อายุใกล้เข้าสู่เลข 3 แล้วค่ะเริ่มมีปัญหาผิวหน้าเป็นฝ้าแล้วรักษายังไงดีคะ?ปัญหา “ฝ้า” กวนใจของสาวๆ วัยใกล้ 30 ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะเมื่อเป็นแล้วก็ยากที่จะรักษา ส่วนสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดฝ้านั้นก็คือแสงแดดนั้นเองค่ะ เพราะแสงแดดมักจะเข้ากระตุ้นการทำ
งานของเอนไซม์ไทโรซิเนสให้ผลิตเม็ดสีเมลานิน ซึ่งมีหน้าที่กรองรังสี UV ดังนั้นเมื่อผิวหน้าของเราได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นเช่นกัน จึงทำให้เกิดเป็น "ฝ้า" แต่บางคนก็อย่าละเลยไปเลย นอกจากแดดแล้วพวกแสงฟ้าจอคอม /
มือถือ เจอบ่อยๆ ก็สะสมได้ หรือแม้กระทั่งอายุที่มากขึ้น ก็ทำให้เกิดฝ้าฮอร์โมนได้ด้วยนะ
วิธีการรักษา 1. รักษาด้วยเลเซอร์ การรักษา "ฝ้า" ด้วยเลเซอร์ เป็นวิธีการรักษาปัญหาที่ปลายเหตุที่ค่อนข้างรวดเร็ว ส่วนใหญ่จะใช้รักษาฝ้าเมื่อการใช้ยาทาไม่ได้ผลดีมากนัก ทั้งนี้ประสิทธิภาพของการรักษายังขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย ซึ่งปัจจุบันก็มีการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ที่หลากหลาย เพื่อช่วยปรับสภาพหรือรักษาความผิดปกติของสีผิว โดยยิงลงไปบริเวณที่เกิดฝ้าโดยตรง และทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีด้วยความร้อน แต่ในกลุ่มคนที่ผิวบางอาจจะไม่เหมาะ เพราะทำให้ผิวยิ่งเซนซิทีฟ
2. รักษาด้วยการผลัดเซลล์ผิว การผลัดเซลล์ผิวหนังเป็นการใช้สารที่มีความเป็นกรดหรือสารฟอกขาว เช่น กรดไกลโคลิก หรือกรดซาลิซิลิก ช่วยเร่งให้ผิวเกิดการผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นนอก คล้ายกันกับการใช้เลเซอร์ เพื่อช่วยให้สีผิวมีความสม่ำเสมอมากขึ้น แต่ค่อนข้างอันตรายและส่งผลเสียต่อผิวในระยะยาว จึงเลิกใช้กันแล้วในปัจจุบัน
3. รักษาด้วยการทาครีมบำรุง เป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาฝ้าที่เรามักจะนึกออกเป็นวิธีแรก เพียงแค่เรากดค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก็มีผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาฝ้าหลากหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกสรร เมื่อเรารู้แล้วว่าผิวหน้าของเราเริ่มเกิดฝ้าการรีบทาครีมเพื่อรักษาจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและฝ้าจะจางลงเร็วมากขึ้น เป็นวิธีที่ต้องอาศัยความค่อเรื่องกับระยะเวลามากกว่าวิธีอื่นๆ แต่ถือว่าปลอดภัยที่สุด
หลังจากที่เกริ่นกันมายาวหลายบรรทัดเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ โดยในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักครีมรักษาฝ้าตัวดังจากร้าน boots กันค่ะ และที่สำคัญผลิตภัณฑ์ที่เรายกมาทั้งหมด 4 ยี่ห้อนี้สาวๆ ที่มีปัญหาฝ้า กระ และมีผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้ทั้งหมดค่ะเพราะเราคัดสรรมาให้แล้ว มาเริ่มกันเลย!!!!
Provamed Anti-Melasma Spot Corrector เป็นเซรั่มที่ดูแลปัญหา ฝ้า จุดด่างดำที่เกิดจากมลภาวะและแสงแดด มีส่วนผสมของTranexamic Acid, Alpha Arbutin, Niacinamide, Tyrostat ช่วยฝื้นฟูเซลล์ผิว ช่วยลดการสังเคราะห์เม็ดสีผิว สีผิวที่คล้ำแลดูจางลง และด้วยคุณสมบัติเฉพาะของ Defensil และ Allantoin ที่สามารถป้องกันอาการอักเสบแพ้ ระคายเคืองผิว รวมทั้งไม่ทำให้ผิวหน้าบาง
Melamii Anti-Melasma Perfect White Serum and Spot Corrector ครีมทาฝ้า 4 in 1 ที่สามารถตรงเข้าจัดการ 4 ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำได้อย่างตรงจุด คือช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำดูลดเลือนลงอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวหน้าแลดูกระจ่างใส พร้อมยับยั้งและป้องกันฝ้าใหม่เกิดซ้ำ ด้วยนวัตกรรม Melatein-x4 Technologu ที่ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าอาร์บูตินมากถึง 80 เท่า สามารถสยบวงจรฝ้า ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ ไม่มีส่วนผสมของสารกัดผิว และผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง ดังนั้นผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้
Amela-Ex Anti-Melasma Cream ตัวช่วยลดเลือนจุดด่างดำ และผิวคล้ำเสียสะสมบริเวณใบหน้า ด้วยนวัตกรรม PEM-C ทีี่มีประสิทธิภาพในการรักษาและป้องกันการเกิดฝ้าและจุดด่างดำให้จางลงอย่างเป็นธรรมชาติ และยังมีส่วนผสมของ Hyaluronate ที่ช่วยยกกระชับผิว ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น พร้อมผ่านการทดสอบ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง (Clinically tested) ประเทศฝรั่งเศส แล้วว่า ปลอดภัย ไม่ทำร้ายผิว
Yanhee Mela Cream ด้วยนวัตรกรรมใหม่ เข้มข้น เป็นครีมบำรุงผิวสูตรเฉพาะของโรงพยาบาลยันฮี ที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ด้วยสารสกัดจาก Tranexamic acid เป็นที่นิยมอย่างมากในวงการแพทย์ ช่วยทำให้ ฝ้า กระ ลดจุดด่างดำบนใบหน้าค่อยๆ จางลง เป็นครีมที่ช่วยรักษาฝ้าและช่วยฟื้นฟูผิวที่มีความหมองคล้ำให้แลดูผิวหน้าขาวใส และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
นอกจากการทาครีมลดเลือนฝ้าที่แนะนำไปข้างต้นและ ยังมีข้อควรปฏิบัติที่สำคัญที่จะช่วยปกป้องผิวหน้าของเราเราไม่ให้เกิดฝ้า ซึ่งแนะนำว่าควรปฏิบัติควบคู่กันไปคือ ในระหว่างที่เรารักษาผิวหน้าฝ้าให้พยามหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยเฉพาะแดดช่วง 10.00-16.00 น. ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ ขึ้นไปเพื่อป้องกันรังสียูวี
ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจจะเห็นผลช้าไวไม่เท่ากันเพราะขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้า และรอยคล้ำสะสมด้วย ดังนั้นผู้ที่กำลังประสบปัญหาหรือกำลังรักษาอยู่อยากให้ใจเย็นๆกันสักนิดค่ะ เพราะอีกไม่นานผิวหน้าของเราก็จะกลับมาขาวใส เรียบเนียนแน่นอนค่ะ