"อุทัยธานี-ห้วยขาแข้ง"จากเมืองที่น่าค้นหา สู่ผืนป่ามรดกโลก

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: "อุทัยธานี-ห้วยขาแข้ง"จากเมืองที่น่าค้นหา สู่ผืนป่ามรดกโลก  (อ่าน 8384 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
  ค่ำคืนนั้น มีแค่เพียงเสียงของสายน้ำสะแกกรัง เสียงของลมหายใจ เสียงของหัวใจที่กำลังเต้นรัวเป็นจังหวะๆ ของคนต่างถิ่นผู้มาเยือนอย่างพวกเรา ถนนทุกสายที่วกไปวนมารอบกายเรา แทบจะไม่มีรถสัญจร ความเงียบสงบแต่แฝงไว้ด้วยมนต์เสน่ห์ ยังคงฝังรากลึกอยู่ในจิตสำนึกของผู้มาเยือนอย่างพวกเราไปอีกนานแสนนาน
   
  ผมมาเยือนจังหวัดเล็กๆ จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดที่ใครๆอาจมองผ่าน ด้วยคิดว่าไม่มีอะไรน่าสนใจนัก เพ่งมองดูเวลาที่หอนาฬิกาประจำจังหวัด ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืน เท่ากับว่าพวกเราใช้เวลาเดินทางจากฉะเชิงเทรา มาถึงตัวอำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น เวลาเที่ยงคืนของที่นี่ชั่งต่างจากจังหวัดอื่นนัก เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่ความว่างปล่าว ไร้ผู้คน ไร้รถสัญจรไปมา หากเป็นจังหวัดอื่นๆ คงมีผู้คนผ่านไปผ่านมาบ้าง

  อุทัยธานีเมืองชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกโลกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำสะแกกรัง ตลาดนัดดังโคกระบือ คำขวัญประจำจังหวัดอุทัยธานี บ่งบอกความเป็นตัวตน ความไม่ธรรมดาได้อย่างชัดเจน พื้นที่ประมาณ 6,730 ตารางกิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นป่า และภูเขาสูง แบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ แม้จะเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ แต่กลับอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย บวกกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแบบพอเพียง จึงเป็นมนต์เสน่ห์ให้น่าค้นหา น่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แผนที่ของสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี จะเห็นได้ว่าจังหวัดนี้อุดมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัดวาอาราม โบราณสถาน


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
  เสียงเครื่องยนต์จากเรือ แทรกซึมผสมมากับสายลมที่พัดผ่านอย่างแผ่วเบาเหนือลำน้ำสะแกกรัง ประหนึ่งมนต์เสน่ห์ดึงดูดใจให้ล่องลอยไปกับวิถีชีวิต ชาวบ้านแถบลุ่มน้ำส่วนใหญ่ยังคงอาศัยการคมนาคมทางน้ำเป็นหลัก โดยมีแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านตัวเมือง เสมือนเส้นเลือดใหญ่ หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตให้ดำรงอยู่อย่างมีความสุข



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
วิถีชีวิตชาวแพลุ่มน้ำสะแกกรัง

  แม้ความเจริญในปัจจุบัน จะคืบคลานเข้ามาบ้างตามวิถีโลก การเปลี่ยนแปลงย่อมเป็นเรื่องปกติตามกาลเวลา แต่กับผู้คนแถบลุ่มแม่น้ำสะแกกรังแห่งนี้ ยังคงรักษาเอกลักษณ์ และวิถีชีวิตได้อย่างมั่นคง ภาพของบ้านเรือนแพยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไปทั้งสองฟาก ริมฝั่งน้ำสะแกกรัง


...


เช้าวันนั้น ผมมาปักหลักอยู่ที่ลานสะแกกรังซึ่งอยู่ในตัวเมือง อยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง เพื่อมาซึมซับบรรยากาศของตลาดสดยามเช้า พ่อค้าแม่ค้าจะเริ่มนำของมาขายกันตั้งแต่ตี2 สินค้าที่นำมาขาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกพืชผักต่างๆที่เพาะปลูกกันเองบ้าง หรือจะเป็นปลาน้ำจืดชนิดต่างๆบ้าง รวมถึงสินค้าประเภทอื่นๆอีกมากมาย ราคาก็ค่อนข้างถูกมากๆ ได้เห็นวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของผู้คนแถบนี้แล้ว ดูมีความสุขยิ่งนัก กับคำจำกัดความที่ว่า วิถีชีวิตพอเพียง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   รถซาเล้งพาหนะชนิดหนึ่ง สามารถพบเห็นได้ตลอดทั่วตัวเมือง ประกอบกับบ้านไม้แถวเก่าๆอายุนับร้อยปียังคงมีอยู่ให้เห็นทั่วไป เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่เป็นมนต์เสน่ห์ของตัวเมืองจังหวัดอุทัยธานี  สัญญาณไฟจราจรแทบจะไม่มี ส่วนใหญ่อาศัยการทำวงเวียน ที่นี่รถไม่ติด การสัญจรไปมาสะดวกสบาย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   คุณยายวัย 92 ปี กับบ้านไม้หลังเก่าๆที่อายุคงไม่แตกต่างจากคุณยายนัก การเข้าไปสวัสดี พูดคุย จึงอาจเป็นผลดี ในการที่จะได้รับรู้ถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ บทสนทนาระหว่างคนสองวัยจึงเริ่มขึ้น แม้การสนทนาจะไม่ต่อเนื่องนัก เพราะประสาทการได้ยินของคุณยายเริ่มเสื่อมถอยลงตามวัย แต่สิ่งที่พวกเรารับรู้ได้คือรอยยิ้ม ความมีมิตรไมตรี ที่มีต่อผู้มาเยือนจากต่างถิ่น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   การมาเยือนเมืองๆหนึ่งนั้น สำหรับพวกเราไม่จำเป็นต้องเป็นเมืองที่ใหญ่โต เลิศหรู ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย หากแต่เมืองๆนั้น ขอให้มีผู้คนที่เป็นมิตร แค่นี้ก็มากเกินพอสำหรับพวกเราแล้ว ซึ่งการมาเยือนเมืองอุทัยธานีในครั้งนี้ พวกเรารับรู้ได้ถึงมิตรภาพที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจจริงๆ สังเกตได้จากแววตา และรอยยิ้มของผู้คน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
วัดสังกัสรัตนคีรี

  ตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้าง ในเขตเทศบาลเมือง เป็นวัดคู่บ้าน คู่เมือง ที่นักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้ สักการะมากที่สุด และในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกๆปีจะมีประเพณีตักบาตรเทโว โดยจะมีพระสงฆ์ประมาณ 500 รูป เดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรัง มารับบิณฑบาตร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   เมื่อขึ้นมาด้านบน จะเป็นที่ตั้งของมณฑปซึ่งประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง โดยย้ายมาจากวัดจันทาราม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2448 ด้านหน้ามีระฆังใบใหญ่ที่พระปลัดใจ และชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2443 ถือกันว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ไปเที่ยวอุทัยธานีแล้วไม่ได้ขึ้นไปตีระฆังใบนี้ก็เท่ากับว่าไม่ได้ไปเที่ยวอุทัยธานี



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
  บริเวณโดยรอบของวัดสังกัสรัตนคีรีบนยอดเขาสะแกกรัง ยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ในมุมสูง ของตัวเมืองอุทัยธานีได้อีกด้วย ผมยืนมองตัวเมืองอยู่พักใหญ่ แม้จะไม่ใช่เมืองที่ใหญ่โตนัก แต่สามารถรับรู้ได้ถึงความสงบ ความสุข ของผู้คนภายในจังหวัดนี้ได้อย่างชัดเจน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   เสียงระฆังดังก้องกังวาน กลิ่นธูปลอยคละคลุ้ง ผสมกับพลังแห่งความศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน ทำให้บรรยากาศโดยรอบบนยอดเขาสะแกกรัง อบอวลไปด้วยความสุข ภาพของพระพุทธรูปปางลีลายืนสง่าโดดเด่นเหนือตัวเมืองอุทัยธานี ประหนึ่งเป็นร่มเงา คอยปัดเป่าสิ่งไม่ดี ให้บ้านเมืองนี้อยู่กันอย่างสงบสุข



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสแบบนี้ แสงแดดส่องสะท้อนมณฑปเป็นประกายระยิบระยับ ด้านในมณฑปคลาคล่ำไปด้วยพุทธศาสนิกชนที่มานมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง มีทั้งนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด และคนอุทัยเอง แม้ผู้คนจะเยอะแต่เสียงกลับเงียบสงบ ทุกคนสำรวม และอยู่ในความสงบ ชั่งเป็นภาพที่ประทับใจเหลือเกิน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ผมใช้เวลาอยู่บนยอดเขาสะแกกรังประมาณชั่วโมงเศษก็ต้องจำใจจากลา ด้วยภารกิจที่ต้องเดินหน้าต่อ หากหยุดเวลาได้ ผมอยากอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ให้นานๆ อยากหยุดความสุข ความศรัทธาไม่ให้เดินจากไป แม้จะทำได้แค่เพียงบันทึกความทรงจำ แต่ความทรงจำดีดีเหล่านี้ จะอยู่ในใจผมตลอดไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 16 ธ.ค. 10, 23:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   สถานที่ต่อไปที่พวกเราไม่พลาดที่จะไปเยือนคือวัดจันทาราม (วัดท่าซุง)

 วัดจันทาราม(วัดท่าซุง) ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลน้ำซึม ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ตามทางสาย 3265 เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยอยุทธยา ในอดีตนั้นเคยมีการพักซุงไว้บริเวณหน้าวัด  ชาวบ้านจึงเรียกวัดแห่งนี้ว่า วัดท่าซุง  เนื่องจากวัดท่าซุงสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุทธยาทำให้สภาพวัดเก่าแก่ และทรุดโทรมตามกาลเวลา  ต่อมาหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้ปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้จนมีความสวยงาม เป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาอีกครั้ง ทำให้ทุกวันนี้จึงมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศ นิยมเดินทางมาทำบุญที่วัดท่าซุง เพื่อมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่มากมายภายในอาณาบริเวณวัด รวมทั้งศพที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงพ่อฤาษีลิงดำในโลงแก้วอีกด้วย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ภายในวิหารแก้วของวัดท่าซุง จะประดิษฐานองค์พระพุทธชินราชจำลอง ที่งดงามและอลังการยิ่งนัก ผมเดินเข้าไปในวิหารแก้วด้วยจิตศรัทธา ด้วยเป็นวิหารที่เงียบสงบเสมือนมีมนต์ขลัง ทำให้เพลิดเพลิน และเคลิบเคลิ้มไปกับความงดงามดั่งต้องมนต์ แสงสะท้อนของแก้วที่มีอยู่โดยรอบบริเวณระยิบระยับจับใจ เห็นแล้วมีความสุขยิ่งนัก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ความศรัทธา ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ไม่เคยห่างหายจากคนไทยฉันใด คนอุทัยธานีก็มีสิ่งเหล่านี้ อย่างเต็มเปี่ยมฉันนั้น บ้านนี้เมืองนี้อุดมไปด้วยวัดวาอารามที่สวยสดงดงาม จึงน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนอุทัยอยู่กันอย่างสงบสุข



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   หลังจากได้เก็บเกี่ยวความสุขจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆในตัวเมืองเรียบร้อยแล้ว จุดประสงค์หลักของการมาเยือนจังหวัดอุทัยธานีในครั้งนี้ คือการเข้าไปสัมผัสความงดงามของผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง

..

  ผมมุ่งหน้าไปทาง อำเภอหนองฉางโดยใช้เส้นทางสาย 333 จากอำเภอหนองฉางใช้เส้นทาง 3438 สู่อำเภอลานสัก เพื่อมุ่งหน้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ระหว่างทางสามารถเก็บเกี่ยวความงดงามจากสองข้างทาง ภาพของชาวนากับท้องทุ่งนาอันกว้างใหญ่ สามารถพบเห็นได้ตลอดสองข้างทาง บ่งบอกว่าอาชีพเกษตรกรรมยังเป็นอาชีพหลักของคนในแถบนี้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
”จะไปไหนกัน”เป็นคำทักทายที่ดังมาจากทุ่งนา ผมมองหาต้นเสียง แม้จะไม่รู้ว่าคนไหนทัก แต่ก็ตอบกลับไปอย่างไม่รอช้าว่า”กำลังจะไปห้วยขาแข้งครับ”

  แสงแดดในวันนั้นแม้จะร้อน แม้ว่าการทำนาจะเป็นงานที่หนัก แต่คำทักทายเพียงสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วเป็นมิตร ก็ทำให้พวกเราอิ่มเอมใจมากๆ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   คุณลุงวัยกลางคนกำลังง่วนกับการไถนาด้วยความตั้งใจ และเอาจริงเอาจัง ผมจอดรถยืนดูอยู่ห่างๆ แต่กลับรับรู้ได้ถึงความสุขในงานที่คุณลุงกำลังทำ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   เส้นทางสาย 3438 จากอำเภอลานสัก มุ่งหน้าสู่ห้วยขาแข้ง ค่อนข้างสวยงามทีเดียว สองข้างทางปกคลุมไปด้วยต้นไม้ รวมถึงต้นสักที่ปลูกกันเป็นแนวยาว โอบล้อมด้วยทิวเขาตลอดสองข้างทาง ทำให้ร่มรื่น และสดชื่นมากๆ ถนนค่อนข้างโล่ง รถยนต์ที่แล่นผ่านไปมาแทบจะไม่มีให้เห็น


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ระยะทางจากตัวจังหวัดถึงปากทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ประมาณ 90 กิโลเมตรจะเห็นป้ายขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเด่นริมถนนสาย 3438 ต้องเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 15 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการเขตฯ ถนนช่วง 15 กิโลเมตรหลังนี้ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะจะมีสัตว์ป่าชุกชุม ถนนยังเป็นลูกรัง แต่ก็มีป้ายเตือนเป็นระยะๆ ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ป้ายขนาดใหญ่ยืนยันการเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งตระหง่านอยู่กลางผืนป่าอย่างโดดเด่น ผืนป่าห้วยขาแข้งรวมกับทุ่งใหญ่นเรศวรได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2534 จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(UNESCO) จุดประสงค์หลักคือ เพื่อคงไว้ซึ่งการดูแลรักษาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์มิให้สูญพันธุ์ไปจากถิ่นกำเนิดเดิม รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   บันทึกการเดินทางของผมในครั้งนี้ เป็นบันทึกการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ และภาคภูมิใจเหลือเกิน ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของผืนป่ามรดกโลก ทุกย่างก้าวที่ได้เข้ามาสัมผัสกลิ่นไอของความบริสุทธิ์ จะตราตรึงอยู่ในจิตใจของผมตลอดไป

..

   ละมั่ง  สัตว์ป่าสงวนที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ยังสามารถพบเห็นได้ทั่วไปภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า ละมั่งเหล่านี้ได้สูญพันธุ์จากประเทศไทยไปแล้ว แต่ทางเขตฯได้เพาะเลี้ยงกลับขึ้นมาอีกครั้ง และนำไปปล่อยในป่า แต่พวกละมั่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ไปไหนไกล ยังวนเวียนอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งแห่งนี้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมีบ้านพัก มีอาคารฝึกอบรม มีร้านค้าสวัสดิการ และลานกางเต็นท์ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ต้องแจ้งความประสงค์ล่วงหน้า อย่างน้อย 30 วัน และห้ามออกนอกเส้นทางที่ทางเขตฯกำหนดเอาไว้ หรือถ้าจะเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ก็ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางไปด้วยเพื่อความปลอดภัย

..

 ลำห้วยทับเสลา

เป็นลำน้ำที่มีความสวยงามตามธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ไหลพาดผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นลำน้ำสายใหญ่ให้น้ำตลอดปี นอกจากจะมีน้ำที่ใสแล้ว บางตอนยังเกิดหาดทรายที่ขาวสะอาด ทอดไปตามริมลำห้วย มีปลาชุกชุมมาก รวมทั้งสัตว์ป่าและสัตว์ปีกที่อาศัยอยู่ริมน้ำ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
  ลำห้วยทับเสลาแห่งนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสะแกกรัง หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตมากมาย สายน้ำที่ไม่มีวันหยุดไหล เสมือนสายใยแห่งความผูกพันเชื่อมโยงสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ป่า และผืนป่า ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   อนุสรณ์สถาน สืบ นาคะเสถียร
สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ และรำลึกถึงการเสียสละชีวิตของ คุณสืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และสานต่อความคิดเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า โดยสร้างขึ้นภายในที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง บริเวณเดียวกับที่คุณสืบ นาคะเสถียร เคยอาศัย และทำงานจนกระทั่งเสียชีวิต


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จุดจบของลูกผู้ชายคนหนึ่งที่รักผืนป่ามากกว่าชีวิต เสมือนจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และการอนุรักษ์ เอาใจใส่ผืนป่าอย่างจริงจัง

..
 
 
   เช้าวันที่ 10 กันยายน 2533 อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง คุณสืบ นาคะเสถียรได้จบชีวิตตนเองลง ณ ที่แห่งนี้ ที่ผืนป่าที่ท่านรัก หลังจากนั้น 1 ปีผ่านไปผืนป่าแห่งนี้ได้กลายเป็นมรดกโลก มรดกที่สืบทอดให้คนรุ่นหลังได้ดำเนินรอยตามเจตนารมณ์ของคุณ สืบ นาคะเสถียร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
20 ปีผ่านไปแต่ความรู้สึกของคนที่นี่เหมือนพึ่งผ่านมาไม่นาน ทุกๆวันที่ 1 กันยายนของทุกปี จะมีการจัดงานเพื่อไว้อาลัยแด่คุณ สืบ นาคะเสถียร การจากไปของท่านนับจากอดีตสู่ปัจจุบันมิได้สูญปล่าว ทุกคนยังระลึกถึงคุณงามความดีที่ท่านได้ทำไว้ให้กับผืนป่าแห่งนี้เสมอมา


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
”เรากำลังพูดกันมากว่าจะอนุรักษ์กันอย่างไร แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าการรักษาชีวิตสัตว์ให้รอดอยู่ แตกต่างอย่างมากมายกับการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าชนิดนั้นๆ”

”พวกที่ชอบล่าสัตว์ป่า และพวกชอบกินเนื้อสัตว์ป่า ผมขอเถอะ พวกที่ชอบซื้อสัตว์ป่ามาเลี้ยงก็เช่นกัน ธรรมชาติเขาเลี้ยงได้ดีกว่าอยู่แล้ว”

”ผมคิดว่าชีวิตผมได้ทำดีที่สุดแล้ว เท่าที่ผมมีชีวิตอยู่ ผมคิดว่า ผมได้ช่วยสังคมดีแล้ว ผมคิดว่า ผมได้ทำตามกำลังของผมดีแล้ว และผมพอใจ ผมภูมิใจในสิ่งที่ผมทำ”



..

ทั้งหมดนี้เป็นคำพูดของคุณ สืบ นาคะเสถียร เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ที่ผมคัดลอกมาจากบ้านพักของคุณสืบ นาคะเสถียร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   จากอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน สู่ปัจจุบัน และอนาคตข้างหน้า คุณสืบ นาคะเสถียร จะอยู่ในใจของพวกเราชาวไทยตลอดไปตราบนานแสนนาน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   สภาพบ้านพักของคุณสืบ นาคะเสถียร เมื่อครั้งยังมีชีวิต และทำงานในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ภายในบ้านพักยังคงเก็บข้าวของเครื่องใช้ของคุณสืบไว้อย่างสมบูรณ์ โดยปิดประตูบ้านเอาไว้ แต่สามารถมองผ่านกระจกเข้าไปชมได้ ด้านนอกระเบียงมีสมุดลงนามร่วมไว้อาลัย และรำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ใกล้ๆกับอนุสรณ์ของคุณสืบ ยังมีอาคารแสดงนิทรรศการ ให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไป รวมถึงการแสดงประวัติความเป็นมา และแนวคิดในการอนุรักษ์ของคุณสืบ นาคะเสถียร


  ภาพที่เห็นเป็นกะโหลกศีรษะของช้างป่าที่เสียชีวิต ได้ถูกนำมาจัดแสดงไว้เช่นกัน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ตะวันใกล้ลับขอบทิวเขา อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ แมลงชนิดต่างๆส่งเสียงร้องดังก้องไพร คืนนี้พวกเรากางเต็นท์พักค้างแรมกันที่ลานกางเต็นท์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอแค่ใจส่งไป ที่ปลายฟ้า
ขอเทพาวอนหา ดาวดวงไหน
ขอรำลึกถึงท่าน ยามจากไป
ขอร่วมใจ สืบทอดเจตนา

..

ค่ำคืนนี้ดวงดาวประกายแสงเต็มท้องฟ้า หากดวงดาวดวงนั้นเป็นดั่งดวงตาของคุณสืบ ที่กำลังจ้องมองมายังผืนป่าห้วยขาแข้ง ท่านคงจะสบายใจ และภูมิใจ ที่เห็นผืนป่าที่ท่านรัก ยังคงสภาพความอุดมสมบูรณ์ไม่เปลี่ยนแปลงไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 00:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ค่ำคืนนั้นพวกเราหลับกันอย่างมีความสุข เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน พวกเราต้องจำใจจากลาผืนป่ามรดกโลกด้วยความอาลัย ถ้ามีโอกาส พวกเราสัญญาว่าจะกลับมาที่นี่อีกครั้งแน่นอน

...

  หลังจากเก็บข้าวของเครื่องใช้เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เดินทางออกมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพื่อไปเก็บเกี่ยวความสุขกันต่อที่ เขื่อนทับเสลาโดยใช้เส้นทางสายเดิมคือ 3438 ขับรถย้อนกลับมาทางอำเภอลานสัก

เขื่อนทับเสลา ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลระบำ อำเภอลานสัก ห่างจากตัวอำเภอลานสักประมาณ 12 กิโลเมตร จะถึงทางแยกซ้ายมือเข้าเขื่อนทับเสลา เขื่อนทับเสลาเป็นเขื่อนชลประทานขนาดใหญ่ กั้นลำห้วยทับเสลา ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน ซึ่งมีทัศนียภาพสวยงาม มีภูเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 01:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   นกนาๆชนิด บินร่อนเหนือเขื่อน อากาศเย็นสบาย ลมพัดโชยมาเป็นระยะๆ ช่วงเวลาดีๆแบบนี้ จะอยู่ในจิตใจของผมตลอดไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 01:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
  นกนาๆชนิด บินร่อนเหนือเขื่อน อากาศเย็นสบาย ลมพัดโชยมาเป็นระยะๆ ช่วงเวลาดีๆแบบนี้ จะอยู่ในจิตใจของผมตลอดไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 01:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   สถานที่ต่อไปที่ผมไปเยือนคือ น้ำตกผาร่มเย็น ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากๆ เส้นทางการเดินทาง ผมใช้เส้นทางไปอำเภอบ้านไร่ สาย 3282 พอถึงอำเภอบ้านไร่ ให้ขับเลยจากตัวอำเภอไปประมาณ 5 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาเข้ามาหมู่บ้านร่มเย็น จากปากทางถึงตัวน้ำตก ระยะทาง 16 กิโลเมตร และเดินเท้าเข้าไปอีก 500 เมตร ตัวน้ำตกจะอยู่บนเขา มองเห็นจากไกลๆได้ แม้เส้นทางยังไม่ค่อยดีนัก แต่วิวทิวทัศน์สองข้างทางที่โอบล้อมด้วยทิวเขาสวยงามมากๆ

...

  ภาพนี้ เป็นตัวน้ำตกผาร่มเย็น ที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลๆ ถ้าจะไปให้ถึงตัวน้ำตก ต้องใช้การเดินเท้า ไต่ไปตามสันเขา ระยะทางราวๆ 500 เมตร เส้นทางค่อนข้างลำบาก ต้องปีนตลอด แต่ก็คุ้มค่า เมื่อถึงตัวน้ำตก เพราะมีความสวยงามมากๆ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 01:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ความสวยงามของน้ำตกผาร่มเย็น แม้ฤดูนี้น้ำจะน้อยไปนิด แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า กับการดั้นด้นปีนเขาขึ้นมา ละอองน้ำจะกระจายไปทั่วบริเวณ ผสมกับอากาศที่เย็นยะเยือกจากไอป่า ยิ่งทำให้สดชื่น สบายตัว สบายใจยิ่งนัก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 01:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   นั่งมองสายน้ำที่ล่วงหล่นลงมา ไหลกระทบร่องหิน ถ้าเป็นในช่วงฤดูฝน ต้องสวยงามมากกว่านี้แน่ แต่ที่เห็น ที่เป็นอยู่แค่นี้ ก็ทำให้พวกเรามีความสุขเกินคำบรรยายแล้ว


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 01:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   สถานที่ต่อไปที่พวกเราไปเยือนคือ ถ้ำพระยาพายเรือ ซึ่งอยู่ในเขตตำบลลานสัก ห่างจากตัวจังหวัด 59 กิโลเมตร ตามเส้นทางสาย 3438 หลักกิโลเมตรที่ 29-30 จะมีแยกทางขวามือ ต้องเข้าไปอีก 4 กิโลเมตร จนถึงเชิงเขาแล้วเดินขึ้นสู่ปากถ้ำอีกประมาณ 150 เมตร เมื่อมองทิวเขาจากระยะไกลจะดูคล้ายเรือสำเภา
 
  ภายในประกอบด้วยถ้ำเล็กๆ เชื่อมต่อกัน ได้แก่ ถ้ำแก้ว ถ้ำสีชมพู ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำอ่างน้ำมนต์ และถ้ำพุทธสถาน ภายในถ้ำซับซ้อนมากจึงต้องมีป้ายบอกทาง และมีไฟฟ้าเพื่อความสะดวกในการเที่ยวชมความงามของหินงอกหินย้อย ตอนบนของถ้ำสร้างพระนอนขนาดใหญ่ ส่วนทางเข้าถ้ำต่างๆ นั้นอยู่ทางด้านซ้ายมือ มีทางเข้าทางเดียว ซึ่งเป็นทางลึกถึงข้างล่าง และมีบันไดลงไปได้ถึงก้นถ้ำ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 01:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   เมื่อพวกเราลงมาภายในถ้ำ จะพบพระนอนขนาดใหญ่ บรรยากาศภายในถ้ำเงียบสงบ แต่ค่อนข้างอับชื้น มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก วันที่ผมไปเยือน แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยว
 
 
   การมาเที่ยวถ้ำพระยาพายเรือ สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือควรนำไฟฉายติดตัวมาด้วย เพราะภายในถ้ำค่อนข้างมืดมากๆ ทางเดินก็ค่อนข้างลื่น และราดชัน ความสวยงามของหินงอกหินย้อยถือเป็นจุดเด่นของถ้ำแห่งนี้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 01:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ผมมาสะดุดตากับหินงอกหินย้อย รูปทรงคล้ายกับงวงช้าง ไกด์ตัวน้อยซึ่งเป็นเด็กแถวๆนั้น เล่าให้พวกเราฟังว่า เคยมีคนมาขอเลขเด็ด แล้วก็ถูกหวยสมใจ จึงมีการนำผ้าสามสี และพวงมาลัยมาบูชา กราบไหว้ ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร ถ้าความศรัทธานั้นๆจะไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แต่พวกเราขอชมความงดงามของธรรมชาติเพียงอย่างเดียวดีกว่า ในเมื่อธรรมชาติชั่งสร้างสรรค์ และปั้นแต่งได้งดงามถึงเพียงนี้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 01:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   สถานที่ต่อไปที่พวกเราไปเยือนคือ น้ำพุร้อนสมอทอง และอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้วซึ่งทั้งสองจุดนี้ อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งเดียวกัน โดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านสมอทอง ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต ใช้เส้นทางสาย 3282 เมื่อเข้ามาถึงก็ต้องสะดุดตากับพระพุทธรูปพุทธโธขนาดใหญ่ ที่ประดิษฐานอยู่ตรงกลางอย่างโดดเด่น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 17 ธ.ค. 10, 01:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
   ความงดงามของพระพุทธรูปพุทธโธสีทองอร่ามเมื่อยามสะท้อนแสงแดด ชั่งสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก องค์พระพุทธรูปพุทธโธมีความสูง 20 เมตร เป็นพระพุทธรูปที่ชาวอำเภอห้วยคตเลื่อมใส และนับถือมาอย่างยาวนาน ที่นี่ยังมีสินค้าจากร้านโอท็อปจำหน่าย มีร้านค้าขายอาหาร มีซุ้มศาลาให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ มีห้องอาบน้ำแร่ มีจุดกางเต็นท์ และจุดชมวิว



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม