หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กระแสไฟ AC กับ กระแสไฟ DC ต่างกันอย่างไร ? INFINITE LED มีคำตอบ !!  (อ่าน 9 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 25 พ.ค. 22, 09:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 


ในยุคปัจจุบันไฟฟ้าเป็นสิ่งที่สำคัญลำดับต้นๆสำหรับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต แต่จะทราบหรือไม่ว่าไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ปกติทั่วไปแล้วนั้นมีกี่ประเภท แล้วแต่ละประเภทนั้นแต่ต่างกันอย่างไร วันนี้เรามาดูกันครับ
ไฟฟ้านั้นจริงๆแล้วเกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดหลายๆแบบ ซึ่งแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ๆ ด้วยกัน นั่นคือ ไฟฟ้าสถิต (Static Electricity) และ ไฟฟ้ากระแส (Current Electricity)

ไฟฟ้าสถิต คือ ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทำให้เกิดพลังงานขึ้น ซึ่งพลังงานนี้สามารถดูดสิ่งที่เบาๆอย่างเช่นเศษกระดาษได้ เช่น เอาแท่งยางแข็งถูกับผ้าสักหลาด เป็นต้น พลังงานที่เกิดขึ้นเหล่านี้เรียกว่า ประจุไฟฟ้าสถิต เมื่อเกิดประจุไฟฟ้าแล้ววัตถุที่เกิดประจุไฟฟ้านั้นจะเก็บประจุไว้แต่ในที่สุดประจุไฟฟ้าจะถ่ายเทไปจนหมด วัตถุที่เก็บประจุไฟฟ้าไว้นั้นจะคายประจุอย่างรวดเร็วเมื่อต่อลงดิน ในวันที่มีอากาศแห้งจะทำให้เกิดประจำฟฟ้าได้มาก ซื้อทำให้สามารถดูดวัตถุได้ดี ประจุไฟฟ้าที่เกิดจะมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันนั่นคือ ประจุบวกและประจุลบ คุณสมบัติของประจุไฟฟ้าคือ ประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกัน จะผลักกัน ประจุไฟฟ้าต่างชนิดกันจะดูดกัน



ไฟฟ้ากระแสคือการไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนำไฟฟ้า จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เช่น ไหลจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าไปสู่แหล่งที่ต้องการใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งก่อให้เกิดแสงสว่าง เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดความต้านทานสูงจะก่อให้เกิดความร้อน เราใช้หลังการเกิดความร้อนแบบนี้มาประดิษฐ์อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เตารีดไฟฟ้าเป็นต้น

ไฟฟ้ากระแสจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน นั่นคือ

กระแสไฟ AC (Alternating Current) หรือกระแสไฟสลับ คือ ไฟฟ้าที่มีการไฟลกลับไปกลับมา ทั้งขนาดของกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าไม่คงที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ คือ กระแสไฟฟ้าจะไหลไปทางหนึ่งก่อน ต่อมาก็จะไหลสวนกลับแล้วก็เริ่มไหลเหมือนครั้งแรกวนลูปไปกระแสไฟฟ้าจะไหลเริ่มต้นจากศูนย์ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงบนสุด แล้วจะค่อยๆ ลดลงมาเป็นศูนย์ ต่อจากนั้นกระแสไฟฟ้าจะไหลลดลงเรื่อย ๆ จนถึงจุดต่ำสุด แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงศูนย์ตามเดิมอีกครั้งเป็นดังนี้ เรื่อย ๆ ไป การที่กระแสไฟฟ้าไหลเวียนครบ 1 รอบ ( Cycle ) เรียกว่า 1 ลูกคลื่น ความถี่ หมายถึง จำนวนคลื่นไฟฟ้ากระแสสลับที่เปลี่ยนแปลงใน 1 วินาที กระแสไฟฟ้าสลับในเมืองไทยใช้ไฟฟ้าที่มีความถี่ 50 เฮิรตซ์ ซึ่งหมายถึง จำนวนลูกคลื่นไฟฟ้าสลับที่เปลี่ยนแปลง 50 รอบ ในเวลา 1 วินาที
กระแสไฟ DC (Direct Current) หรือกระแสไฟตรง คือไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลไปทางเดียวตลอดระยะเวลาที่วงจรไฟฟ้าปิดนั่นคือกระแสไฟฟ้าจะไหลจากขั้วบวกภายในแหล่งกำเนิดผ่านตัวต้านหรือภาระไฟฟ้าผ่านตัวนำไฟฟ้าแล้วย้อนกลับเข้าแหล่งกำเนิดที่ขั้วลบ วนเวียนเป็นทางเดียวเช่นนี้ตลอดเวลา แหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่เรารู้จักกันดีคือ โซล่าเซลล์ แบตเตอรี่ ไดนาโม  ดีซีเยนเนอเรเตอร์ เป็นต้น
เกี่ยวยังไงกับหลอดไฟของเราหล่ะทีนี้ หลายคนอาจจะยังสงสัยกัน โดยปกติแล้วไฟที่ใช้ตามบ้านเรือนหรือโรงงานจะเป็นกระแสไฟแบบ AC ตัวอย่างเช่น หลอดไฟ T8, E27, โคมไฟไฮเบย์ LED , โคมไฟถนน เป็นต้น ส่วน โคมไฟถนนโซล่าเซลล์ นั้นจะเป็นการใช้กระแสไฟชนิด DC

ดังนั้นความสว่างของหลอดไฟ LED | โคมไฟ LED  นั้นจึงมีความสำคัญต่อการเลือกซื้อหลอดไฟ LED | โคมไฟ LED  มาก หากคุณต้องการลดต้นทุน เพียงแค่ติดต่อเรามาเท่านั้น INFINITE LED ยินดีให้คำปรึกษาฟรี !! www.ledinfintie.com
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  กระแสไฟ AC  กระแสไฟ DC  หลอดไฟled  โคมไฟled 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม