หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: “รวิฐา-ชยดิฐ” เดินหน้ากดดันภาครัฐให้ฉีกสัญญากับบริษัท คิง เพาเวอร์  (อ่าน 34 ครั้ง)
Guest
wanna
เรทกระทู้
« เมื่อ: 2 มิ.ย. 18, 08:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
 ลุ้นกันตัวโก่ง เกร็งจนจิกปลายเท้าลุ้นกับการตอบคำถามของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีที่ไปโรดโชว์ ณ ประเทศเกาหลีใต้ เล็งกันว่าภาคเอกชนแดนกิมจิต้องถามถึงกรณี Pick Up Counter ประเด็นร้อนแรงที่มี “สมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย” ฝักใฝ่ต่างชาติให้มากอบโกยผลประโยชน์ของคนไทยกันเอง


 เมื่อพูดถึงตรงนี้ ก็อดไม่ได้ที่ล้วงลึกเส้นทางชีวิตช่ำชองของก๊วนคนไทยที่ดึงต่างชาติมาลงทุนตั้งบริษัทมากมายในเมืองไทย ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มี 2 แกนนำที่ดูจะคุ้นเคยเข้าขาเข้าทางกันเหลือเกิน แต่ที่น่าจำตามองในความพยายามคนแรกคงหนีไม่พ้น “นางรวิฐา พงศ์นุชิต” นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย ที่เดินหน้ากดดันภาครัฐให้ฉีกสัญญากับบริษัท คิง เพาเวอร์ เพื่อผลักให้เอกชนสัญชาติเกาหลีมาผงาดในวงการร้านค้าปลอดอากรแทน โดยอ้างความไม่ชอบธรรมของจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากร (Pick Up Counter) ทั้งๆ ที่เขาผ่านกระบวนการประมูลสัมปทานกันอย่างถูกต้อง

ในวิสัยของนางรวิฐา อะไรที่พลิกแพลงได้ หลบเลี่ยงได้ หรือดื้อดึงได้ ก็คงจะพยายามทำเพื่อพวกพ้องอย่างเต็มที่ เส้นทางชีวิตของแกนนำสมาคมร้านค้าฯ ชื่อเดิม “ไพฑูรย์ พงษ์เกสร” เกษียณอายุราชการเมื่อ ตุลาคม ปี 2553 ในตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง

โดยก่อนหน้ามีความพัวพันกับกรณีอื้อฉาวเมื่อปี 2550 ขณะนั้นอยู่ในตำแหน่ง รองอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งนางรวิฐาเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญกรณี นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซื้อหุ้นชินคอร์ป จำนวน 329.2 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาตลาดหุ้นละ 49.25 บาทจากบริษัท Ample Rich Investment Limited ซึ่งอนุกรรมการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปและมีการตัดสินยึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรีไปแล้ว 4.6 หมื่นล้านบาท

และจากข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการเรียกเก็บภาษีการ “ซื้อขายหุ้นชินคอร์ป” โดยไม่เสียภาษีเข้ารัฐสักบาท และยังไม่ถูกกล่าวโทษตามที่ คตส. มีความเห็น ทำให้รอดพันทุกคดีที่เกี่ยวข้องจากหุ้นชินคอร์ปในครั้งนั้น ทำให้นางรวิฐา ยืนอยู่ในกระทรวงการคลังหลังเกษียณได้อีกครั้ง ในตำแหน่ง “Chief of Staff” หรือ ผู้ประสานงานส่วนตัวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยมี นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้น บ้างก็ว่า นางรวิฐา เป็น “รัฐมนตรีน้อย” จำแลงมาตามใบสั่งของอดีตนายกฯ ทักษิณ ให้มาประกบนายธีระชัย ทำให้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2554 นายธีระชัย จึงได้ส่งหนังสือเวียนผ่านทาง E-mail แจ้งแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลังทุกระดับเพื่อแนะนำตัว นางรวิฐา ในตำแหน่งดังกล่าวซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ก่อตั้งกระทรวงการคลังที่มีการแต่งตั้งตำแหน่ง “Chief of Staff” นี้ขึ้นมา
แต่ถามว่าน่าแปลกใจหรือไม่? คงไม่มีอะไรต้องสงสัยนับตั้งแต่พบสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอดีตนายกฯ ทักษิณ เพราะมีคนระบุว่าได้บินไปสิงคโปร์พร้อมกันอยู่ หรือ แม้แต่นายธีระชัยก็เพื่อนร่วมรุ่นของสถาบันวิทยาการตลาดทุนรุ่นที่ 3 ของนางรวิฐาอีกด้วย

ใครอยู่เบื้องหลัง? เขมือบโควต้าสลากฯทหารผ่านศึก

นอกจากนี้ ยังได้ยินชื่อนางรวิฐา หนาหูมากยิ่งขึ้น เมื่อครั้งกรณีจัดสรรโควตาสลากล็อตใหญ่ 4 หมื่นเล่ม โดยนายธีระชัย ได้ตั้งนางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิตเป็นประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อเดือนกันยายน 2554 แต่ก็นั่งกุมบังเหียนได้แค่ 3 เดือน นางเบญจาก็ได้ลาออกไป คงเพราะทนพิษความขัดแย้งผลประโยชน์ไม่ไหว เพราะบอร์ดสลากชุดของนางเบญจาได้มีการตั้ง “คณะทำงานตรวจสอบหลักฐาน” เพื่อสาวไส้บรรดาองค์กรการกุศลทั้งหมด ก็พบเอกสารข้อเท็จจริงว่า มูลนิธิขนาดใหญ่อย่าง องค์การทหารผ่านศึกและสมาคมทหารผ่านศึกพิการ มีการนำโควตาสลากล็อตนี้ไปขายให้แก่กลุ่ม “ห้า***องสลาก”


ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการทำสัญญาขายโควตา “ล่วงหน้า” เพราะคิดว่าตัวเองจะได้รับอนุมัติให้ต่อสัญญาที่ใกล้จะหมดในวันที่ 16 ตุลาคม 2554 ซึ่งตามข้อมูลของกองสลากอ้างว่า มีการเรียกเก็บเงินส่วนต่างจากพ่อค้า หรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นวิธีการ “เทคอม” เป็นเวลา 1 ปีเมื่อได้หลักฐานชัดเจนขนาดนั้น บอร์ดสลากชุดของนางเบญจาจึงมีคำสั่งยึดคืนโควตาองค์กรการกุศลและมูลนิธิ 8 แห่ง เป็นการชั่วคราวจำนวน 5 งวด ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2554 นำไปให้มูลนิธิสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีนายชัยวัฒน์ พสกภักดี เป็นประธาน จัดจำหน่ายแทนทั้งหมด 4 ล้านใบ


เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาทหารที่เคยได้รับการจัดสรรโควตามาอย่างยาวนาน ขณะที่ยี่ปั๊วรายใหญ่ก็ขัดใจอย่างรุนแรง และเหตุการณ์นี้ก็เป็นการปิดฉากตำแหน่ง รมว.คลัง ของนายธีระชัย เพราะตัดสินใจอะไรไปไม่รายงานให้พรรคเพื่อไทยทราบ ประกอบกับแรงเดือดจากการทำงานของบอร์ดสลากชุดนางเบญจา ที่อนุมัติการจัดสรรโควตาล่วงหน้าอย่างไม่ถูกระเบียบ เนื่องจากยังไม่มีการลงชื่อรับรองมติการประชุมจากบอร์ดแม้แต่คนเดียว ซึ่งมีการประเมินว่าการขายโควตาไปตามราคาขายส่งด้วยสัญญาขายล่วงหน้า 1 ปี ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเบื้องลึกจะฟันเงินเข้ากระเป๋าเหนาะๆ ไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท คำถามคือ...แล้วเงินอยู่ในมือใคร!? เพราะพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้

สิ้นเสียงการถกเกียงก็มีชื่อ นางรวิฐา ผุดขึ้นมาในพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็นคนใกล้ตัวนายธีระชัย และยังเข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ประสานงาน รมว.คลัง สามารถประสานได้ทุกเรื่อง และอาจจะรวมเรื่องงานของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย

อ้างอิง : http://thaipublica.org/2012/02/areepong-investigation-director-lottery/

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Guest
wanna
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 2 มิ.ย. 18, 09:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บัตรเทวดา อีลิทการ์ด ล้มเหลวไม่เป็นท่า

อนึ่ง ยังพบข้อมูลอีกว่า เมื่อ 30 พฤษภาคม 2555 นางรวิฐา ได้ถูกตั้งให้เป็นที่ปรึกษาสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) จากเอกอัครราชทูตประจำกรุงบัสเซลส์ อภิชาต ชินวรรโณ และยังได้รับเป็นผู้เข้าร่วมอบรมตามโครงการอบรมหลักสูตรนักบริการการคลัง (นบค.) รุ่น 3 นอกจากนี้ ยังนั่งเป็นประธานกรรมการบริหาร โรงแรมจันทร์คำ บูทีค เชียงใหม่ , ประธานกรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีอดีตปลัดกระทรวงพลังงาน เชิดพงษ์ สิริวิชชุ์ เป็นประธานกรรมการ และนางรวิฐายังได้นั่งเป็นที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบงบประมาณของกระทรวงคมนาคม โดยมีนายชัยภัทร เศรษฐยุกานนท์ นั่งเป็นประธานฯ


