หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ### Magazine Reiew : นครสวรรค์ - อุทัยธานี 1 ทริป 2 จังหวัด 3 กุ้งเผา 4 แคว  (อ่าน 8627 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

สวัสดีครับ กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ทริปนี้เป็นทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน กับเส้นทางนครสวรรค์ และไปปรับเส้นทางหน้างาน ไปแวะที่ตัวเมืองอุทัยธานีก่อนกลับกรุงเทพ

ทริปนี้ไปก่อนน้ำจะท่วมหลายๆจังหวัดในประเทศไทย

จริงๆว่าจะเว้นรีวิวตัวนี้ไปก่อน แต่เมื่อเห็นข่าวน้ำท่วม มีผู้ประสบอุทกภัยมากมาย จึงตั้งใจทำรีวิวนี้ "เผื่อ" ว่าพอน้ำลดแล้ว อยากจะเชิญเพื่อนๆไปเที่ยวเมืองนครสวรรค์และอุทัยธานีกัน คุณได้ความสุข คนในท้องถิ่นมีรายได้ เป็นการช่วยกัน ผมคิดว่าคนไทย คงมีน้ำใจต่อกัน อย่างที่เคยมีมา

ถึงแม้ว่าผมจะเป็นเพียงคนเล็กๆในสังคม แต่หวังว่ารีวิวนี้คงอยากให้มีคนไปเที่ยวเมืองนครสวรรค์ อุทัยธานีเพิ่มบ้างครับ

เมืองสี่แคว เมืองปากน้ำโพ เมืองที่เป็นจุดกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สำคัญ...............................ที่นี่ เมืองไทยครับ

---------------------------------------------------------------------------

ไปกันเล้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ป.ล. ทุกปาด ทุกเม้นท์ ของท่าน เป็นกำลังใจแก่คนทำรีวิวทุกคนครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เส้นทางนี้ เมืองที่หนึ่งคือ นครสวรรค์

เมืองที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่รวมของ ปิง วัง ยม น่าน

เมืองเก่า เมืองแห่งพ่อค้า มีงานตรุษจีนที่ยิ่งใหญ่ ปลาแม่น้ำโด่งดัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมืองที่สอง อยู่ห่างกันไม่ไกล เมืองริมแม่น้ำเช่นกัน
เมืองแห่งแม่น้ำสะแกกรัง บ้านบนแพ ปลาแรด

เมืองเล็กๆ สงบๆ ของกินเพียบ

"อุทัยธานี"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไปเริ่มกันเลย เมืองแรกนครสวรรค์ ส่วนใหญ่จะเป็นเมือง "ผ่าน" เพื่อขึ้นไปทางเหนือ ที่นี่เป็นเหมือนประตูสู่ภาคเหนือ

ทุกเมืองย่อมมีของดีของมันครับ รอเพียงผู้คนมาพบเห็น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมืองนครสวรรค์ ขับรถไปจากกรุงเทพฯ ไปเรื่อยๆน่าจะไม่เกินสามชั่วโมง

ขึ้นเหนืออย่างเดียวไปเรื่อยๆ ผ่านอยุธยา สระบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ผ่านทางเข้าเมืองอุทัยธานีแว๊บๆ

ก็จะเข้าถึงนครสวรรค์

ระหว่างทาง ท่านจะพบกับของขายข้างทางมากมาย

ที่อยุธยาจะพบกับโรตีสายไหม
ไปเรื่อยๆจะเริ่มเจอปลาเผา ไก่ต้มน้ำปลา กระจับต้ม หนูนาย่าง ฯลฯ
เป็นต้น ใครอยากลอง.....................เชิญ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปกติ ถ้าใครจะขับรถขึ้นเหนือไปทางตาก เชียงใหม่ เชียงราย  มักจะใช้เส้นเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ไปยังกำแพงเพชร เพื่อเลี่ยงรถติด

แต่ถ้าเข้านครสวรรค์ จะเจอสะพานเดชาติวงศ์  และแยกบิ๊กซี ถ้าเลี้ยวขวาก็จะเข้าเมืองนครสวรรค์ ถ้าเลยไปนิดนึงจะพบกับกองทพร้านโมจิ

ใครไม่เคยกินโมจินครสวรรค์บ้าง????

 q*002 q*002


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเข้าตัวเมืองเสร็จ ตอนนั้นเป็นช่วงบ่าย จึงตัดสินใจจะไปหนึ่งในเป้าหมาย เพราะต้องออกจาก อ.เมืองไปประมาณ 50 กิโล ไปทาง อ.ท่าตะโก เพื่อไป

                       "วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์"  หาป้ายได้ตลอดทาง หลายท่านคงงงว่า หน้าอย่าผมจะขับรถไปตะลอนไหว้พระ?  แต่เพราะที่นี่เค้าโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมมากๆครับ เห็นรูปหนเดียวจำได้เลย จริงๆมีป้ายบอกให้แยกไปตั้งแต่ก่อนเข้าเมืองนครสวรรค์แล้วล่ะ แต่ผมเข้าเมืองไปตั้งหลักก่อน
เอาข้อมูลมาให้ อันนี้จากเว็บกระปุกนะ

-------------------------------------------------------------------
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2549 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระกรุณาคุณบริจาคทุนทรัพย์ร่วมทำบุญพื้นที่สร้างเจดีย์ศรีพุทธคยา และต่อมาในวันที่ 19 ธันวาคม 2549 ได้ทรงรับเป็นองค์ประธานงานสร้างเจดีย์ศรีพุทธคยาเฉลิมพระเกียรติฯดังกล่าว

         ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2550 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ทรงรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  เป็นวัดในพระองค์ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่การก่อสร้างเจดีย์ศรีพุทธคยายังไม่แล้วเสร็จก็สิ้นพระชนม์เสียก่อน

เจดีย์ศรีพุทธคยา เฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งพุทธบริษัทกำลังร่วมแรงร่วมใจ ร่วมศรัทธา สร้างขึ้น ณ ยอดเขาโพธิสัตว์ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ต.ทำนบ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ได้จำลองแบบสถาปัตยกรรมและงานพุทธศิลป์มากจาก เจดีย์พุทธคยา ณ เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย โดยได้ย่อขนาดลงมาให้เหมาะสมกับสถานที่ มีความสูง 28 เมตร เสมอเหมือนพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ และมีความกว้างประมาณ 16 x 20 เมตร

         ปรัชญาและความมุ่งหมาย ในการสร้างเจดีย์ศรีพุทธคยา เฉลิมพระเกียรติฯ  เพื่อเป็นเครื่องหมายของการตรัสรู้ การเกิดและดับ เป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไปในประเทศไทยและในโลกครบ 5,000 ปี เป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตาคุณแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสาวกทุกพระองค์ แด่ผู้มีคุณต่อแผ่นดินไทยทั้งสิ้นทั้งปวง ที่สำคัญเพื่อเป็นการทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550

         วัตถุประสงค์ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เพื่อรองรับการประกาศสันติภาพของโลก ที่องค์การสหประชาชาติให้ วันวิสาขบูชา เป็น วันวิสาขบูชาโลก ซึ่งจะบังเกิดสันติสุขและสันติธรรมแก่เมธีชนชาวโลกสืบไป อีกทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกของชนในชาติให้รู้จักสามัคคี เชิดชูกเอกลักษณ์ของชาติที่เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นวัดป่าจริงๆ ตำแหน่งวัดนี่ล้อมรอบด้วยทุ่งนา ตอนผมไปทุ่งนาบางทุ่งก็น้ำปริ่มๆแล้ว เห็นว่า อ.ท่าตะโกนี่ก็โดนน้ำท่วมด้วย แต่วัดนี้ไม่โดนแน่ๆ เพราะอยู่บนเขา

พอไปจอดรถปุ๊บ เดินขึ้นไปสักพัก เจอเซอร์ไพส์เลย เป็นรถไฟโบราณ งงไปเลย ไม่รู้ว่าเอาขึ้นมายังไง เค้าเอามาถวายพระพี่นาง เป็นหนึ่งในจุดที่นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเยอะเหมือนกัน ผมชอบ สีสวยดี



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หามุมถ่ายรูปได้ตามสะดวก จะเป็นรถไฟโบราณ 2 ตู้

มันเท่ห์ตรงที่มีป้าย "ระวังรถไฟ" อยู่บนภูเขานี่แหล่ะ

........................มาได้ยังไง?

 q*022


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
วันที่ไปฟ้าใสทีเดียว   วัดนี้จะเป็นชั้นๆนะ ต้องเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ผู้สูงอายุอาจจะลำบากหน่อย แต่เห็นมีทางรถให้ขับวนได้นะ ตอนขึ้นไปลองถามดู

ดูสิ ล้อมรอบมีแต่ทุ่งนาและภูเขา



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

และแล้ว เราเดินขึ้นมาเรื่อยๆ ก็มาพบกับพระพุทธรูปองค์หนึ่ง ที่เคยเห็นมารีวิวท่านอื่นหนนึงก็จำได้เลย

เป็นองค์ที่ไม่มีหู ไม่มีตา ไม่มีปาก ไม่มีจมูก

ไปอ่านที่ความหมาย ประมาณว่า เป็นสุข เพราะไม่เปิดรับสิ่งที่ไม่ดี

โอ่วววววว  ลึกซึ้ง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บอกแล้วว่าสถาปัตยกรรมที่นี่โดดเด่น
มีทั้งไทย จีน อินเดีย ฯลฯ มากมายยยยยยยยย

สวยแปลกดี

 q*004


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่ครับ พระเอกของที่นี่เลย อยู่ที่ชั้นบนสุด

เจดีย์ทรงแบบพุทธคยา

สีแจ่ม ถ้ามาวันฟ้าใสๆจะสวยมากๆ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สีสวยไหมล่ะ????

พิมพ์ไม่ค่อยถูก ไม่ค่อยกล้าเล่นมุขกับวัด หุหุ

 q*020


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จัดไป หลายๆมุม

--------------

ข้อมูลจากเว็บกระปุกอีกเช่นกัน

เจดีย์ศรีพุทธคยา

         เจดีย์ศรีพุทธคยา เริ่มการก่อสร้างโดยวางศิลาฤกษ์เมื่อ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 มีลักษณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวยยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับลวดลายปูนปั้น ทางเข้าสู่เจดีย์จะเป็น โทรณะ หรือซุ้มประตูปราสาทพร สำหรับผู้ที่เข้าไปสักการะองค์เจดีย์ มีลักษณะเป็นเสาสลักลวดลายแบบอินเดีย เมื่อเข้าถึงเจดีย์จะผ่านประตูชั้นล่าง จะมีซุ้มพระพุทธรูปยืนศิลปะอินเดียทั้งสองข้าง มีหน้าบันใหญ่อยู่ด้านบนประดิษฐานพระพุทธรูปนั่งและรอบๆ จะเป็นซุ้มพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ มีซุ้มพระพุทธรูปนั่งอยู่รอบฐานเจดีย์

         ชั้นที่สอง มีลักษณะเป็นมุขเด็จทั้งซ้ายขวาในระดับนี้มีการตกแต่งแผงกลาง 4 ทิศ รายรอบด้วยมุมพระพุทธรูป ส่วนเหนือขึ้นไป ตรงกลางจะเป็นหน้าบันประดิษฐานพระพุทธรูปตามมุม แกะลวดลายปูนปั้นหน้ากาล เป็นเครื่องเตือนสติว่า ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะกาลเวลากลืนกินทุกอย่างแม้แต่ตัวเอง องค์พระเจดีย์แต่ละด้านประดับด้วยหน้าบัน ซุ้มพระ และหน้ากาลลดหลั่นกันไปถึงยอด

         ภายในองค์เจดีย์ จะมีทั้งสิ้น 4 ชั้น ชั้นล่าง เป็นสถานที่ใช้ปฏิบัติธรรม ประดิษฐาน สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงพ่อดำ แกะสลักจากหินพิเศษ ซึ่งได้จากภายในวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ เป็นพระประธาน ซึ่งห้องนี้ได้ใช้เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมของ พระนวกะในโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ 85 รูป เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 13 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมาด้วย

         ชั้นที่ 1 เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธเมตตาสันติภาพ เนื้อสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 89 นิ้ว สูง 4.19 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80พรรษา ในปี พ.ศ. 2550

         ชั้นที่ 2 เป็นห้องที่ประดิษฐาน พระศรีอริยเมตไตรยศรีศากยสิงห์ ขนาดหน้าตัก 108 นิ้ว สูง 4 เมตร ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ

         ชั้นที่ 1 ในชั้นนี้ ได้จำลอง พระคันธกุฎี ที่ประทับขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาไว้ ผู้ที่จะขึ้นมายังห้องนี้ได้ จะร้องรับสัจจะว่าจะถือศีลบริสุทธิ์อย่างน้อย 1 ข้อ ถวายเป็นธรรมบูชาแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดูสิ มีทุกแนวเลย
 q*003


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปิดท้ายวัดนี้ ด้วยมุมภาพจากวัดแบบพาโนรามา

คาดว่าวิวในภาพ ช่วงนี้คงท่วม วัดนี้สวยจริงๆ

น้ำลดแล้วไปเที่ยวดันนะ หาป้ายไม่ยาก เรียกว่ามีป้ายบอกตลอดทางเลย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ระหว่าง อ.ท่าตะโก กลับเข้า อ.เมืองนครสวรรค์ เราจะผ่านทางเข้าบึงบอระเพ็ดทางนึง คือที่นี่เข้าได้หลายทาง ตรงนี้เป็นส่วนของเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และล่องเรือไปดูนกน้ำ

วันที่ผมไปเงียบมากๆ อาจจะเพราะเย็นแล้วด้วย น่าจะประมาณสี่โมงเย็นกว่าๆ ก็เลยแวะๆไปดู ที่นี่มีหอดูนก แต่วันที่ผมไปเดินไปไม่ได้ เพราะน้ำก็ท่วมหน่อยๆแล้ว (คือน้ำเยอะเพราะฝน แต่น้ำหลากยังไม่ได้มา)

ที่นี่ควรนั่งเรือดูนกน้ำ แบบมีคนอธิบาย และจะมีช่วงฤดูกาลดูบัวบานด้วย น่าจะเป็นช่วหน้าหนาวพอดี ลองดูนะ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีจักรยานให้ยืม มีเรือให้เช่า มีบ้านพัก มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ลองดู

รีวิวนี้เขียวจริงๆวุ้ย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่คือเรือที่พานักท่องเที่ยวตะลุยบึงบอระเพ็ดครับ

ตอนเราไป ลำล่าสุดเพิ่งออกเลย ตอนนั้นเหลือเราอยู่ 2 คน ก็เลยไม่ได้รอครับ

แต่ถ้าใครมีโอกาสก็ลองดูนะ เค้าเขียนไว้ว่าชั่วโมงละ 400 บาท แสดงว่ายิ่งไปหลายคน หารเยอะๆต่อคนก็จะไม่แพงครับ

 q*014


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ระหว่างนั้นก็ส่องนกกันตามสะดวก
ว่าจะสอยมาทำนกย่างสักหน่อย แต่เจ้าหน้าที่มองอยู่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากบึงบอระเพ็ด ไม่น่าเกิน 15 กิโล ก็จะเข้าถึงตัวเมืองนครสวรรค์

ผมไม่ได้จองโรงแรมครับ โทรหาเพื่อน เพื่อนแนะนำให้ไปที่นึง อยู่ที่ถนนทางไปพิษณุโลก ก่อนข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ ก็วิ่งผ่านตัวเมืองไปแบบงงๆ ตอนนี้แฟนขับรถ ผมเลยนั่งถ่ายรูปในรถไป

ที่นี่มีทั้งรถสามล้อถีบ และรถสองแถวครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 4 พ.ย. 10, 14:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


ไว้มาต่อทีหลังนะครับ  ยังไม่จบนะ ต้องออกไปข้างนอกละ ไว้มาชมต่อนะครับ

 q*002 q*002 q*002 q*002 q*002 q*002 q*002 q*002
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 13:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

และแล้วเราก็มาเจอโรงแรม Grand Hill อย่างที่บอกว่าอยู่ทางไปพิษณุโลก นิดเดียวครับจากตัวเมือง

ผม Walk in เข้าไป
ใหม่ดี เราก็เข้าไปขอดูนิดนึง ราคา 900 บาทมั้ง ประมาณนี้ แต่สะอาดและใหม่ดี

เดี๋ยวไปดูในห้อง

 q*004



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 13:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในห้อง โอเคเลย มีเน็ทเล่นฟรี รวมๆก็ดี แต่วิวไม่มีนะ
คิดว่าถ้าเข้าใจไม่ผิด ที่พักวิวดีๆน่าจะอยู่ริมน้ำ หรือไปทางอุทยานแห่งชาติทางรอบนอก

แต่รอบนี้กะอยู่แถวตัวเมือง ก็เอาที่นี่แหล่ะ

 q*021


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 13:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่เลยครับ

ร้าน "ริมปิง กุ้งเผา 2"  ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ ทางไปพิษณุโลกปุ๊บ เข้าซ้ายเลย ร้านอยู่ในซอยนั้น

มีทั้งอาหารทะเล และอาหารแม่น้ำ

ร้านริมแม่น้ำโรคจิต ร้านริมแม่น้ำ แต่อาหารทะเลดันอร่อยมาก อาหารทะเลสด ใหญ่ และไม่แพง  อร่อยด้วย

เราสั่งกันเพียบ มีเพื่อนแวะมาเจอด้วย เลยสั่งเพียบ อยากกินไปหมด
เลยสั่ง หอยแมลงภู่อบ  ปลาทอดน้ำปลา ข้าวผัด

....และ กุ้งเผา สั่งไป 1 ที่ ได้มาแค่ 3 ตัว!!!!!!!!!!!!!!!!  แม่เจ้า!!!!!!


กุ้งเทพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพ

 q*013 q*013


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 13:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่เลย ชัดๆ หอยแมงภู่อบตัวโตเบิ้ม นึกว่าอยู่สุราษฎร์ฯเลยทีเดียว กะปลาทอดน้ำปลาที่อร่อยมั่กๆ

ยังๆ เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งอิ่ม

เดี๋ยวดูจานต่อไป กุ้งแม่น้ำเผา จะบรรยายแบบเอาให้ตายกันหน้าคอมพ์กันเลยทีเดียว



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 13:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่ครับ กุ้งแม่น้ำเผา จานประมาณสองร้อยกว่าบาท ได้มาแค่ 3 ตัว ตอนสั่ง ถามพนักงานว่า 1 ที่จะได้ประมาณกี่ตัว?  พนักงานบอกว่า 3 ตัว

คุณเราก็.....มันเป็นน้องกุ้งมังกรเรอะ?  งงๆ แต่ก็เอา อยากกิน อยากเห็นว่าจะตัวขนาดไหน?

มันก็มา 3 ตัวจริงๆ ประมาณครึ่งโล ตอนเห็นครั้งแรกก็แบบว่า.....ใหญ่นะเนี่ยยยยยยยย


แต่ทีเด็ดไม่ใช่ตรงนั้น ประเด็นคือ....หลังจากแบ่งกุ้งกันคนละตัวแล้ววววว

วินาทีที่ทุกคนเปิดหัวกุ้งของตัวเองเท่านั้นแหล่ะ โอ่ววววววววววว
มันกุ้งก็ทะลักประดุจน้ำหลาก เหมือนชีสที่ละลายอยู่ในเตาไมโครเวฟ ไม่ไหวจะเคลียร์ ที่เห็นเยิ้มๆนั่นไม่ช่ซอสนะ มันล้วนๆ

เมื่อเนื้อกุ้งอวบๆ ผสมกับมันกุ้งเยิ้มสัมผัสปลายลิ้นนะ โอ่วววววววววว แย่แล้ว อยากเอาแฟนไปแลกกุ้งเพิ่มอีกสัก 2 โล


ผ่านไป 5 นาที............สั่งเพิ่มอีก 1 ที่ ไม่ไหวแล้ว

กุ้งที่นี่สามารถทำให้คนหัวใจวายตายได้เลยทีเดียว



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 13:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังจากตายไปกับอาหารมื้อใหญ่ เบ็ดเสร็จสามคน หมดค่าเสียหายไปประมาณพันต้นๆ ไม่แพงนะ อร่อยมากกกกกกกกก


เพื่อพาไปโฉบดูตลาดริมน้ำนิดหน่อย เห็นป้ายแว่บๆว่าเมืองนี้มีถนนคนเดินริมน้ำด้วย เห็นว่ามีทุกวันศุกร์

ในรูปเพื่อบอกว่าเป็นหอยหอดที่ใช้กระทะใหญ่สุดในประเทศไทย เจ้าดัง อยากชิมเหมือนกัน แต่อิ่มไม่ไหวจะเคลียร์แล้ว

เดินเล่นนิดนึง แต่เมืองนี้ตลาดเลิกไม่ดึกมากนะ เมืองนี้ไม่ใช่เมืองตะลุยราตรีนะ รู้สึก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 13:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตื่นเช้ามา ก็กินอีกละ

อาหารเช้าที่โรงแรม รวมกับค่าห้องแล้ว จริงๆเห็นว่าเป็นบุฟเฟต์

แต่เนื่องจากวันนี้แขกน้อย ก็เลยจะให้สั่งเป็นชุดๆไป ก็ขอเพิ่มได้นะ ก็เหมือนบุฟเฟต์แหล่ะ แต่ไม่ได้ตักเอง ก็ประมาณ ABF  ข้าวต้ม ไรงี้แหล่ะ ง่ายๆ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 13:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วัดคีรีวงศ์ครับ จุดเริ่มต้นของวันนี้ วัดนี้เห็นได้ชัดๆตั้งแต่เข้าเมืองนครวรรค์แล้ว เป็นวัดบนเขาที่อยู่ติดตัวเมืองสุดๆ

-------------------------------------------------------
อันนี้ข้อมูลจากเว็บหมูหินนะ

วัดคีรีวงศ์ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ อยู่ในเขตตัวเมืองนครสวรรค์ เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองนครสวรรค์มานนับร้อยปี สร้างมาตั้งแต่สมัยปลายกรุงสุโขทัย เดิมเป็นวัดร้างกลางป่าเขา มีพระธุดงค์แสวงธรรมมาพบจึงทำเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม  และมีผู้คนนิยมเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่นี่ เป็นประจำ ที่องค์พระเจดีย์สวยมาก  ๆ ทั้งเจดีย์เป็นทองเหลืองอร่ามไปทั้งเจดีย์ จัดสร้างขึ้นใหม่โดย หลวงพ่อมหาบุญรอด สร้างเสร็จเมื่อปี 2550 นี้เอง ก่อนทางขึ้นไปมหาเจดีย์ จะมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่คือพระพุทธชินสีห์ เป็นพระพุทธรูปปางนั่งที่สวยงามองค์หนึ่งของเมืองไทย, วิหารหลวงพ่อโต ,ศาลาพุธทานุภาพ,พระพุทธโคคมจำลอง กราบไว้ขอพรก่อนเข้าไปมหาเจดีย์ อันสวยงามและศักดิ์สิทธ์ พระจุฬามณีเจดีย์ เป็นเจดีย์เก่าแก่ สร้างมาประมาณ 600 ปีแล้ว เข้ามาทางด้านในเจดีย์ มีทั้งหมด สี่ชั้น โดยในชั้นที่สองจะมีรูปหล่อเหมือนขนาดเท่าองค์จริงของพระชื่อดังหลายองค์เช่น รอยพระพุทธบาทจำลอง 12 ราศี, พระพุฒาจารย์โตวัดระฆัง,หลวงปู่ทวดวัดช้างไห้,หลวงพ่อสดวัดปากน้ำและอีกหลายองค์  ให้ประชาชนกราบไหว้และปิดทองเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตนเองถือว่ามีพระเกจิเกือบทุกรูปเลยก็ว่าได้และทางด้านข้างก็มีวัตถุมงคลที่ทางวัดจัดสร้างวางไว้ภายในตู้ให้ผู้ที่สนใจบูชาติดตัวกลับไปที่บ้านมีหลายอย่างหลายพุทธคุณ   ชั้นที่สาม จะประดิษฐานพระพุทธรูปจำลองที่สำคัญของเมืองไทยไว้ไห้ ประชาชนได้กราบไว้บูชา มีพระแก้วมรกต,พระพุทธชินราช,พระพุทธโสธร,พระพุทธรูปวัดไร่ขิง นอกนั้นยังมีการทำบุญถวายสังฆทานกับพระอาจารย์ ทางด้านในอีกด้วย ขึ้นไปทางชั้นบนสุดของมหาเจดีย์ ภายในโดมเจดีย์ จะมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง เกี่ยวกับพุทธประวัติสวยงามมาก ๆ ตรงกลางจะประดิษฐาน พระสารีริกธาตุ ไว้บนแท่นเจดีย์องค์เล็ก เพื่อให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชาภายในสวย มาก  ๆ ทางด้านนอกจะมีรูปเหมือนหลวงพ่อมหาบุญรอด เป็นพระที่สร้างมหาเจดีย์แห่งนี้ พร้อมกับประวัติของท่าน เชิญนมัสการกราบไหว้องค์หลวงพ่อท่าน

ชั้นที่  4  เมื่อออกมาด้านนอกอากาศดีมาก มีลมพัดเย็น ๆพัดไปมาตลอด และมองเห็นวิวของเมืองนครสวรรค์ได้ทางด้านซ้าย โดยจะมองเห็นบึงบอระเพ็ด สวยงามและใหญ่มาก พระอาจารย์ที่วัดบอกว่าถ้าเป็นหน้าหนาวอากาศดีมาก ๆ และจะมีผู้คนจำนวนมากขึ้นมาปฏิบัติธรรมที่นี่  และชมวิวช่วงเช้าและเย็น เห็นวิวสวย  เป็นมหาเจดีย์ที่สร้างไว้อย่างงดงาม เหลือเกินพร้อมกันนั้นยังประดิษฐาน พระพุทธรูปสำคัญ ๆ ของเมืองไทยไว้มากมาย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 13:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก่อนถึงตัววัด ก็จะมีหอชมวิวด้วย  แต่มองจากวัดนี้ก็จะเห็นตัวเมืองนครสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 13:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่างที่ได้กล่าวในเบื้องต้น วัดๆนี่เราจะเล่นมุขไม่ค่อยถูก ชมกันไปนะ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังจากนั้นก็ออกนอกเมือง มาทางกรุงเทพ จะมีแยกซ้ายเพื่อไปจุดที่แม่น้ำมารวมกันเพื่อเป็นจุดกำเนิดของเจ้าพระยา ขับเลย แถวบ้านเรียกว่าหลง ไปเจอทางเข้าบึงบอระเพ็ดอีกด้านหนึ่ง อันนี้เป็นศูนย์แสดงพันธุ์น้ำ ก็คือประมาณอควอเรียมน่ะแหล่ะ แต่ไม่ได้เข้าไป แค่แวะไปดูรอบๆ เนื่องจากแอบเห็นว่าเหงา เลยต้องผ่านจริงๆ

ใครใกล้ก็แวะไปดูนะ แต่ชอบอาคาร เป็นทรงเรือ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อันนี้คือศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเมือง เป็นจุดต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้ามาถูกช่วงจะเห็นแม่น้ำเป็นสองสีเลย ผมไปตอนสีน้ำแดง ก่อนน้ำท่วมสักอาทิตย์เดียว

นี่แหล่ะ ที่มาของชื่อเมืองสี่แคว



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากนั้เราก็อำลาเมืองนครสวรรค์กลับกรุงเทพ แต่เนื่องจากเห็นว่ายังพอมีเวลา ก็เลือกปรับแผน จากนครสวรรค์วิ่งกลับมากรุงเทพสัก 30 กม. ก็จะมีทางแยกไปเมืองอุทัยธานี วิ่งไปอีกสักสิบกว่าโล ก็ถึงแล้วและแล้วก็มาวัดที่อยู่บนเขาเป็นวัดที่ 3 สำหรับทริปนี้แล้ว วัดดังประจำเมืองอุทัยธานีเลย

ที่ๆจัดงานตักบาตรเทโวที่ดังมาก พระสงฆ์จะเดินลงมาจากเขาเป็นทาง

               "วัดสังกัสรัตนคีรี"

-------------------------------------------------------------------------

ขอมูลจากเว็บทัวร์ไทยครับ

วัดสังกัสรัตนคีรี 

สถานที่ตั้ง
ตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้าง ในเขตเทศบาลเมือง อยู่ตรงข้ามศาลาประชาคมจังหวัดอุทัยธานี ต้องจอดรถยนต์แถวตลาดแล้วเดินเท้าข้ามสะพานไปอีกฝั่งของแม่น้ำสะแกกรัง

ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี มีประวัติว่าในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมที่ชำรุดไปไว้ตามหัวเมืองต่างๆ เมื่อ พ.ศ. 2335-2342 สำหรับเมืองอุทัยธานีได้รับ 3 องค์ โดยอัญเชิญลงแพมาขึ้นฝั่งที่ท่าพระ (ตรงข้ามศาลาประชาคมจังหวัดอุทัยธานี) แล้วนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดขวิด พระพุทธรูปองค์หนึ่งมีขนาดใหญ่เป็นพระเนื้อสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก สร้างในสมัยพระเจ้าลิไท ฝีมือช่างสุโขทัยยุค 2 มีส่วนเศียรกับส่วนองค์พระเป็นคนละองค์ เข้าใจว่าคงซ่อมเป็นองค์เดียวกันก่อนนำมาไว้ที่เมืองอุทัยธานี ต่อมาเมื่อยุบวัดขวิดไปรวมกับวัดทุ่งแก้ว จึงได้ย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่วัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไป 1 กม. และได้ทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเศียร พร้อมกับถวายนามว่า “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์” ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ของทุกปีจะมีประเพณีตักบาตรเทโว โดยพระสงฆ์ประมาณ 500 รูปจะเดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรังมารับบิณฑบาตที่ลานวัดเป็นประเพณีที่สำคัญของจังหวัด
   
   
 


ประวัติ
หมู่บ้านสะแกกรัง สมัยสุโขทัย เรียกว่า อู่ไทย หมายถึงที่อยู่ของคนไทย เป็นเมืองหน้าด่านสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นสมรภูมิสำคัญในการขับไล่พม่าสมัยกรุงธนบุรี ย้ายเมืองอู่ไทยมาไว้ที่ที่บ้านสะแกกรัง จนกลายเป็นชุมชนเติบโตถึงปัจจุบัน

สมเด็จพระวันรัต วัดมหาธาตุฯ มีนามเดิมว่า เฮง หรือ กิมเฮง นามฉายาว่า เขมจารี เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน ๓ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีมะเส็ง จ.ศ.๑๒๔๓ ตรงกับวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๔ ณ บ้านท่าแร่ ต.สะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานี บิดาเป็นจีนนอก ชื่อตั้วเก๊าแซ่ฉั่ว เป็นพ่อค้า มารดาชื่อ ทับทิม ยายชื่อ แห อุปถัมภ์เลี้ยงดูพระวันรัต วัดมหาธาตุฯ

ครั้นอายุย่างเข้า ๘ ปี ป้าชื่อ เกศร์ ได้พาท่านไปฝากให้เรียนหนังสือไทยอยู่ในสำนักพระอาจารย์ชัง วัดขวิด จนมีความรู้หนังสือไทยเขียนได้อ่านออก ครั้นอายุย่างเข้า ๑๑ ปี ยายและป้าได้พาไปฝากอยู่ในสำนักพระปลัดใจ (ซึ่งต่อมาเป็นพระราชาคณะ ที่พระสุนทรมุนี เจ้าคณะจ.อุทัยธานี) เจ้าอาวาสวัดทุ่งแก้ว ซึ่งต่อมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๕ รวมวัดขวิดกับวัดทุ่งแก้วเข้าด้วยกัน ตั้งชื่อว่า วัดมณีสถิตกปิตถาราม (ปัจจุบันชื่อ วัดสังกัสรัตนคีรี) สุดถนนท่าช้างในเขตเทศบาลเมือง

พ.ศ. 2335 - 2342 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมที่ชำรุดไปไว้ตามหัวเมืองต่างๆ เมืองอุทัยธานีได้รับ 3 องค์ พระพุทธรูป องค์ที่ 1 นำมาประดิษฐานไว้ที่วัดขวิด เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นพระเนื้อทองสำริด ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก สร้างในสมัยพระเจ้าลิไท ฝีมือช่างสุโขทัยยุค 2 มีส่วนเศียรกับส่วนองค์พระเป็นคนละองค์ เข้าใจว่าคงซ่อมเป็นองค์เดียวกันก่อนนำมาไว้ที่เมืองอุทัยธานี

ต่อมาเมื่อยุบวัดขวิดไปรวมกับวัดทุ่งแก้ว จึงได้ย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่ วัดสังกัสรัตนคีรี และได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเศียร พร้อมกับถวายนามว่า พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์สร้างมาแล้วนาน 214 ปี



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่วัดก็จะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้อย่างชัดเจน

และถ้าผมจำไม่ผิด ที่วัดนี้จะมีหมุดปักพิกัดจุดละติจูด ลองติจูดของโลก ที่อยู่ตรงกับที่วัดนี้พอดี ฟังใครไม่รู้เล่ามาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้ไปถ่ายรูปมาด้วย ลงมาจากวัดแล้วเพิ่งนึกออก ทั้งประเทศไทยมีไม่กี่จุดหรอกที่มีมีหมุดปักนี้อยู่

ใครแม่นข้อมูลมาบอกเพิ่มหน่อยนะ

 q*014


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เที่ยววัดเยอะๆนี่จะได้ล้างบาปที่ทำไว้มั่งไหมนี่?



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลงมาจากวัด จะหาของกิน ตลาดริมน้ำที่นี่จะมีของกินมากๆคือช่วงเช้า กะเย็นๆหน่อย อาคารเก่าๆ บ้านเมืองโบราณมีมากมาย

นี่บรรยากาศก่อนช่วงตักบาตรเทโวพอดี มีการตกแต่งเมืองมากมาย เพราะเป็นงานใหญ่ประจำเมือง

มุ่งหน้าไปตรอกโรงยา อยู่ใกล้แม่น้ำสะแกกรัง เพื่อก๋วยเตี๋ยวไก่ชื่อดังที่ Search มาจากในเว็บ ไม่ได้รู้จักมาก่อน ไปถึงประมาณเกือบบ่ายสอง   หมดแล้วครับพี่น้อง

...วัยรุ่นเซ็งเลย อดกินของชื่อดังประจำเมืองนี้ไปนึงอย่างซะงั้น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พูดตรงๆว่าถามคนแถวนั้นเอาเลยล่ะ ไปไม่เป็น เค้าเลยแนะนำร้าน "ก๋วยเตี๋ยวในสวน" อยู่หลังวัดอะไรสักอย่าง อย่าถามทาง บอกไม่ถูกอ่ะ

แต่อยู่ในเมืองอ่ะแหล่ะ ไม่ไกลจากแม่น้ำมากนัก กินก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ้นไปคนละชาม

เครื่องเยอะดี ให้เลือดมาก้อนใหญ่มาก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังจากมีอะไรรองท้อง ก็ไปชมวิวริมแม่น้ำสะแกกรังกันนิดหน่อย ก่อนที่จะไปตลาดเป็นที่สุดท้าย

ที่นี่จะมีความคลาสสิคตรงที่วิถีชีวิตริมน้ำ บ้านแพบนแม่น้ำที่มีการเลี้ยงปลาแรด ของดังของเมืองนี้อย่างมากมาย เดี๋ยวจะพูดถึงอีกที มีที่พักแบบริมน้ำ พักบนแพก็มี เรือเช่าก็มี มีทั้งแบบนั่งเรือยนตร์ชมทิวทัศน์สองฝั่งน้ำ หรือเช่าแบบเรือพายก็มีนะ ลองดู



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ข้ามสะพานคนเดิน ก็จะเห็นวัดบสถ์โดดเด่นเป็นสง่า ตั้งอยู่

ที่นี่จะมีสถาปัตยกรรมแบบพุทธรวมกับของยุโรป เนื่องจากสร้างในสมัย ร. 5

เหมือนป้อมเล็กๆอ่ะ คิดว่างั้นนะ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนนี้ฟ้าหมอง สีไม่สวยเลย ถ่ายมาได้แค่นี้

แปลกตาตรงที่มีเจดีย์เรียงกัน 3 อัน  3 แบบเลย ดูดิ่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เดินกลับมาฝั่งตลาด ที่ตอนนี้ก็เห็นภาพข่าวว่าน้ำท่วมอยู่เหมือนกัน

เคยเห็นภาพรีวิวของคนอื่น เป็นตลาดที่ของกินเยอะมาๆ ทั้งโจ๊ก ขนมครก แต่เราไปบ่าย ของเหล่านี้ไม่อยู่แล้ว

แต่สามารถหาของสด กับข้าว ปลา หรือขนมปังสังขยาเป็นของฝากได้

อุทัยธานีนี่ จะคุ้นอยู่สองอย่าง

ขนมปังสังขยาใส่กล่อง

และ.....ปลาแรด  มีทั้งสด ทั้งทอด หรือจะไปนั่งกินตามร้านอาหารก็จะหาได้แทบทั้งเมือง



ถามว่าปลาแรดมีอะไรดี? กรุณาดูรูปต่อไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 5 พ.ย. 10, 14:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่ครับ ปลาแรดทอด ก้างมันจะใหญ่ แต่ไม่มีก้างเล็กให้หงุดหงิดและต้องระแวง มีทั้งแบบทอดทั้งตัวและแบบเลาะก้าง

อร่อยมากๆ  ที่ผมซื้อนี่ตัวละ 140 บาท ถ่ายรูปให้ดูจะๆกันไปเลยว่าตัวขนาดไหน คือซื้อมา ผมกินข้าวเปล่า ราดซอสแม็กกี้ คลุกเนื้อ กินได้ 4 มื้อ กินเป็นแมวกันเลยทีเดียว

ไปรอบหน้ายังไงก็ต้องซื้อกลับให้ได้ ถ้าไม่ได้กินถือว่าไปไม่ถึงอุทัยธานีเลยทีเดียว

..เพราะฉะนั้น ขอจบรีวิวทริปนี้ที่ปลาแรดเลยนะ จบกันแบบแรดๆกันเลยทีเดียว


จะบอกว่าใครแวะไปนครสวรรค์กรุณาเอากุ้งเผามาฝาก
ไปอุทัยธานี กรุธาเอาปลาแรดทอดมาฝากด้วยนะ จักเป็นพระคุณอย่างสูง

2 เมืองนี้ไปไม่ยาก ไม่ไกล ผ่านกันก็ออกจะบ่อย แต่คนไม่มากที่จะแวะไปจริงๆจัง

นครสวรรค์ยังมีล่องแก่ง มีภูเขาให้เดิน ประวัติศาสตร์เมืองอีกมากมาย
อุทัยธานียังมีวิถีชีวิตริมน้ำ และแน่นอน มรดกโลกของประเทศไทย "ห้วยขาแข้ง"

นี่เป็น 2 เมืองที่ตอนนี้ประสบกับภาวะน้ำท่วม พอน้ำลดแล้วไปเที่ยวดูของน่าสนใจ ไปหาของกินชื่อดัง แวะทำบุญ  ได้ความสุข ได้เที่ยวที่แปลกใหม่

และที่สำคัญ.......ถือว่าเป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม อาจจะแวะเอาของบรรเทาทุกข์ไปช่วยก็ได้ ได้ทั้งความสุขและเป็นการช่วยคนไทยด้วยกันนะ
----------------------------------------------------------
ได้ทั้งรอยยิ้ม ความสุข การแบ่งปัน และที่สำคัญ

"เราคนไทยด้วยกัน" ครับ  สวัสดีทุกท่านที่มาเยี่ยมชมนะ เดี๋ยวในตอนท้ายจะเอาลิ้งค์รีวิวของจังหวัดต่างๆที่ผมไปปีนี้ ที่กำลังประสบสภาวะน้ำท่วมอยู่บ้างไม่มากก็น้อย "เผื่อ" จะอยากไปกันนะ ผมก็ช่วยเค้าได้แค่นี้ตามวิธีการของผมน่ะแหล่ะ หวังว่าคงมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับ

สวัสครับ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม