็นน้ำมันที่ใช้ในการปรุงอาหาร มาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลมีข้อดี ในส่วนที่เป็นน้ำมันสะอาด และมีความไวไฟต่ำทำให้สะดวกในการเก็บ เป็นสารชีวภาพที่สามารถย่อยสลายตัวได้ง่าย หากปนเปื้อนไปในสิ่งแวดล้อม และจากการทดลองก็พบว่าไอเสียที่ปล่อยจากการสันดาปภายในเครื่องยนต์ มีคุณภาพดีกว่า น้ำมันดีเซล คือควันดำและเขม่าน้อยมาก ไม่มีกลิ่นฉุน และไม่มีสารซัลเฟอร์อันเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและกัดกร่อนสร้างความเสียหาย แก่อุปกรณ์ในเครื่องยนต์ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติด้านการหล่อลื่นในตัวเอง ทำให้ช่วยลดการสึกหรอและเสียงรบกวนของเครื่องยนต์ซึ่งจะส่งผลให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานยืนยาวขึ้น อีกทั้งยังช่วย อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสามารถผลิตได้เองภายในประเทศ ลดการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศ เป็นการช่วยเหลือเกษตรกร

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : 15 ข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์.
        ความคิดเห็นที่ #179: 19 ก.ค. 10, 09:10 น

   ขั้นตอนการทรงงาน
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เป็นขั้นเป็นตอนอย่างละเอียดก่อนทุกครั้งในการจัดวางแผนโครงการใดโครงการหนึ่ง ก่อนจะมีพระราชดำรินั้น ขั้นตอนต่าง ๆ พอจะกล่าวได้ดังต่อไปนี้
            ๑. การศึกษาข้อมูล
            ๒. การหาข้อมูลในพื้นที่
            ๓. การศึกษาข้อมูลและการจัดทำโครงการ
            ๔. การดำเนินงานตามโครงการ
            ๕. การติดตามผลงาน
๑. การศึกษาข้อมูล
            ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินยังพื้นที่ใดๆ นั้น จะทรงศึกษาข้อมูลจากเอกสารและแผนที่ต่างๆ ที่มีอยู่ เพื่อให้ทราบถึงสภาพในท้องถิ่นนั้นๆ อย่างละเอียดก่อนเสมอ
๒. การหาข้อมูลในพื้นที่
       เมื่อเสด็จฯ ถึงพื้นที่นั้นๆ จะทรงหาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและข้อมูลล่าสุด อาทิเช่น
        ๑. ทรงสอบถามประชาชนถึงการประกอบอาชีพ สภาพหมู่บ้าน ภูมิประเทศ ดิน ฟ้า อากาศ และน้ำ ฯลฯ
        ๒. ทรงสำรวจพื้นที่ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพื้นที่จริงที่คาดว่าควรจะดำเนินการพัฒนาได้
        ๓. ทรงสอบถามเจ้าหน้าที่เมื่อทรงศึกษาจากข้อมูลเอกสาร และทรงได้ข้อมูลจากพื้นที่จริงแล้ว   จะทรงปรึกษากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ  ถึงความ เหมาะสม ความเป็นไปได้อีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งคำนวณวิเคราะห์ทันที ด้วยว่า เมื่อดำเนินการแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไร  และคุ้มค่ากับการลงทุน หรือไม่เพียงใด อย่างไรแล้ว จึงพระราชทานพระราชดำริให้เจ้าหน้าที่ที่ เกี่ยวข้องไปพิจารณาในขั้นรายละเอียดตามขั้นตอนต่อไป
 ๓. การศึกษาข้อมูลและการจัดทำโครงการ
            เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้รับพระราชทานพระราชดำริแล้ว  จะไปศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อประกอบการจัดทำโครงการให้เป็นไปตามแนวทางพระราชดำริที่ได้พระราชทานไว้  อย่างไรก็ตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริอยู่เสมอว่า พระราชดำริของพระองค์เป็นเพียงข้อเสนอแนะเท่านั้น เมื่อรัฐบาลได้ทราบแล้ว ควรไปพิจารณาวิเคราะห์กลั่นกรองตามหลักวิชาการก่อน เมื่อมีความเป็นไปได้และมีประโยชน์คุ้มค่า และเห็นควรทำ เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาตัดสินใจเอง และในกรณีที่วิเคราะห์พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสมสามารถล้มเลิกได้
       ๔. การดำเนินงานตามโครงการ
   เมื่อจัดทำโครงการเสร็จเรียบร้อย และผ่านการพิจารณาจากหน่วยเหนือตามลำดับขั้นตอน จนถึงการอนุมัติโครงการและงบประมาณแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการปฏิบัติงานในทันที โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานและประสานแผนต่างๆ  ให้แต่ละหน่วยงานได้ดำเนินการสนับสนุนสอดคล้องกัน และ/หรืออาจจัดตั้งองค์กรกลางที่ประกอบด้วยแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ควบคุมดูแลให้การดำเนินการต่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ
             ๕. การติดตามผลงาน
             ในการติดตามผลงานการดำเนินงานนั้น แต่ละหน่วยงาน รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ    จะได้มีการติดตามประเมินผลเป็นระยะๆ แต่ที่สำคัญคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯกลับไปยังโครงการนั้นด้วยทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้าและติดตามผลงานต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในกรณีที่เกิดมีปัญหาอุปสรรคต่างๆ จะทรงชี้แนะแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น ให้สำเร็จลุล่วงไป


หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 32
ตอบ
ชื่อ:
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้