ความโชกโชนในการชวนต่างชาติมาลงทุนของนางรวิฐา นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย ยังเป็นที่น่าสนใจยิ่งนัก เมื่อกะเทาะไปถึงอดีตเมื่อปี 2547 นางรวิฐา พงศ์นุชิต กับ “นายทะนงศักดิ์ หุตานุวัตร” (ประธานบริษัท โชว์ ดีซี คอร์ป จำกัด = สถานที่ตั้งร้านค้าปลอดอากรของล็อตเต้ กลุ่มทุนเกาหลีที่มาเช่าพื้นที่เปิดกิจการ) ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดูแลบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจคาร์ด จำกัด (TCP)เจ้าของ “บัตรอีลิตการ์ด”ซึ่งเป็นธุรกิจให้สิทธิประโยชน์แก่สมาชิกต่างชาติ โดย นางรวิฐา ได้รับแต่งตั้งเป็น “ประธานกรรมการบริหาร” ส่วน “นายทนงศักดิ์” เป็น“กรรมการบริหาร”

อนึ่ง นายทนงศักดิ์ ยังเป็นหนึ่งในผู้นำคนสำคัญของสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย คู่หูนางรวิฐาที่ช่วยวางหมากกดดันรัฐบาล และความชุลมุนที่มีเงื่อนงำก็โผล่ขึ้นมาเรื่อย ติดตามตอนต่อไป แล้วจะเห็นถึงเส้นทางชีวิตของกลุ่มคนเหล่านี้ ว่าเหมาะสมแล้วหรือที่ภาครับจะยังให้การสนับสนุนและเชื่อในคำพูดต่อไป...

สำหรับผู้นำอีกหนึ่งคนที่ร่วมกันกับ “นางรวิฐา พงศ์นุชิต” อดีตข้าราชการเกษียน ที่มานั่งกุมบังเหียนให้กับ “สมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย” โดยตนเองนั่งเป็นนากสมาคมฯ มีหรือจะไม่ชวน “ทนงศักดิ์ หุตานุวัตร” มาเปิดเส้นทางทำมาหากินเส้นใหม่

ร่วมถือหุ้น นอมินี .. ดิวตี้ฟรีสัญชาติเกาหลี

ปัจจุบัน “นายทนงศักดิ์” เปลี่ยนชื่อเป็น “นายชยดิฐ หุตานุวัชร์” ผันตัวเองมาเป็นประธาน บริษัท โชว์ ดีซี คอร์ป จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกและผู้นำสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย อีกทั้งยังให้เช่าพื้นที่ “โชว์ ดีซี” เป็น “ร้านค้าปลอดอากร” ให้กับ “บริษัท ล็อตเต้ดิวตี้ ฟรี (ไทยแลนด์) จำกัด” กลุ่มทุนต่างประเทศจากเกาหลี ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยประกาศพัฒนาพื้นที่นี้เป็นศูนย์ค้าส่งสินค้าไทย และยังนำบริษัทตัวเองเข้าเป็นหนึ่งในการร่วมทุนจัดตั้งบริษัท ล็อตเต้ฯ อีกด้วย กล่าวคือ บริษัท โชว์ ดีซี คอร์ป จำกัด มี บริษัท เออีซี แคปปิตอล จำกัด ถือหุ้นใหญ่ และมีบริษัท ภูตรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่มีชื่อนางรวิฐาถือหุ้น 22.50%
 

 

นอกจากปี 2547 ที่นายชยดิฐ ได้ประจำการเป็นกรรมการบริหาร บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจคาร์ด จำกัด พร้อมกับนางรวิฐาที่เป็นประธานกรรมการบริหารแล้ว ในปีเดียวกันยังได้เพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง คือ “กรรมการบริหาร” บริษัท ไทย แอร์พอร์ตส์แอร์ กราวนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (TAGS) ซึ่งเป็นของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “ทอท.” ก่อตั้งและถือหุ้นใหญ่ทำธุรกิจบริการต่าง ๆ สนามบินนานาชาติ

โอนหุ้นไปบริติชเวอร์จิ้น จนโดนฝ่ายค้านอภิปราย

แต่ความมาแตกโพละตอนปี 2549 นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลการทำงานของนายชยดิฐ จึงส่งเรื่องไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กรณีมีความเกี่ยวพันกับความเสียหาย “โอนเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ” ไปต่างประเทศในชื่อ “DETEX” ซึ่งเป็นกลุ่มทุนที่แจ้งจดทะเบียนบนเกาะ บริติชเวอร์จิ้น อีกทั้งการโอนเงินก็ไม่ขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) TAGS และยังได้แก้ไขบันทึกการประชุมจนเกิดปัญหากับผู้ถือหุ้นเดิมมีทั้งกลุ่มสายการบินนานาชาติระดับโลก และ บริษัท เวิลด์ แทรเวล เซอร์วิส จำกัด ของนายกุศะ ปันยารชุน

แล้วบริษัท DETEX จำกัด เกี่ยวกับนายชยดิฐ? เกี่ยวกันตรงที่มีชื่อเป็น “ผู้ก่อตั้งและเป็นกรรมการบริษัทในเครือข่าย DTEX” นายอลงกรณ์ชี้ให้เห็นว่า มีพรรคพวกของนายทะนงศักดิ์เป็นกรรมการ และหนึ่งในกรรมการถือหุ้นร่วมกับบริษัท โฟว์บลิชเชอร์ จำกัด (สิงคโปร์) ที่ใช้เงิน TAGS โอนไปเข้าบัญชีDETEX จากนั้นบริษัทนี้ก็แนะนำกลุ่มทุนสิงคโปร์นำเงินล็อตใหญ่มาซื้อหุ้น TAGS ไปครอง อีกทั้ง กลุ่มคนที่มีชื่อเป็นกรรมการใน DETEX ต่างก็รับโอนเงินจาก TAGS นำ บริษัท โฟว์บลิชเชอร์ฯ เข้ามาซื้อกิจการ TAGS ในจำนวนเงินที่ใกล้เคียงกับเงินที่โอนไปอย่างน่าชวนสงสัย

อนึ่ง กิจการ TAGS ของ ทอท.ซึ่งกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่และเคยรุ่งเรืองต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ขณะที่อีลิตการ์ดที่ใช้เงินทุนไปกว่า 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีอาการทรงๆ เพราะไม่สามารถปิดอีลิตการ์ดได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ชื่อนายชยดิฐ (ขณะนั้นเดิมชื่อนายทนงศักดิ์) ยังปรากฏอยู่ใน คำพิพากษาฎีกาที่ 3111/2554 โดยสรรพากรเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องจำเลยคือ บริษัท เซ็นทรัลพาราวู้ด จำกัด กับพวก ข้อหาเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการผลิตและส่งออกเฟอร์นิเจอร์ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากรไว้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ชลบุรี 1 สาขาชลบุรี ค้างชำระภาษีอากรกรมสรรพากรแต่จำเลยที่ 1 คือ “นายชยดิฐ” ได้โอนขายกิจการภายหลังมูลค่า 50 ล้านบาท ระหว่างต่อสู้คดียังฎีกาว่า การโอนขายโดยสุจริตตามแนวทางปกติทางการค้า รวมทั้งฟ้องโจทก์ (กรมสรรพากรฯ) ว่าโจทก์ฟ้องโดยขาดอายุความหรือไม่ ผลตัดสินพิพากษาโจทก์(กรมสรรพากร) ชนะและให้จำเลยจ่ายค่าทนายชั้นฎีกาแทนโจทก์

เส้นทางชีวิตนายชยดิฐ ก็ไม่ต่างอะไรกันกับนางรวิฐาที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน (จนคิดว่าใครกันที่จะกล้ามาร่วมงานด้วย ถ้าไม่ใช่คนที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน!!?)

ไม่เพียงแต่ นายชยดิฐ ที่เข้าไปร่วมวงศาคณาญาติกับสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทยที่มีนางรวิฐาเป็นนายกสมาคมฯ นั้น แต่ยังประกอบด้วย บริษัท เซ็นทรัลดิวตี้ ฟรี ช็อปส์ จำกัด , บริษัท จี เอ็มเอสดิวตี้ ฟรี ช็อปส์ จำกัด (มีผู้ร่วมคือ เดอะมอลล์, ชิลล่า,เจมส์แกลอรี่) และ บริษัท ลอตเต้ดิวตี้ ฟรี (ไทยแลนด์) จำกัด (มีผู้ถือหุ้นคือ ล็อตเต้ดิวตี้ ฟรี (สิงคโปร์) พีทีอี ลิมิเต็ด, บจ.แอบแอนด์เอส (ประเทศไทย) และ บจ. โชว์ แอสเซท แมเนจเม้นท์)

http://www.1morenews.com/1841.html
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม