หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การดื้อยาต้านจุลชีพ หายนะร้ายใกล้ตัวที่หยุดปัญหาได้ด้วยความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง  (อ่าน 7 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 ก.ย. 22, 10:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นทำให้ปัญหาเชื้อดื้อต่อยาต้านจุลชีพทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข และเศรษฐกิจในระดับโลก ปัญหาเชื้อดื้อยาเป็นปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับทั้งการใช้ยาในคน ในสัตว์ และสิ่งแวดล้อม การแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาอย่างมีประสิทธิผลจึงควรเกิดจากความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งด้วยการบูรณาการภายใต้แนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว”

นายแพทย์เรืองวิทย์ ธรรมอารี ผู้จัดการอาวุโส แผนกการแพทย์ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในการอภิปรายหัวข้อ “Combating a Silent Pandemic: Antimicrobial Resistance” ระหว่างงานประชุม SEAOHUN 2022 International Conference ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี ว่า “การดื้อยาต้านจุลชีพเป็นปัญหาที่สำคัญที่ส่งผลต่อระบบสาธารณสุข และระบบเศรษฐกิจโลก โดยตัวเลขจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ชี้ให้เห็นว่าหากปราศจากการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงทีแล้ว ในระหว่างปี พ.ศ. 2558 – 2593 จะมีผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์เชื้อดื้อยาในทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย รวมกันสูงถึง 2.4 ล้านคน ซึ่งหากมองปัญหาในเชิงลึกจะพบว่า สถานการณ์โรคระบาดไม่ว่าในอดีต ปัจจุบัน หรือแม้แต่ในอนาคต ล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ ดังจะเห็นได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 มากมายได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ โดยประมาณ 50% ของผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีการติดเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราร่วม ซึ่งในจำนวนนี้บางส่วนก็ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ”

“การควบคุมกำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม (Antimicrobial Stewardship) คือ การบูรณาการเวชปฏิบัติเพื่อให้เกิดการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดี การจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทีมสหสาขาวิชาชีพที่ต้องคำนึงถึงทั้งชนิดของยา ขนาดยา และระยะเวลาในการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมกับผู้ป่วย และโรคที่เป็น จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การจัดการกับปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพในคน จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการหลากหลายกระบวนการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการด้านการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้ การวินิจฉัย การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล การควบคุมโรค รวมทั้งการใช้วัคซีนในการป้องกันโรค การลงทุนในด้านการวิจัย และพัฒนาเครื่องมือ และเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาเชื้อดื้อยาได้อย่างยั่งยืน องค์การอนามัยโลก และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา คาดว่าหากสามารถดำเนินการตามมาตราการดังกล่าวได้ก็จะสามารถช่วยชีวิตคนได้กว่า 1.6 ล้านคน ภายในปี 2593 ซึ่งคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี” นายแพทย์เรืองวิทย์ กล่าวสรุป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  การดื้อยา ยาต้านจุลชีพ Antimicrobial SEAOHUN 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม